<?xml version="1.0"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom" xml:lang="th">
	<id>https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/api.php?action=feedcontributions&amp;feedformat=atom&amp;user=%E0%B8%9A%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A4%E0%B8%8A+%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%A5</id>
	<title>Cassava - การเข้ามีส่วนร่วมของผู้ใช้ [th]</title>
	<link rel="self" type="application/atom+xml" href="https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/api.php?action=feedcontributions&amp;feedformat=atom&amp;user=%E0%B8%9A%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A4%E0%B8%8A+%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%A5"/>
	<link rel="alternate" type="text/html" href="https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A9:%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99/%E0%B8%9A%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A4%E0%B8%8A_%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%A5"/>
	<updated>2026-04-03T18:02:10Z</updated>
	<subtitle>การเข้ามีส่วนร่วมของผู้ใช้</subtitle>
	<generator>MediaWiki 1.36.0</generator>
	<entry>
		<id>https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B9%81%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C&amp;diff=928</id>
		<title>การจำแนกพันธุ์</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B9%81%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C&amp;diff=928"/>
		<updated>2021-12-03T10:03:54Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;บงกฤช จันทรารัตนสกุล: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;=== '''มันสำปะหลังที่พัฒนาโดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์''' ===&lt;br /&gt;
[[เกษตรศาสตร์ 50]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[เกษตรศาสตร์ 72]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[ห้วยบง 60]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[ห้วยบง 80]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[ห้วยบง 90]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
=== '''มันสำปะหลังที่พัฒนาโดยกรมวิชาการเกษตร''' ===&lt;br /&gt;
[[ระยอง 1]] &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[ระยอง 5]] &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[ระยอง 72]]        &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[ระยอง 90]] &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[ระยอง 9]] &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[ระยอง 11]] &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[ระยอง 7]] &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[ระยอง 86-13]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
=== '''มันสำปะหลังจากความร่วมมือหลายหน่วยงาน (สวทช กรมวิชาการเกษตร และมหาวิทยาลัยมหิดล)''' ===&lt;br /&gt;
[[พิรุณ 1]] &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
มันสำปะหลัง (ชื่อวิทยาศาสตร์: ''Manihot esculenta'' (L.) Crantz) เป็นพืชหัวชนิดหนึ่ง มีชื่อเรียกทั่วไปในภาษาอังกฤษว่า แคสซาวา (Cassava) หรือทาปิโอก้า (Tapioca) ประเทศแถบแอฟริกาเรียกชื่อภาษาฝรั่งเศสว่า แมนิออค (Manioc) มีถิ่นกำเนิดในอเมริกาใต้ ซึ่งมีการปลูกมันสำปะหลังมา 3,000 ถึง 7,000 ปีต่อมาได้ขยายไปสู่แหล่งอื่นๆ สำหรับประเทศไทยนั้นไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดว่ามีการนำมันสำปะหลังเข้ามาปลูกเมื่อใด แต่คาดว่ามีการนำมันสำปะหลังมาจากประเทศมาเลเซียเมื่อปี พ.ศ.2329 โดยมีชื่อเรียกในระยะต่อมาว่า มันไม้และมันสำโรง &amp;lt;ref name=&amp;quot;:0&amp;quot;&amp;gt;มูลนิธิสถาบันพัฒนามันสำปะหลังแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี. สืบค้นเมื่อ 5 มิถุนายน 2564. จาก https://www.tapiocathai.org/C.html&amp;lt;/ref&amp;gt;&lt;br /&gt;
{| class=&amp;quot;wikitable&amp;quot;&lt;br /&gt;
| colspan=&amp;quot;2&amp;quot; |          '''มันสำปะหลัง'''&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|'''อาณาจักร:'''&lt;br /&gt;
|Plantae&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|'''หมวด:'''&lt;br /&gt;
|Magnoliophyta&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|'''ชั้น:'''&lt;br /&gt;
|Magnoliopsida&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|'''อันดับ:'''&lt;br /&gt;
|Malpighiales&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|'''วงศ์:'''&lt;br /&gt;
|Euphorbiaceae&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|'''วงศ์ย่อย:'''&lt;br /&gt;
|Crotonoideae&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|'''เผ่า:'''&lt;br /&gt;
|Manihoteae&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|'''สกุล:'''&lt;br /&gt;
|''Manihot''&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|'''สปีชีส์:'''&lt;br /&gt;
|''M. esculenta''&lt;br /&gt;
|}&lt;br /&gt;
มันสำปะหลังมีทั้งชนิดหวาน (Sweet Type) มีปริมาณกรดไฮโดรไซยานิคต่ำ ใช้เพื่อการบริโภค เช่น พันธุ์[[ห้านาที]] และมันสำปะหลังชนิดขม (Bitter Type) มีกรดไฮโดรไซยานิคสูง เป็นพิษและมีรสขม             ไม่เหมาะสำหรับการบริโภค แต่เหมาะใช้ในอุตสาหกรรมผลิตแป้งและอาหารสัตว์ เช่น พันธุ์[[ระยอง 90]]  [[ระยอง 7]] [[ระยอง 9]]  [[ระยอง 5]] [[ระยอง 11]] [[ระยอง 72]] [[ระยอง 1]] [[ห้วยบง 80]] [[ห้วยบง 60]] [[เกษตรศาสตร์ 50]] [[เกษตรศาสตร์ 72]] [[ระยอง 86-13]] และ[[ห้วยบง 90]] เป็นต้น   &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
หน่วยงานที่มีบทบาทในการพัฒนาพันธุ์มันสำปะหลัง ได้แก่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และกรมวิชาการเกษตร ได้จำแนกพันธุ์มันสำปะหลังในประเทศไทย ตามลักษณะของสี รูปร่าง ลักษณะทรงต้น ใบ และ การแตกกิ่ง โดยลักษณะเด่นที่สามารถใช้จำแนกพันธุ์ในปัจจุบัน มีดังนี้&lt;br /&gt;
== '''ลักษณะเด่นที่ใช้จำแนกพันธุ์'''&amp;lt;ref&amp;gt;กรมวิชาการเกษตร. 2552. การจำแนกพันธุ์มันสำปะหลัง. โรงพิมพ์สำนักงานพุทธศาสนาแห่งชาติ.&amp;lt;/ref&amp;gt;&amp;lt;ref&amp;gt;กรมส่งเสริมการเกษตร. 2558. คู่มือการจำแนกพันธุ์มันสำปะหลัง. บริษัท ซัน แพคเกจจิ้ง (2014) จำกัด.&amp;lt;/ref&amp;gt; ==&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''สียอดอ่อน''' สามารถสังเกตได้จากสีของยอดอ่อนมันสำปะหลังที่ยังไม่คลี่ออกมา ได้แก่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
# สีเขียว เช่น พันธุ์[[ห้านาที]] [[ห้วยบง 90]] [[ระยอง 90]]  [[ระยอง 7]] [[ห้วยบง 80]] และ[[ระยอง 9]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีม่วงอมเขียว เช่น พันธุ์[[ระยอง 11]]  และ[[พิรุณ 1]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีม่วงอมน้ำตาล เช่น พันธุ์[[ระยอง 86-13]] [[ระยอง 5]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีม่วง เช่น พันธุ์[[ระยอง 72]] [[ระยอง 1]] [[เกษตรศาสตร์ 50]] [[เกษตรศาสตร์ 72]] และ[[ห้วยบง 60]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''ขนที่ยอดอ่อน''' มันสำปะหลังพันธุ์ที่ไม่มีขนอ่อนมักจะมีลักษณะเงา มัน ส่วนมันสำปะหลังที่มีขนอ่อนมักจะมีลักษณะด้าน เมื่อสัมผัสจะนุ่มมือ ได้แก่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
# ยอดอ่อนมีขน เช่น พันธุ์[[ระยอง 60]]  และ[[ระยอง 1]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# ยอดอ่อนไม่มีขน เช่น พันธุ์[[ห้านาที]] [[ห้วยบง 90]] [[ระยอง 90]] [[ระยอง 7]] [[ห้วยบง 80]] [[ระยอง 9]] [[ระยอง 11]] [[ระยอง 86-13]] [[ระยอง 5]] [[ระยอง 72]] [[เกษตรศาสตร์ 50]] [[เกษตรศาสตร์ 72]] [[ห้วยบง 60]] และ[[พิรุณ 1]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''สีก้านใบ''' สีของก้านใบ ดูที่ก้านใบในตำแหน่งใบที่ 5 จากใบยอดที่คลี่เต็มที่แล้ว 5 ใบจากยอด เมื่ออายุประมาณ 3 – 6 เดือนหลังปลูก ได้แก่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
# สีเขียวอ่อน เช่น พันธุ์[[ระยอง 90]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีเขียวอมชมพู เช่น พันธุ์[[ระยอง 7]] [[พิรุณ 1]] และ[[ระยอง 9]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีเขียวอมแดง เช่น พันธุ์[[ระยอง 1]]  [[ระยอง 11]] [[ระยอง 86-13]] [[ห้วยบง 90]] และ[[ห้วยบง 80]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีแดงเข้ม เช่น พันธุ์[[ห้านาที]] [[ระยอง 5]] และ[[ระยอง 72]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีเขียวอมม่วง เช่น พันธุ์[[เกษตรศาสตร์ 72]] [[เกษตรศาสตร์ 50]] และ[[ห้วยบง 60]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''รูปร่างของแฉกที่อยู่กลางใบ''' ใบมันสำปะหลังเป็นแบบใบเดี่ยว แผ่นใบเว้าเป็นแฉก มีรูปร่างและจำนวนแฉกแตกต่างกันไปตามพันธุ์ โดยปกติมี 3 – 9 แฉก ยาวประมาณ 4 – 20 เซนติเมตร                 กว้างประมาณ 1 – 6 เซนติเมตร รูปทรงของแฉกแตกต่างกัน เช่น เรียวยาว สั้นป้อม สังเกตุเมื่ออายุประมาณ 3 – 4 เดือนหลังปลูก โดยดูในตำแหน่งใบที่ 5 จากใบยอดที่คลี่เต็มที่ ได้แก่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
# รูปแถบ (linear)&lt;br /&gt;
# รูปรี (elliptic)&lt;br /&gt;
# รูปใบหอก (lanceolate) เช่น พันธุ์[[ห้านาที]] [[ระยอง 1]] [[ระยอง 90]] [[ระยอง 5]] [[ระยอง 7]] [[ระยอง 9]] [[ระยอง 72]] [[ห้วยบง 60]] [[ห้วยบง 80]] [[ห้วยบง 90]] [[เกษตรศาสตร์ 50]] [[เกษตรศาสตร์ 72]]  [[พิรุณ 1]] และ[[ระยอง 11]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# รูปใบหอกกลับ (oblanceolate) เช่น [[ระยอง 86-13]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# รูปไวโอลิน (pandurate)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''สีลำต้น''' ได้แก่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
# สีเขียวเงิน เช่น พันธุ์[[ระยอง 1]] [[ระยอง 72]] [[ระยอง 11]] [[ระยอง 86-13]] [[เกษตรศาสตร์ 50]] [[เกษตรศาสตร์ 72]] [[ห้วยบง 60]] [[ห้วยบง 90]] [[พิรุณ 1]] และ[[ห้วยบง 80]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีเขียวอมน้ำตาล เช่น พันธุ์[[ระยอง 5]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีน้ำตาลอมเหลือง เช่น พันธุ์[[ระยอง 9]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีน้ำตาลอมส้ม เช่น พันธุ์[[ระยอง 90]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีน้ำตาลอ่อน เช่น พันธุ์[[ระยอง 7]] และ[[ระยอง 60]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''ลักษณะหูใบ''' ส่วนของโคนก้านใบที่ติดกับลำต้นมีหูใบ (stipule) มีรูปร่าง ขนาด และสีเฉพาะแต่ละพันธุ์ เช่น พันธุ์[[ระยอง 72]] หูใบมีสีแดงเข้มปลายหูใบงอนขึ้นคล้ายขนตา พันธุ์[[ระยอง 11]] หูใบมีสีเขียวคาดสีแดง และพันธุ์[[ห้วยบง 60]] หูใบมีสีเขียวยาว เป็นต้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''ลักษณะทรงต้นหรือการแตกกิ่ง''' บางพันธุ์ลำต้นเป็นต้นเดี่ยว ไม่มีการแตกกิ่ง บางพันธุ์มีการแตกกิ่งหลายระดับ โดยเท่าที่พบจะไม่เกิน 4 กิ่ง พันธุ์ที่มีการแตกกิ่งมากและแตกกิ่งหลายระดับจะมีลักษณะเป็นพุ่มเตี้ย พันธุ์ที่มีการแตกกิ่งน้อยจะสูง ได้แก่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
# ทรงต้นแตกกิ่ง 0 – 1 ระดับ เช่น พันธุ์[[ห้านาที]] [[ระยอง 1]] [[ระยอง 7]] [[ระยอง 9]]  [[ระยอง 86-13]] [[เกษตรศาสตร์ 72]] [[ห้วยบง 90]] และ[[ระยอง 72]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# ทรงต้นแตกกิ่ง 1 – 3 ระดับ เช่น พันธุ์[[ระยอง 11]] [[ระยอง 5]] [[ห้วยบง 60]] [[ห้วยบง 80]] [[พิรุณ 1]] และ[[เกษตรศาสตร์ 50]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# ทรงต้นแตกกิ่ง 2 – 4 ระดับ เช่น พันธุ์[[ระยอง 90]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''สีเปลือกหัว''' เป็นลักษณะที่สังเกตได้ในระยะเก็บเกี่ยว ได้แก่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
# สีขาวครีม เช่นพันธุ์[[ระยอง 7]] และ[[ระยอง 72]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีน้ำตาล เช่น พันธุ์[[ระยอง 11]]  เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีน้ำตาลอ่อน เช่น พันธุ์[[ระยอง 1]]  [[ระยอง 5]] [[ระยอง 9]]  [[ระยอง 86-13]] [[เกษตรศาสตร์ 50]] [[เกษตรศาสตร์ 72]] [[ห้วยบง 60]] [[ห้วยบง 90]] และ[[ห้วยบง 80]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีน้ำตาลเข้ม เช่น พันธุ์[[ห้านาที]] [[พิรุณ 1]] และ[[ระยอง 90]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''สีเนื้อหัว''' ได้แก่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
# สีขาว เช่น พันธุ์[[ห้านาที]] [[ระยอง 1]] [[ระยอง 5]] [[ระยอง 7]] [[ระยอง 72]] [[ระยอง 90]] [[ระยอง 9]] [[ระยอง 11]] [[ระยอง 86-13]] [[เกษตรศาสตร์ 50]] [[เกษตรศาสตร์ 72]] [[ห้วยบง 60]] [[ห้วยบง 90]] [[พิรุณ 1]] และ[[ห้วยบง 80]] __FORCETOC__เป็นต้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== '''อ้างอิง''' ==&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>บงกฤช จันทรารัตนสกุล</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%87_11&amp;diff=927</id>
		<title>ระยอง 11</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%87_11&amp;diff=927"/>
		<updated>2021-12-03T09:55:57Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;บงกฤช จันทรารัตนสกุล: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;มันสำปะหลังพันธุ์ระยอง 11 เป็นพันธุ์ที่ได้จากการผสมข้ามระหว่างพันธุ์[[ระยอง 5]] ซึ่งเป็นพันธุ์ที่ให้ผลผลิตสูงเป็นแม่ และพันธุ์ OMR 29-20-118 ที่มีเปอร์เซ็นต์แป้งสูงเป็นพ่อ ใน พ.ศ. 2535 ที่ศูนย์วิจัยพืชไร่ระยอง รับรองพันธุ์ในปี พ.ศ. 2553&amp;lt;ref&amp;gt;มูลนิธิสถาบันพัฒนามันสำปะหลังแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี. 2552. เอกสารวิชาการการปลูกมันสำปะหลังที่ดี&amp;lt;/ref&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== ลักษณะประจำพันธุ์&amp;lt;ref&amp;gt;กรมวิชาการเกษตร. 2552. การจำแนกพันธุ์มันสำปะหลัง. โรงพิมพ์สำนักงานพุทธศาสนาแห่งชาติ.&amp;lt;/ref&amp;gt;&amp;lt;ref&amp;gt;กรมส่งเสริมการเกษตร. 2558. คู่มือการจำแนกพันธุ์มันสำปะหลัง. บริษัท ซัน แพคเกจจิ้ง (2014) จำกัด.&amp;lt;/ref&amp;gt; ==&lt;br /&gt;
{| class=&amp;quot;wikitable&amp;quot;&lt;br /&gt;
|'''ลักษณะ'''&lt;br /&gt;
|'''ระยอง 11'''&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|สียอดอ่อน&lt;br /&gt;
|สีม่วงอมเขียว&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|การมีขนที่ยอดอ่อน&lt;br /&gt;
|ไม่มีขน&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|สีก้านใบ &lt;br /&gt;
|สีเขียวอมแดง&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ลักษณะใบ&lt;br /&gt;
|ใบหอก&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ลักษณะหูใบ&lt;br /&gt;
|ปลายหูใบงอนคล้ายขนตา&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ลักษณะทรงต้น/ระดับการแตกกิ่ง&lt;br /&gt;
|ลำต้นตรง แตกกิ่งสูง 1 – 3 ระดับ&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|สีลำต้น&lt;br /&gt;
|สีเขียวเงิน&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|สีของเปลือกหัว&lt;br /&gt;
|สีน้ำตาล&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ลักษณะหัว&lt;br /&gt;
|กรวยแกมกระบอก&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|สีเนื้อหัว&lt;br /&gt;
|สีขาว&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ลักษณะเด่น&lt;br /&gt;
|มีปริมาณแป้งสูง&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ข้อจำกัด&lt;br /&gt;
|ควรเก็บเกี่ยวเมื่ออายุ 12 เดือน  เนื่องจากมีเปอร์เซ็นต์แป้งสูง แต่สะสมน้ำหนักช้า&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|เปอร์เซ็นต์แป้งในฤดูฝน (%)&lt;br /&gt;
|25.8&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|เปอร์เซ็นต์แป้งในฤดูแล้ง (%)&lt;br /&gt;
|42.8&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ผลผลิตหัวสด (ตัน/ไร่)&lt;br /&gt;
|4.77&lt;br /&gt;
|}&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Imageทรงต้นระยอง11.png|center|thumb|472x472px|ภาพแสดงลักษณะทรงต้นมันสำปะหลังระยอง11]]&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Imageยอดอ่อนR11.png|center|thumb|ภาพแสดงลักษณะยอดอ่อนมันสำปะหลังระยอง 11]]&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:ImageหูใบR11.png|center|thumb|ภาพแสดงลักษณะหูใบมันสำปะหลังระยอง 11]]&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Imageก้านใบR11.png|center|thumb|376x376px|ภาพแสดงลักษณะก้านใบมันสำปะหลังระยอง 11]]&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:ImageใบR11.png|center|thumb|362x362px|ภาพแสดงลักษณะใบมันสำปะหลังระยอง 11]]&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Imageสีลำต้นระยอง11.png|center|thumb|401x401px|ภาพแสดงลักษณะสีลำต้นมันสำปะหลังระยอง 11]]&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Imageหัวระยอง11.png|center|thumb|540x540px|ภาพแสดงลักษณะหัวมันสำปะหลังระยอง 11]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== อ้างอิง ==&lt;br /&gt;
[[หมวดหมู่:พันธุ์]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>บงกฤช จันทรารัตนสกุล</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Image%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%8711.png&amp;diff=926</id>
		<title>ไฟล์:Imageหัวระยอง11.png</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Image%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%8711.png&amp;diff=926"/>
		<updated>2021-12-03T09:54:26Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;บงกฤช จันทรารัตนสกุล: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;หัวระยอง11&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>บงกฤช จันทรารัตนสกุล</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Image%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%A5%E0%B8%B3%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%8711.png&amp;diff=925</id>
		<title>ไฟล์:Imageสีลำต้นระยอง11.png</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Image%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%A5%E0%B8%B3%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%8711.png&amp;diff=925"/>
		<updated>2021-12-03T09:52:44Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;บงกฤช จันทรารัตนสกุล: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;สีลำต้นระยอง11&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>บงกฤช จันทรารัตนสกุล</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Image%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%8711.png&amp;diff=924</id>
		<title>ไฟล์:Imageทรงต้นระยอง11.png</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Image%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%8711.png&amp;diff=924"/>
		<updated>2021-12-03T09:50:27Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;บงกฤช จันทรารัตนสกุล: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;ทรงต้นระยอง11&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>บงกฤช จันทรารัตนสกุล</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B9%81%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C&amp;diff=923</id>
		<title>การจำแนกพันธุ์</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B9%81%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C&amp;diff=923"/>
		<updated>2021-12-03T09:41:13Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;บงกฤช จันทรารัตนสกุล: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;=== '''มันสำปะหลังที่พัฒนาโดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์''' ===&lt;br /&gt;
[[เกษตรศาสตร์ 50]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[เกษตรศาสตร์ 72]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[ห้วยบง 60]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[ห้วยบง 80]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[ห้วยบง 90]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
=== '''มันสำปะหลังที่พัฒนาโดยกรมวิชาการเกษตร''' ===&lt;br /&gt;
[[ระยอง 1]] &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[ระยอง 5]] &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[ระยอง 72]]        &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[ระยอง 90]] &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[ระยอง 9]] &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[ระยอง 11]] &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[ระยอง 7]] &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[ระยอง 86-13]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
=== '''มันสำปะหลังจากความร่วมมือหลายหน่วยงาน (สวทช กรมวิชาการเกษตร และมหาวิทยาลัยมหิดล)''' ===&lt;br /&gt;
[[พิรุณ 1]] &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
มันสำปะหลัง (ชื่อวิทยาศาสตร์: ''Manihot esculenta'' (L.) Crantz) เป็นพืชหัวชนิดหนึ่ง มีชื่อเรียกทั่วไปในภาษาอังกฤษว่า แคสซาวา (Cassava) หรือทาปิโอก้า (Tapioca) ประเทศแถบแอฟริกาเรียกชื่อภาษาฝรั่งเศสว่า แมนิออค (Manioc) มีถิ่นกำเนิดในอเมริกาใต้ ซึ่งมีการปลูกมันสำปะหลังมา 3,000 ถึง 7,000 ปีต่อมาได้ขยายไปสู่แหล่งอื่นๆ สำหรับประเทศไทยนั้นไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดว่ามีการนำมันสำปะหลังเข้ามาปลูกเมื่อใด แต่คาดว่ามีการนำมันสำปะหลังมาจากประเทศมาเลเซียเมื่อปี พ.ศ.2329 โดยมีชื่อเรียกในระยะต่อมาว่า มันไม้และมันสำโรง &amp;lt;ref name=&amp;quot;:0&amp;quot;&amp;gt;มูลนิธิสถาบันพัฒนามันสำปะหลังแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี. สืบค้นเมื่อ 5 มิถุนายน 2564. จาก https://www.tapiocathai.org/C.html&amp;lt;/ref&amp;gt;&lt;br /&gt;
{| class=&amp;quot;wikitable&amp;quot;&lt;br /&gt;
| colspan=&amp;quot;2&amp;quot; |          '''มันสำปะหลัง'''&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|'''อาณาจักร:'''&lt;br /&gt;
|Plantae&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|'''หมวด:'''&lt;br /&gt;
|Magnoliophyta&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|'''ชั้น:'''&lt;br /&gt;
|Magnoliopsida&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|'''อันดับ:'''&lt;br /&gt;
|Malpighiales&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|'''วงศ์:'''&lt;br /&gt;
|Euphorbiaceae&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|'''วงศ์ย่อย:'''&lt;br /&gt;
|Crotonoideae&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|'''เผ่า:'''&lt;br /&gt;
|Manihoteae&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|'''สกุล:'''&lt;br /&gt;
|''Manihot''&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|'''สปีชีส์:'''&lt;br /&gt;
|''M. esculenta''&lt;br /&gt;
|}&lt;br /&gt;
มันสำปะหลังมีทั้งชนิดหวาน (Sweet Type) มีปริมาณกรดไฮโดรไซยานิคต่ำ ใช้เพื่อการบริโภค เช่น พันธุ์[[ห้านาที]] และมันสำปะหลังชนิดขม (Bitter Type) มีกรดไฮโดรไซยานิคสูง เป็นพิษและมีรสขม             ไม่เหมาะสำหรับการบริโภค แต่เหมาะใช้ในอุตสาหกรรมผลิตแป้งและอาหารสัตว์ เช่น พันธุ์[[ระยอง 90]]  [[ระยอง 7]] [[ระยอง 9]]  [[ระยอง 5]] [[ระยอง 11]] [[ระยอง 72]] [[ระยอง 1]] [[ห้วยบง 80]] [[ห้วยบง 60]] [[เกษตรศาสตร์ 50]] [[เกษตรศาสตร์ 72]] [[ระยอง 86-13]] และ[[ห้วยบง 90]] เป็นต้น   &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
หน่วยงานที่มีบทบาทในการพัฒนาพันธุ์มันสำปะหลัง ได้แก่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และกรมวิชาการเกษตร ได้จำแนกพันธุ์มันสำปะหลังในประเทศไทย ตามลักษณะของสี รูปร่าง ลักษณะทรงต้น ใบ และ การแตกกิ่ง โดยลักษณะเด่นที่สามารถใช้จำแนกพันธุ์ในปัจจุบัน มีดังนี้&lt;br /&gt;
== '''ลักษณะเด่นที่ใช้จำแนกพันธุ์'''&amp;lt;ref&amp;gt;กรมวิชาการเกษตร. 2552. การจำแนกพันธุ์มันสำปะหลัง. โรงพิมพ์สำนักงานพุทธศาสนาแห่งชาติ.&amp;lt;/ref&amp;gt;&amp;lt;ref&amp;gt;กรมส่งเสริมการเกษตร. 2558. คู่มือการจำแนกพันธุ์มันสำปะหลัง. บริษัท ซัน แพคเกจจิ้ง (2014) จำกัด.&amp;lt;/ref&amp;gt; ==&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''สียอดอ่อน''' สามารถสังเกตได้จากสีของยอดอ่อนมันสำปะหลังที่ยังไม่คลี่ออกมา ได้แก่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
# สีเขียว เช่น พันธุ์[[ห้านาที]] [[ห้วยบง 90]] [[ระยอง 90]]  [[ระยอง 7]] [[ห้วยบง 80]] และ[[ระยอง 9]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีม่วงอมเขียว เช่น พันธุ์[[ระยอง 11]]  เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีม่วงอมน้ำตาล เช่น พันธุ์[[ระยอง 86-13]] [[ระยอง 5]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีม่วง เช่น พันธุ์[[ระยอง 72]] [[ระยอง 1]] [[เกษตรศาสตร์ 50]] [[เกษตรศาสตร์ 72]] และ[[ห้วยบง 60]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''ขนที่ยอดอ่อน''' มันสำปะหลังพันธุ์ที่ไม่มีขนอ่อนมักจะมีลักษณะเงา มัน ส่วนมันสำปะหลังที่มีขนอ่อนมักจะมีลักษณะด้าน เมื่อสัมผัสจะนุ่มมือ ได้แก่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
# ยอดอ่อนมีขน เช่น พันธุ์[[ระยอง 60]]  และ[[ระยอง 1]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# ยอดอ่อนไม่มีขน เช่น พันธุ์[[ห้านาที]] [[ห้วยบง 90]] [[ระยอง 90]] [[ระยอง 7]] [[ห้วยบง 80]] [[ระยอง 9]] [[ระยอง 11]] [[ระยอง 86-13]] [[ระยอง 5]] [[ระยอง 72]] [[เกษตรศาสตร์ 50]] [[เกษตรศาสตร์ 72]] และ [[ห้วยบง 60]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''สีก้านใบ''' สีของก้านใบ ดูที่ก้านใบในตำแหน่งใบที่ 5 จากใบยอดที่คลี่เต็มที่แล้ว 5 ใบจากยอด เมื่ออายุประมาณ 3 – 6 เดือนหลังปลูก ได้แก่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
# สีเขียวอ่อน เช่น พันธุ์[[ระยอง 90]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีเขียวอมชมพู เช่น พันธุ์[[ระยอง 7]] และ[[ระยอง 9]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีเขียวอมแดง เช่น พันธุ์[[ระยอง 1]]  [[ระยอง 11]] [[ระยอง 86-13]] [[ห้วยบง 90]] และ[[ห้วยบง 80]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีแดงเข้ม เช่น พันธุ์[[ห้านาที]] [[ระยอง 5]] และ[[ระยอง 72]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีเขียวอมม่วง เช่น พันธุ์[[เกษตรศาสตร์ 72]] [[เกษตรศาสตร์ 50]] และ[[ห้วยบง 60]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''รูปร่างของแฉกที่อยู่กลางใบ''' ใบมันสำปะหลังเป็นแบบใบเดี่ยว แผ่นใบเว้าเป็นแฉก มีรูปร่างและจำนวนแฉกแตกต่างกันไปตามพันธุ์ โดยปกติมี 3 – 9 แฉก ยาวประมาณ 4 – 20 เซนติเมตร                 กว้างประมาณ 1 – 6 เซนติเมตร รูปทรงของแฉกแตกต่างกัน เช่น เรียวยาว สั้นป้อม สังเกตุเมื่ออายุประมาณ 3 – 4 เดือนหลังปลูก โดยดูในตำแหน่งใบที่ 5 จากใบยอดที่คลี่เต็มที่ ได้แก่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
# รูปแถบ (linear)&lt;br /&gt;
# รูปรี (elliptic)&lt;br /&gt;
# รูปใบหอก (lanceolate) เช่น พันธุ์[[ห้านาที]] [[ระยอง 1]] [[ระยอง 90]] [[ระยอง 5]] [[ระยอง 7]] [[ระยอง 9]] [[ระยอง 72]] [[ห้วยบง 60]] [[ห้วยบง 80]] [[ห้วยบง 90]] [[เกษตรศาสตร์ 50]] [[เกษตรศาสตร์ 72]]  และ[[ระยอง 11]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# รูปใบหอกกลับ (oblanceolate) เช่น [[ระยอง 86-13]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# รูปไวโอลิน (pandurate)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''สีลำต้น''' ได้แก่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
# สีเขียวเงิน เช่น พันธุ์[[ระยอง 1]] [[ระยอง 72]] [[ระยอง 11]] [[ระยอง 86-13]] [[เกษตรศาสตร์ 50]] [[เกษตรศาสตร์ 72]] [[ห้วยบง 60]] [[ห้วยบง 90]] และ[[ห้วยบง 80]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีเขียวอมน้ำตาล เช่น พันธุ์[[ระยอง 5]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีน้ำตาลอมเหลือง เช่น พันธุ์[[ระยอง 9]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีน้ำตาลอมส้ม เช่น พันธุ์[[ระยอง 90]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีน้ำตาลอ่อน เช่น พันธุ์[[ระยอง 7]] และ[[ระยอง 60]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''ลักษณะหูใบ''' ส่วนของโคนก้านใบที่ติดกับลำต้นมีหูใบ (stipule) มีรูปร่าง ขนาด และสีเฉพาะแต่ละพันธุ์ เช่น พันธุ์[[ระยอง 72]] หูใบมีสีแดงเข้มปลายหูใบงอนขึ้นคล้ายขนตา พันธุ์[[ระยอง 11]] หูใบมีสีเขียวคาดสีแดง และพันธุ์[[ห้วยบง 60]] หูใบมีสีเขียวยาว เป็นต้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''ลักษณะทรงต้นหรือการแตกกิ่ง''' บางพันธุ์ลำต้นเป็นต้นเดี่ยว ไม่มีการแตกกิ่ง บางพันธุ์มีการแตกกิ่งหลายระดับ โดยเท่าที่พบจะไม่เกิน 4 กิ่ง พันธุ์ที่มีการแตกกิ่งมากและแตกกิ่งหลายระดับจะมีลักษณะเป็นพุ่มเตี้ย พันธุ์ที่มีการแตกกิ่งน้อยจะสูง ได้แก่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
# ทรงต้นแตกกิ่ง 0 – 1 ระดับ เช่น พันธุ์[[ห้านาที]] [[ระยอง 1]] [[ระยอง 7]] [[ระยอง 9]]  [[ระยอง 86-13]] [[เกษตรศาสตร์ 72]] [[ห้วยบง 90]] และ[[ระยอง 72]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# ทรงต้นแตกกิ่ง 1 – 3 ระดับ เช่น พันธุ์[[ระยอง 11]] [[ระยอง 5]] [[ห้วยบง 60]] [[ห้วยบง 80]] และ[[เกษตรศาสตร์ 50]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# ทรงต้นแตกกิ่ง 2 – 4 ระดับ เช่น พันธุ์[[ระยอง 90]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''สีเปลือกหัว''' เป็นลักษณะที่สังเกตได้ในระยะเก็บเกี่ยว ได้แก่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
# สีขาวครีม เช่นพันธุ์[[ระยอง 7]] และ[[ระยอง 72]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีน้ำตาล เช่น พันธุ์[[ระยอง 11]]  เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีน้ำตาลอ่อน เช่น พันธุ์[[ระยอง 1]]  [[ระยอง 5]] [[ระยอง 9]]  [[ระยอง 86-13]] [[เกษตรศาสตร์ 50]] [[เกษตรศาสตร์ 72]] [[ห้วยบง 60]] [[ห้วยบง 90]] และ[[ห้วยบง 80]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีน้ำตาลเข้ม เช่น พันธุ์[[ห้านาที]] และ[[ระยอง 90]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''สีเนื้อหัว''' ได้แก่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
# สีขาว เช่น พันธุ์[[ห้านาที]] [[ระยอง 1]] [[ระยอง 5]] [[ระยอง 7]] [[ระยอง 72]] [[ระยอง 90]] [[ระยอง 9]] [[ระยอง 11]] [[ระยอง 86-13]] [[เกษตรศาสตร์ 50]] [[เกษตรศาสตร์ 72]] [[ห้วยบง 60]] [[ห้วยบง 90]] และ[[ห้วยบง 80]] เป็นต้น__FORCETOC__&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== '''อ้างอิง''' ==&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>บงกฤช จันทรารัตนสกุล</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%87_5&amp;diff=922</id>
		<title>ระยอง 5</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%87_5&amp;diff=922"/>
		<updated>2021-12-03T09:38:59Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;บงกฤช จันทรารัตนสกุล: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;มันสําปะหลังพันธุ์ระยอง 5 เป็นพันธุ์ของกรมวิชาการเกษตรที่แนะนํา เมื่อ พ.ศ. 2537 เป็นลูกผสมระหว่าง 27-77-10 กับพันธุ์[[ระยอง 3]]&amp;lt;ref&amp;gt;มูลนิธิสถาบันพัฒนามันสำปะหลังแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี. 2552. เอกสารวิชาการการปลูกมันสำปะหลังที่ดี&amp;lt;/ref&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== ลักษณะประจำพันธุ์&amp;lt;ref&amp;gt;กรมวิชาการเกษตร. 2552. การจำแนกพันธุ์มันสำปะหลัง. โรงพิมพ์สำนักงานพุทธศาสนาแห่งชาติ.&amp;lt;/ref&amp;gt;&amp;lt;ref&amp;gt;กรมส่งเสริมการเกษตร. 2558. คู่มือการจำแนกพันธุ์มันสำปะหลัง. บริษัท ซัน แพคเกจจิ้ง (2014) จำกัด.&amp;lt;/ref&amp;gt; ==&lt;br /&gt;
{| class=&amp;quot;wikitable&amp;quot;&lt;br /&gt;
|'''ลักษณะ'''&lt;br /&gt;
|'''ระยอง 5'''&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|สียอดอ่อน&lt;br /&gt;
|สีม่วงอมน้ำตาล&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|การมีขนที่ยอดอ่อน&lt;br /&gt;
|ไม่มีขน&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|สีก้านใบ &lt;br /&gt;
|สีแดงเข้ม&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ลักษณะใบ&lt;br /&gt;
|ใบหอก&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ลักษณะหูใบ&lt;br /&gt;
|โคนหูใบสีแดงเข้ม ปลายหูใบตั้ง&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ลักษณะทรงต้น/ระดับการแตกกิ่ง&lt;br /&gt;
|ลำต้นตรง 2 – 3 ระดับ&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|สีลำต้น&lt;br /&gt;
|สีเขียวอมน้ำตาล&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|สีของเปลือกหัว&lt;br /&gt;
|สีน้ำตาลอ่อน&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ลักษณะหัว&lt;br /&gt;
|กรวยแกมกระบอก&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|สีเนื้อหัว&lt;br /&gt;
|สีขาว&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ลักษณะเด่น&lt;br /&gt;
|ปรับตัวได้ดีกับหลายสภาพแวดล้อม แป้งในหัวสูง ท่อนพันธุ์งอกดี หัวอ้วนสั้นเก็บเกี่ยวได้งาย&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ข้อจำกัด&lt;br /&gt;
|ค่อนข้างอ่อนแอต่อโรคใบไหม้  ทรงต้นแตกกิ่งได้ต้นพันธุ์น้อย&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|เปอร์เซ็นต์แป้งในฤดูฝน (%)&lt;br /&gt;
|22.7&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|เปอร์เซ็นต์แป้งในฤดูแล้ง (%)&lt;br /&gt;
|25 – 27 &lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ผลผลิตหัวสด (ตัน/ไร่)&lt;br /&gt;
|4.4&lt;br /&gt;
|}&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Imageต้นระยอง5.png|center|thumb|ภาพแสดงลักษณะทรงต้นมันสำปะหลังระยอง5|462x462px]]&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:ImageยอดR5.png|center|thumb|ภาพแสดงลักษณะยอดอ่อนมันสำปะหลังระยอง 5]]&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:ImageหูใบR5.png|center|thumb|ภาพแสดงลักษณะหูใบมันสำปะหลังระยอง 5]]&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Imageก้านR5.png|center|thumb|395x395px|ภาพแสดงลักษณะก้านใบมันสำปะหลังระยอง 5]]&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:ImageใบR5.png|center|thumb|362x362px|ภาพแสดงลักษณะใบมันสำปะหลังระยอง 5]]&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Imageสีลำต้นระยอง5.png|center|thumb|ภาพแสดงลักษณะสีลำต้นมันสำปะหลังระยอง 5]]&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Imageหัวระยอง5.png|center|thumb|585x585px|ภาพแสดงลักษณะหัวมันสำปะหลังระยอง5]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== อ้างอิง ==&lt;br /&gt;
[[หมวดหมู่:พันธุ์]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>บงกฤช จันทรารัตนสกุล</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%87_5&amp;diff=921</id>
		<title>ระยอง 5</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%87_5&amp;diff=921"/>
		<updated>2021-12-03T09:37:38Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;บงกฤช จันทรารัตนสกุล: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;มันสําปะหลังพันธุ์ระยอง 5 เป็นพันธุ์ของกรมวิชาการเกษตรที่แนะนํา เมื่อ พ.ศ. 2537 เป็นลูกผสมระหว่าง 27-77-10 กับพันธุ์[[ระยอง 3]]&amp;lt;ref&amp;gt;มูลนิธิสถาบันพัฒนามันสำปะหลังแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี. 2552. เอกสารวิชาการการปลูกมันสำปะหลังที่ดี&amp;lt;/ref&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== ลักษณะประจำพันธุ์&amp;lt;ref&amp;gt;กรมวิชาการเกษตร. 2552. การจำแนกพันธุ์มันสำปะหลัง. โรงพิมพ์สำนักงานพุทธศาสนาแห่งชาติ.&amp;lt;/ref&amp;gt;&amp;lt;ref&amp;gt;กรมส่งเสริมการเกษตร. 2558. คู่มือการจำแนกพันธุ์มันสำปะหลัง. บริษัท ซัน แพคเกจจิ้ง (2014) จำกัด.&amp;lt;/ref&amp;gt; ==&lt;br /&gt;
{| class=&amp;quot;wikitable&amp;quot;&lt;br /&gt;
|'''ลักษณะ'''&lt;br /&gt;
|'''ระยอง 5'''&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|สียอดอ่อน&lt;br /&gt;
|สีม่วงอมน้ำตาล&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|การมีขนที่ยอดอ่อน&lt;br /&gt;
|ไม่มีขน&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|สีก้านใบ &lt;br /&gt;
|สีแดงเข้ม&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ลักษณะใบ&lt;br /&gt;
|ใบหอก&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ลักษณะหูใบ&lt;br /&gt;
|โคนหูใบสีแดงเข้ม ปลายหูใบตั้ง&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ลักษณะทรงต้น/ระดับการแตกกิ่ง&lt;br /&gt;
|ลำต้นตรง 2 – 3 ระดับ&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|สีลำต้น&lt;br /&gt;
|สีเขียวอมน้ำตาล&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|สีของเปลือกหัว&lt;br /&gt;
|สีน้ำตาลอ่อน&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ลักษณะหัว&lt;br /&gt;
|กรวยแกมกระบอก&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|สีเนื้อหัว&lt;br /&gt;
|สีขาว&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ลักษณะเด่น&lt;br /&gt;
|ปรับตัวได้ดีกับหลายสภาพแวดล้อม แป้งในหัวสูง ท่อนพันธุ์งอกดี หัวอ้วนสั้นเก็บเกี่ยวได้งาย&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ข้อจำกัด&lt;br /&gt;
|ค่อนข้างอ่อนแอต่อโรคใบไหม้  ทรงต้นแตกกิ่งได้ต้นพันธุ์น้อย&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|เปอร์เซ็นต์แป้งในฤดูฝน (%)&lt;br /&gt;
|22.7&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|เปอร์เซ็นต์แป้งในฤดูแล้ง (%)&lt;br /&gt;
|25 – 27 &lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ผลผลิตหัวสด (ตัน/ไร่)&lt;br /&gt;
|4.4&lt;br /&gt;
|}&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Imageต้นระยอง5.png|center|thumb|ภาพแสดงลักษณะทรงต้นมันสำปะหลังระยอง5]]&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:ImageยอดR5.png|center|thumb|ภาพแสดงลักษณะยอดอ่อนมันสำปะหลังระยอง 5]]&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:ImageหูใบR5.png|center|thumb|ภาพแสดงลักษณะหูใบมันสำปะหลังระยอง 5]]&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Imageก้านR5.png|center|thumb|395x395px|ภาพแสดงลักษณะก้านใบมันสำปะหลังระยอง 5]]&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:ImageใบR5.png|center|thumb|362x362px|ภาพแสดงลักษณะใบมันสำปะหลังระยอง 5]]&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Imageสีลำต้นระยอง5.png|center|thumb|ภาพแสดงลักษณะสีลำต้นมันสำปะหลังระยอง 5]]&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Imageหัวระยอง5.png|center|thumb|585x585px|ภาพแสดงลักษณะหัวมันสำปะหลังระยอง5]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== อ้างอิง ==&lt;br /&gt;
[[หมวดหมู่:พันธุ์]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>บงกฤช จันทรารัตนสกุล</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Image%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%875.png&amp;diff=920</id>
		<title>ไฟล์:Imageหัวระยอง5.png</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Image%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%875.png&amp;diff=920"/>
		<updated>2021-12-03T09:36:27Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;บงกฤช จันทรารัตนสกุล: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;หัวระยอง5&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>บงกฤช จันทรารัตนสกุล</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Image%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%A5%E0%B8%B3%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%875.png&amp;diff=919</id>
		<title>ไฟล์:Imageสีลำต้นระยอง5.png</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Image%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%A5%E0%B8%B3%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%875.png&amp;diff=919"/>
		<updated>2021-12-03T09:34:38Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;บงกฤช จันทรารัตนสกุล: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;สีลำต้นระยอง5&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>บงกฤช จันทรารัตนสกุล</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Image%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%875.png&amp;diff=918</id>
		<title>ไฟล์:Imageต้นระยอง5.png</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Image%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%875.png&amp;diff=918"/>
		<updated>2021-12-03T09:31:54Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;บงกฤช จันทรารัตนสกุล: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;ต้นระยอง5&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>บงกฤช จันทรารัตนสกุล</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%87_86-13&amp;diff=911</id>
		<title>ระยอง 86-13</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%87_86-13&amp;diff=911"/>
		<updated>2021-12-03T09:21:54Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;บงกฤช จันทรารัตนสกุล: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;ศูนย์วิจัยพืชไร่ระยอง กรมวิชาการเกษตร ได้ปรับปรุงพันธุ์มันสำปะหลังพันธุ์ระยอง 86-13 จากการผสมข้ามพันธุ์ระหว่างพันธุ์แม่ [[ระยอง 11]] ซึ่งมีแป้งสูงและผลผลิตสูงกับพันธุ์[[เกษตรศาสตร์ 50]] ที่ซึ่งมีผลผลิตสูงและปรับตัวได้ดีกับสภาพแวดล้อม&amp;lt;ref&amp;gt;มูลนิธิสถาบันพัฒนามันสำปะหลังแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี. 2552. เอกสารวิชาการการปลูกมันสำปะหลังที่ดี&amp;lt;/ref&amp;gt; &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== ลักษณะประจำพันธุ์&amp;lt;ref&amp;gt;กรมวิชาการเกษตร. 2552. การจำแนกพันธุ์มันสำปะหลัง. โรงพิมพ์สำนักงานพุทธศาสนาแห่งชาติ.&amp;lt;/ref&amp;gt;&amp;lt;ref&amp;gt;กรมส่งเสริมการเกษตร. 2558. คู่มือการจำแนกพันธุ์มันสำปะหลัง. บริษัท ซัน แพคเกจจิ้ง (2014) จำกัด.&amp;lt;/ref&amp;gt; ==&lt;br /&gt;
{| class=&amp;quot;wikitable&amp;quot;&lt;br /&gt;
|'''ลักษณะ'''&lt;br /&gt;
|'''ระยอง 86-13'''&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|สียอดอ่อน&lt;br /&gt;
|สีม่วงอมน้ำตาล&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|การมีขนที่ยอดอ่อน&lt;br /&gt;
|ไม่มีขน&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|สีก้านใบ &lt;br /&gt;
|สีเขียวอมแดง&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ลักษณะใบ&lt;br /&gt;
|ใบหอกกลับ&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ลักษณะหูใบ&lt;br /&gt;
|ยาวงอน&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ลักษณะทรงต้น/ระดับการแตกกิ่ง&lt;br /&gt;
|ลำต้นตรง แตกกิ่งสูง 0 – 1 ระดับ&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|สีลำต้น&lt;br /&gt;
|สีเขียวเงิน&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|สีของเปลือกหัว&lt;br /&gt;
|สีน้ำตาลอ่อน&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ลักษณะหัว&lt;br /&gt;
|เรียว&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|สีเนื้อหัว&lt;br /&gt;
|สีขาว&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ลักษณะเด่น&lt;br /&gt;
|มีปริมาณแป้งสูง ผลผลิตหัวสดสูง ทรงต้นดี ไม่แตกกิ่ง&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ข้อจำกัด&lt;br /&gt;
|ไม่เหมาะกับการเก็บเกี่ยวที่อายุน้อยกว่า 12 เดือน อ่อนแอต่อโรคใบไหม้&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|เปอร์เซ็นต์แป้งในฤดูฝน (%)&lt;br /&gt;
|26.3&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|เปอร์เซ็นต์แป้งในฤดูแล้ง (%)&lt;br /&gt;
|29 – 33 &lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ผลผลิตหัวสด (ตัน/ไร่)&lt;br /&gt;
|4.51&lt;br /&gt;
|}&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Imageทรงต้น8613.png|center|thumb|ภาพแสดงลักษณะทรงต้นมันสำปะหลังระยอง 86-13]]&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Imageยอด8613.png|center|thumb|299x299px|ภาพแสดงลักษณะยอดอ่อนมันสำปะหลัง ระยอง 86-13]]&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Imageหูใบ8613.png|center|thumb|ภาพแสดงลักษณะหูใบมันสำปะหลัง ระยอง 86-13]]&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Imageก้าน8613.png|center|thumb|397x397px|ภาพแสดงลักษณะก้านใบมันสำปะหลังระยอง 86-13]]&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Imageใบ8613.png|center|thumb|398x398px|ภาพแสดงลักษณะใบมันสำปะหลังระยอง 86-13]]&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Imageสีลำต้น8613.png|center|thumb|ภาพแสดงลักษณะสีลำต้นมันสำปะหลังระยอง 86-13]]&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Image8613.png|center|thumb|511x511px|ภาพแสดงลักษณะหัวมันสำปะหลังระยอง 86-13]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== อ้างอิง ==&lt;br /&gt;
[[หมวดหมู่:พันธุ์]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>บงกฤช จันทรารัตนสกุล</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C_50&amp;diff=905</id>
		<title>เกษตรศาสตร์ 50</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C_50&amp;diff=905"/>
		<updated>2021-12-03T09:12:21Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;บงกฤช จันทรารัตนสกุล: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;มันสำปะหลังพันธุ์เกษตรศาสตร์ 50 เป็นผลงานวิจัยร่วมกันของ 3 หน่วยงาน คือ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กรมวิชาการเกษตร และศูนย์เกษตรเขตร้อนนานาชาติ (Centro Internacional de Agricultura Tropical) หรือเซียท (CIAT) เป็นลูกผสมระหว่างพันธุ์ระยอง 1 กับพันธุ์ระยอง 90 และเนื่องในวาระครบรอบ 50 ปี ใน พ.ศ. 2535 ของการก่อตั้งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จึงตั้งชื่อพันธุ์นี้ว่า “เกษตรศาสตร์ 50”&amp;lt;ref&amp;gt;มูลนิธิสถาบันพัฒนามันสำปะหลังแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี. 2552. เอกสารวิชาการการปลูกมันสำปะหลังที่ดี&amp;lt;/ref&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== ลักษณะประจำพันธุ์&amp;lt;ref&amp;gt;กรมวิชาการเกษตร. 2552. การจำแนกพันธุ์มันสำปะหลัง. โรงพิมพ์สำนักงานพุทธศาสนาแห่งชาติ.&amp;lt;/ref&amp;gt;&amp;lt;ref&amp;gt;กรมส่งเสริมการเกษตร. 2558. คู่มือการจำแนกพันธุ์มันสำปะหลัง. บริษัท ซัน แพคเกจจิ้ง (2014) จำกัด.&amp;lt;/ref&amp;gt; ==&lt;br /&gt;
{| class=&amp;quot;wikitable&amp;quot;&lt;br /&gt;
|'''ลักษณะ'''&lt;br /&gt;
|'''เกษตรศาสตร์ 50'''&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|สียอดอ่อน&lt;br /&gt;
|สีม่วง&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|การมีขนที่ยอดอ่อน&lt;br /&gt;
|ไม่มีขน&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|สีก้านใบ &lt;br /&gt;
|สีเขียวอมม่วง&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ลักษณะใบ&lt;br /&gt;
|ใบหอก&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ลักษณะหูใบ&lt;br /&gt;
|ไม่ค่อยพบหูใบ &lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ลักษณะทรงต้น/ระดับการแตกกิ่ง&lt;br /&gt;
|ลำต้นโค้งยาว แตกกิ่ง 0 – 3 ระดับ&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|สีลำต้น&lt;br /&gt;
|สีเขียวเงิน&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|สีของเปลือกหัว&lt;br /&gt;
|สีน้ำตาล&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ลักษณะหัว&lt;br /&gt;
|กรวย&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|สีเนื้อหัว&lt;br /&gt;
|สีขาว&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ลักษณะเด่น&lt;br /&gt;
|ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้ดี มีความงอกดี เก็บรักษาได้นาน  มีปริมาณแป้งสูง&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ข้อจำกัด&lt;br /&gt;
|ในบางท้องที่จะแตกกิ่ง ทำให้ไม่สะดวกในการปฏิบัติดูแลรักษา&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|เปอร์เซ็นต์แป้งในฤดูฝน (%)&lt;br /&gt;
|23&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|เปอร์เซ็นต์แป้งในฤดูแล้ง (%)&lt;br /&gt;
|28&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ผลผลิตหัวสด (ตัน/ไร่)&lt;br /&gt;
|4.4&lt;br /&gt;
|}&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Imageต้น250.png|center|thumb|430x430px|ภาพแสดงลักษณะทรงต้นมันสำปะหลังเกษตรศาสตร์ 50]]&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Image ยอดอ่อน ku 50.png|center|thumb|ภาพแสดงลักษณะยอดอ่อนมันสำปะหลังเกษตรศาสตร์ 50]]&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Image หูใบ ku50.png|center|thumb|ภาพแสดงลักษณะหูใบมันสำปะหลังเกษตรศาสตร์ 50]]&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Image ก้าน ku 50.png|center|thumb|355x355px|ภาพแสดงลักษณะก้านใบมันสำปะหลังเกษตรศาสตร์ 50]]&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Image ใบ ku 50.png|center|thumb|353x353px|ภาพแสดงลักษณะใบมันสำปะหลังเกษตรศาสตร์ 50]]&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Image สีต้น ku 50.png|center|thumb|ภาพแสดงลักษณะสีลำต้นมันสำปะหลังเกษตรศาสตร์ 50]]&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Image หัว ku50.png|center|thumb|365x365px|ภาพแสดงลักษณะหัวมันสำปะหลังเกษตรศสตร์ 50]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== อ้างอิง ==&lt;br /&gt;
[[หมวดหมู่:พันธุ์]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>บงกฤช จันทรารัตนสกุล</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Image%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%99250.png&amp;diff=904</id>
		<title>ไฟล์:Imageต้น250.png</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Image%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%99250.png&amp;diff=904"/>
		<updated>2021-12-03T09:10:56Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;บงกฤช จันทรารัตนสกุล: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;ต้น250&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>บงกฤช จันทรารัตนสกุล</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%93_1&amp;diff=901</id>
		<title>พิรุณ 1</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%93_1&amp;diff=901"/>
		<updated>2021-12-03T09:06:39Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;บงกฤช จันทรารัตนสกุล: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;ได้รับการรับรองพันธุ์พืชขึ้นทะเบียนจากกรมวิชาการเกษตรเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2559 เป็นพันธุ์มันสำปะหลังที่ส่งเข้าอุตสาหกรรมแป้งมันสำปะหลัง มีความต้านทานต่อโรคและแมลง ทรงต้นมีการแตกกิ่งเหนือศีรษะ ลำต้นตั้งตรง แข็งแรงไม่ฉีกหักง่าย สะดวกต่อการดูแลรักษาและเก็บเกี่ยว ลำต้นเป็นแบบซิกแซกทำให้สังเกตพันธุ์ปนได้ง่าย ปลายหัวทู่ทำให้หัวหักยากกว่าปลายหัวแหลมเมื่อขุดหรือเก็บเกี่ยว มีก้านที่ขั้วหัวทำให้ตัดง่าย เกิดบาดแผลที่หัวน้อย เนื่องจากมีก้านที่ขั้วหัวทำให้หัวเน่ายากสามารถเก็บรักษาหัวมันในลานก่อนเข้าโรงงานแป้งได้นานกว่าปกติ&amp;lt;ref&amp;gt;https://www.nstda.or.th/agritec/pirun-different/&amp;lt;/ref&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== ลักษณะประจำพันธุ์&amp;lt;ref&amp;gt;https://at.doa.go.th/cassvar/varP1.html&amp;lt;/ref&amp;gt; ==&lt;br /&gt;
{| class=&amp;quot;wikitable&amp;quot;&lt;br /&gt;
|'''ลักษณะ'''&lt;br /&gt;
|'''พิรุณ  1'''  &lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|สียอดอ่อน&lt;br /&gt;
|สีม่วงอมเขียว&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|การมีขนที่ยอดอ่อน&lt;br /&gt;
|ไม่มีขน&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|สีก้านใบ &lt;br /&gt;
|สีเขียวอมชมพู&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ลักษณะใบ&lt;br /&gt;
|ใบหอก&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ลักษณะหูใบ&lt;br /&gt;
|หูใบสีเขียวยาว&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ลักษณะทรงต้น/ระดับการแตกกิ่ง&lt;br /&gt;
|ทรงต้นแตกกิ่ง 1  – 3 ระดับ&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|สีลำต้น&lt;br /&gt;
|สีเขียวเงิน&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|สีของเปลือกหัว&lt;br /&gt;
|สีน้ำตาลเข้ม&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ลักษณะหัว&lt;br /&gt;
|กระบอก&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|สีเนื้อหัว&lt;br /&gt;
|สีขาว&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ลักษณะเด่น&lt;br /&gt;
|ลำต้นเป็นแบบซิกแซก เหมาะสำหรับปลูกในดินเหนียวสีแดง และร่วนปนเหนียว&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ข้อจำกัด&lt;br /&gt;
|ไม่เหมาะกับดินเหนียวสีดำ&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|เปอร์เซ็นต์แป้ง (%)&lt;br /&gt;
|22 – 28.7&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ผลผลิตหัวสด (ตัน/ไร่)&lt;br /&gt;
|6.6&lt;br /&gt;
|}&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Imageทรงต้นพิรุณ1.png|center|thumb|ภาพแสดงลักษณะทรงต้นมันสำปะหลังพิรุณ1]]&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Imageยอดพิรุณ1.png|center|thumb|ภาพแสดงลักษณะยอดมันสำปะหลังพิรุณ1]]&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Imageหูใบพิรุณ1.png|center|thumb|496x496px|ภาพแสดงลักษณะหูใบมันสำปะหลังพิรุณ1]]&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Imageก้านใบพิรุณ1&amp;quot;.png|center|thumb|ภาพแสดงลักษณะก้านใบมันสำปะหลังพิรุณ1]]&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Imageใบพิรุณ1.png|center|thumb|458x458px|ภาพแสดงลักษณะใบมันสำปะหลังพิรุณ1]]&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Imageสีลำต้นพิรุณ1.png|center|thumb|422x422px|ภาพแสดงลักษณะสีลำต้นมันสำปะหลังพิรุณ1]]&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Imageหัวพิรุณ1.png|center|thumb|583x583px|ภาพแสดงลักษณะหัวมันสำปะหลังพิรุณ1]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== '''อ้างอิง''' ==&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>บงกฤช จันทรารัตนสกุล</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Image%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%9A%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%931%22.png&amp;diff=900</id>
		<title>ไฟล์:Imageก้านใบพิรุณ1&quot;.png</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Image%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%9A%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%931%22.png&amp;diff=900"/>
		<updated>2021-12-03T09:03:48Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;บงกฤช จันทรารัตนสกุล: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;ก้านใบพิรุณ1&amp;quot;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>บงกฤช จันทรารัตนสกุล</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%93_1&amp;diff=899</id>
		<title>พิรุณ 1</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%93_1&amp;diff=899"/>
		<updated>2021-12-03T08:58:30Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;บงกฤช จันทรารัตนสกุล: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;ได้รับการรับรองพันธุ์พืชขึ้นทะเบียนจากกรมวิชาการเกษตรเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2559 เป็นพันธุ์มันสำปะหลังที่ส่งเข้าอุตสาหกรรมแป้งมันสำปะหลัง มีความต้านทานต่อโรคและแมลง ทรงต้นมีการแตกกิ่งเหนือศีรษะ ลำต้นตั้งตรง แข็งแรงไม่ฉีกหักง่าย สะดวกต่อการดูแลรักษาและเก็บเกี่ยว ลำต้นเป็นแบบซิกแซกทำให้สังเกตพันธุ์ปนได้ง่าย ปลายหัวทู่ทำให้หัวหักยากกว่าปลายหัวแหลมเมื่อขุดหรือเก็บเกี่ยว มีก้านที่ขั้วหัวทำให้ตัดง่าย เกิดบาดแผลที่หัวน้อย เนื่องจากมีก้านที่ขั้วหัวทำให้หัวเน่ายากสามารถเก็บรักษาหัวมันในลานก่อนเข้าโรงงานแป้งได้นานกว่าปกติ&amp;lt;ref&amp;gt;https://www.nstda.or.th/agritec/pirun-different/&amp;lt;/ref&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== ลักษณะประจำพันธุ์&amp;lt;ref&amp;gt;https://at.doa.go.th/cassvar/varP1.html&amp;lt;/ref&amp;gt; ==&lt;br /&gt;
{| class=&amp;quot;wikitable&amp;quot;&lt;br /&gt;
|'''ลักษณะ'''&lt;br /&gt;
|'''พิรุณ  1'''  &lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|สียอดอ่อน&lt;br /&gt;
|สีม่วงอมเขียว&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|การมีขนที่ยอดอ่อน&lt;br /&gt;
|ไม่มีขน&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|สีก้านใบ &lt;br /&gt;
|สีเขียวอมชมพู&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ลักษณะใบ&lt;br /&gt;
|ใบหอก&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ลักษณะหูใบ&lt;br /&gt;
|หูใบสีเขียวยาว&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ลักษณะทรงต้น/ระดับการแตกกิ่ง&lt;br /&gt;
|ทรงต้นแตกกิ่ง 1  – 3 ระดับ&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|สีลำต้น&lt;br /&gt;
|สีเขียวเงิน&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|สีของเปลือกหัว&lt;br /&gt;
|สีน้ำตาลเข้ม&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ลักษณะหัว&lt;br /&gt;
|กระบอก&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|สีเนื้อหัว&lt;br /&gt;
|สีขาว&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ลักษณะเด่น&lt;br /&gt;
|ลำต้นเป็นแบบซิกแซก เหมาะสำหรับปลูกในดินเหนียวสีแดง และร่วนปนเหนียว&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ข้อจำกัด&lt;br /&gt;
|ไม่เหมาะกับดินเหนียวสีดำ&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|เปอร์เซ็นต์แป้ง (%)&lt;br /&gt;
|22 – 28.7&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ผลผลิตหัวสด (ตัน/ไร่)&lt;br /&gt;
|6.6&lt;br /&gt;
|}&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Imageทรงต้นพิรุณ1.png|center|thumb|ภาพแสดงลักษณะทรงต้นมันสำปะหลังพิรุณ1]]&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Imageยอดพิรุณ1.png|center|thumb|ภาพแสดงลักษณะยอดมันสำปะหลังพิรุณ1]]&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Imageหูใบพิรุณ1.png|center|thumb|496x496px|ภาพแสดงลักษณะหูใบมันสำปะหลังพิรุณ1]]&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Imageก้านใบพิรุณ1.png|center|thumb|496x496px|ภาพแสดงลักษณะก้านใบมันสำปะหลังพิรุณ1]]&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Imageใบพิรุณ1.png|center|thumb|458x458px|ภาพแสดงลักษณะใบมันสำปะหลังพิรุณ1]]&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Imageสีลำต้นพิรุณ1.png|center|thumb|422x422px|ภาพแสดงลักษณะสีลำต้นมันสำปะหลังพิรุณ1]]&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Imageหัวพิรุณ1.png|center|thumb|583x583px|ภาพแสดงลักษณะหัวมันสำปะหลังพิรุณ1]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== '''อ้างอิง''' ==&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>บงกฤช จันทรารัตนสกุล</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%93_1&amp;diff=898</id>
		<title>พิรุณ 1</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%93_1&amp;diff=898"/>
		<updated>2021-12-03T08:46:14Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;บงกฤช จันทรารัตนสกุล: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;ได้รับการรับรองพันธุ์พืชขึ้นทะเบียนจากกรมวิชาการเกษตรเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2559 เป็นพันธุ์มันสำปะหลังที่ส่งเข้าอุตสาหกรรมแป้งมันสำปะหลัง มีความต้านทานต่อโรคและแมลง ทรงต้นมีการแตกกิ่งเหนือศีรษะ ลำต้นตั้งตรง แข็งแรงไม่ฉีกหักง่าย สะดวกต่อการดูแลรักษาและเก็บเกี่ยว ลำต้นเป็นแบบซิกแซกทำให้สังเกตพันธุ์ปนได้ง่าย ปลายหัวทู่ทำให้หัวหักยากกว่าปลายหัวแหลมเมื่อขุดหรือเก็บเกี่ยว มีก้านที่ขั้วหัวทำให้ตัดง่าย เกิดบาดแผลที่หัวน้อย เนื่องจากมีก้านที่ขั้วหัวทำให้หัวเน่ายากสามารถเก็บรักษาหัวมันในลานก่อนเข้าโรงงานแป้งได้นานกว่าปกติ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== ลักษณะประจำพันธุ์ ==&lt;br /&gt;
{| class=&amp;quot;wikitable&amp;quot;&lt;br /&gt;
|'''ลักษณะ'''&lt;br /&gt;
|'''พิรุณ  1'''  &lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|สียอดอ่อน&lt;br /&gt;
|สีม่วงอมเขียว&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|การมีขนที่ยอดอ่อน&lt;br /&gt;
|ไม่มีขน&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|สีก้านใบ &lt;br /&gt;
|สีเขียวอมชมพู&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ลักษณะใบ&lt;br /&gt;
|ใบหอก&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ลักษณะหูใบ&lt;br /&gt;
|หูใบสีเขียวยาว&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ลักษณะทรงต้น/ระดับการแตกกิ่ง&lt;br /&gt;
|ทรงต้นแตกกิ่ง 1  – 3 ระดับ&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|สีลำต้น&lt;br /&gt;
|สีเขียวเงิน&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|สีของเปลือกหัว&lt;br /&gt;
|สีน้ำตาลเข้ม&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ลักษณะหัว&lt;br /&gt;
|กระบอก&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|สีเนื้อหัว&lt;br /&gt;
|สีขาว&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ลักษณะเด่น&lt;br /&gt;
|ลำต้นเป็นแบบซิกแซก เหมาะสำหรับปลูกในดินเหนียวสีแดง และร่วนปนเหนียว&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ข้อจำกัด&lt;br /&gt;
|ไม่เหมาะกับดินเหนียวสีดำ&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|เปอร์เซ็นต์แป้ง (%)&lt;br /&gt;
|22 – 28.7&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ผลผลิตหัวสด (ตัน/ไร่)&lt;br /&gt;
|6.6&lt;br /&gt;
|}&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Imageทรงต้นพิรุณ1.png|center|thumb|ภาพแสดงลักษณะทรงต้นมันสำปะหลังพิรุณ1]]&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Imageยอดพิรุณ1.png|center|thumb|ภาพแสดงลักษณะยอดมันสำปะหลังพิรุณ1]]&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Imageหูใบพิรุณ1.png|center|thumb|496x496px|ภาพแสดงลักษณะหูใบมันสำปะหลังพิรุณ1]]&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Imageก้านใบพิรุณ1.png|center|thumb|496x496px|ภาพแสดงลักษณะก้านใบมันสำปะหลังพิรุณ1]]&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Imageใบพิรุณ1.png|center|thumb|458x458px|ภาพแสดงลักษณะใบมันสำปะหลังพิรุณ1]]&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Imageสีลำต้นพิรุณ1.png|center|thumb|422x422px|ภาพแสดงลักษณะสีลำต้นมันสำปะหลังพิรุณ1]]&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Imageหัวพิรุณ1.png|center|thumb|583x583px|ภาพแสดงลักษณะหัวมันสำปะหลังพิรุณ1]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>บงกฤช จันทรารัตนสกุล</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Image%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%931.png&amp;diff=897</id>
		<title>ไฟล์:Imageหัวพิรุณ1.png</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Image%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%931.png&amp;diff=897"/>
		<updated>2021-12-03T08:45:08Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;บงกฤช จันทรารัตนสกุล: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;หัวพิรุณ1&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>บงกฤช จันทรารัตนสกุล</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Image%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%A5%E0%B8%B3%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%931.png&amp;diff=896</id>
		<title>ไฟล์:Imageสีลำต้นพิรุณ1.png</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Image%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%A5%E0%B8%B3%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%931.png&amp;diff=896"/>
		<updated>2021-12-03T08:43:17Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;บงกฤช จันทรารัตนสกุล: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;สีลำต้นพิรุณ1&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>บงกฤช จันทรารัตนสกุล</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Image%E0%B9%83%E0%B8%9A%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%931.png&amp;diff=895</id>
		<title>ไฟล์:Imageใบพิรุณ1.png</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Image%E0%B9%83%E0%B8%9A%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%931.png&amp;diff=895"/>
		<updated>2021-12-03T08:41:34Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;บงกฤช จันทรารัตนสกุล: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;ใบพิรุณ1&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>บงกฤช จันทรารัตนสกุล</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Image%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%9A%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%931.png&amp;diff=894</id>
		<title>ไฟล์:Imageก้านใบพิรุณ1.png</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Image%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%9A%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%931.png&amp;diff=894"/>
		<updated>2021-12-03T08:33:22Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;บงกฤช จันทรารัตนสกุล: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;ก้านใบพิรุณ1&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>บงกฤช จันทรารัตนสกุล</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Image%E0%B8%AB%E0%B8%B9%E0%B9%83%E0%B8%9A%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%931.png&amp;diff=893</id>
		<title>ไฟล์:Imageหูใบพิรุณ1.png</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Image%E0%B8%AB%E0%B8%B9%E0%B9%83%E0%B8%9A%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%931.png&amp;diff=893"/>
		<updated>2021-12-03T08:31:09Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;บงกฤช จันทรารัตนสกุล: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;หูใบพิรุณ1&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>บงกฤช จันทรารัตนสกุล</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Image%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%931.png&amp;diff=892</id>
		<title>ไฟล์:Imageยอดพิรุณ1.png</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Image%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%931.png&amp;diff=892"/>
		<updated>2021-12-03T08:29:48Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;บงกฤช จันทรารัตนสกุล: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;ยอดพิรุณ1&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>บงกฤช จันทรารัตนสกุล</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%93_1&amp;diff=891</id>
		<title>พิรุณ 1</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%93_1&amp;diff=891"/>
		<updated>2021-12-03T08:28:35Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;บงกฤช จันทรารัตนสกุล: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;ได้รับการรับรองพันธุ์พืชขึ้นทะเบียนจากกรมวิชาการเกษตรเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2559 เป็นพันธุ์มันสำปะหลังที่ส่งเข้าอุตสาหกรรมแป้งมันสำปะหลัง มีความต้านทานต่อโรคและแมลง ทรงต้นมีการแตกกิ่งเหนือศีรษะ ลำต้นตั้งตรง แข็งแรงไม่ฉีกหักง่าย สะดวกต่อการดูแลรักษาและเก็บเกี่ยว ลำต้นเป็นแบบซิกแซกทำให้สังเกตพันธุ์ปนได้ง่าย ปลายหัวทู่ทำให้หัวหักยากกว่าปลายหัวแหลมเมื่อขุดหรือเก็บเกี่ยว มีก้านที่ขั้วหัวทำให้ตัดง่าย เกิดบาดแผลที่หัวน้อย เนื่องจากมีก้านที่ขั้วหัวทำให้หัวเน่ายากสามารถเก็บรักษาหัวมันในลานก่อนเข้าโรงงานแป้งได้นานกว่าปกติ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== ลักษณะประจำพันธุ์ ==&lt;br /&gt;
{| class=&amp;quot;wikitable&amp;quot;&lt;br /&gt;
|'''ลักษณะ'''&lt;br /&gt;
|'''พิรุณ  1'''  &lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|สียอดอ่อน&lt;br /&gt;
|สีม่วงอมเขียว&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|การมีขนที่ยอดอ่อน&lt;br /&gt;
|ไม่มีขน&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|สีก้านใบ &lt;br /&gt;
|สีเขียวอมชมพู&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ลักษณะใบ&lt;br /&gt;
|ใบหอก&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ลักษณะหูใบ&lt;br /&gt;
|หูใบสีเขียวยาว&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ลักษณะทรงต้น/ระดับการแตกกิ่ง&lt;br /&gt;
|ทรงต้นแตกกิ่ง 1  – 3 ระดับ&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|สีลำต้น&lt;br /&gt;
|สีเขียวเงิน&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|สีของเปลือกหัว&lt;br /&gt;
|สีน้ำตาลเข้ม&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ลักษณะหัว&lt;br /&gt;
|กระบอก&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|สีเนื้อหัว&lt;br /&gt;
|สีขาว&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ลักษณะเด่น&lt;br /&gt;
|ลำต้นเป็นแบบซิกแซก เหมาะสำหรับปลูกในดินเหนียวสีแดง และร่วนปนเหนียว&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ข้อจำกัด&lt;br /&gt;
|ไม่เหมาะกับดินเหนียวสีดำ&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|เปอร์เซ็นต์แป้ง (%)&lt;br /&gt;
|22 – 28.7&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ผลผลิตหัวสด (ตัน/ไร่)&lt;br /&gt;
|6.6&lt;br /&gt;
|}&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Imageทรงต้นพิรุณ1.png|center|thumb|ภาพแสดงลักษณะทรงต้นมันสำปะหลังพันธุ์พิรุณ1]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>บงกฤช จันทรารัตนสกุล</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Image%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%931.png&amp;diff=890</id>
		<title>ไฟล์:Imageทรงต้นพิรุณ1.png</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Image%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%931.png&amp;diff=890"/>
		<updated>2021-12-03T08:27:26Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;บงกฤช จันทรารัตนสกุล: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;ทรงต้นพิรุณ1&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>บงกฤช จันทรารัตนสกุล</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%93_1&amp;diff=889</id>
		<title>พิรุณ 1</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%93_1&amp;diff=889"/>
		<updated>2021-12-03T08:25:56Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;บงกฤช จันทรารัตนสกุล: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;ได้รับการรับรองพันธุ์พืชขึ้นทะเบียนจากกรมวิชาการเกษตรเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2559 เป็นพันธุ์มันสำปะหลังที่ส่งเข้าอุตสาหกรรมแป้งมันสำปะหลัง มีความต้านทานต่อโรคและแมลง ทรงต้นมีการแตกกิ่งเหนือศีรษะ ลำต้นตั้งตรง แข็งแรงไม่ฉีกหักง่าย สะดวกต่อการดูแลรักษาและเก็บเกี่ยว ลำต้นเป็นแบบซิกแซกทำให้สังเกตพันธุ์ปนได้ง่าย ปลายหัวทู่ทำให้หัวหักยากกว่าปลายหัวแหลมเมื่อขุดหรือเก็บเกี่ยว มีก้านที่ขั้วหัวทำให้ตัดง่าย เกิดบาดแผลที่หัวน้อย เนื่องจากมีก้านที่ขั้วหัวทำให้หัวเน่ายากสามารถเก็บรักษาหัวมันในลานก่อนเข้าโรงงานแป้งได้นานกว่าปกติ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== ลักษณะประจำพันธุ์ ==&lt;br /&gt;
{| class=&amp;quot;wikitable&amp;quot;&lt;br /&gt;
|'''ลักษณะ'''&lt;br /&gt;
|'''พิรุณ  1'''  &lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|สียอดอ่อน&lt;br /&gt;
|สีม่วงอมเขียว&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|การมีขนที่ยอดอ่อน&lt;br /&gt;
|ไม่มีขน&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|สีก้านใบ &lt;br /&gt;
|สีเขียวอมชมพู&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ลักษณะใบ&lt;br /&gt;
|ใบหอก&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ลักษณะหูใบ&lt;br /&gt;
|หูใบสีเขียวยาว&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ลักษณะทรงต้น/ระดับการแตกกิ่ง&lt;br /&gt;
|ทรงต้นแตกกิ่ง 1  – 3 ระดับ&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|สีลำต้น&lt;br /&gt;
|สีเขียวเงิน&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|สีของเปลือกหัว&lt;br /&gt;
|สีน้ำตาลเข้ม&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ลักษณะหัว&lt;br /&gt;
|กระบอก&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|สีเนื้อหัว&lt;br /&gt;
|สีขาว&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ลักษณะเด่น&lt;br /&gt;
|ลำต้นเป็นแบบซิกแซก เหมาะสำหรับปลูกในดินเหนียวสีแดง และร่วนปนเหนียว&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ข้อจำกัด&lt;br /&gt;
|ไม่เหมาะกับดินเหนียวสีดำ&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|เปอร์เซ็นต์แป้ง (%)&lt;br /&gt;
|22 – 28.7&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ผลผลิตหัวสด (ตัน/ไร่)&lt;br /&gt;
|6.6&lt;br /&gt;
|}&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>บงกฤช จันทรารัตนสกุล</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%93_1&amp;diff=888</id>
		<title>พิรุณ 1</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%93_1&amp;diff=888"/>
		<updated>2021-12-03T08:24:20Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;บงกฤช จันทรารัตนสกุล: สร้างหน้าด้วย &amp;quot;ได้รับการรับรองพันธุ์พืชขึ้นทะเบียนจากกรมวิชาการเกษ...&amp;quot;&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;ได้รับการรับรองพันธุ์พืชขึ้นทะเบียนจากกรมวิชาการเกษตรเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2559 เป็นพันธุ์มันสำปะหลังที่ส่งเข้าอุตสาหกรรมแป้งมันสำปะหลัง มีความต้านทานต่อโรคและแมลง ทรงต้นมีการแตกกิ่งเหนือศีรษะ ลำต้นตั้งตรง แข็งแรงไม่ฉีกหักง่าย สะดวกต่อการดูแลรักษาและเก็บเกี่ยว ลำต้นเป็นแบบซิกแซกทำให้สังเกตพันธุ์ปนได้ง่าย ปลายหัวทู่ทำให้หัวหักยากกว่าปลายหัวแหลมเมื่อขุดหรือเก็บเกี่ยว มีก้านที่ขั้วหัวทำให้ตัดง่าย เกิดบาดแผลที่หัวน้อย เนื่องจากมีก้านที่ขั้วหัวทำให้หัวเน่ายากสามารถเก็บรักษาหัวมันในลานก่อนเข้าโรงงานแป้งได้นานกว่าปกติ&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>บงกฤช จันทรารัตนสกุล</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=Index.php%3Ftitle%3D%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%93_1&amp;diff=887</id>
		<title>Index.php?title=พิรุณ 1</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=Index.php%3Ftitle%3D%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%93_1&amp;diff=887"/>
		<updated>2021-12-03T08:22:30Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;บงกฤช จันทรารัตนสกุล: สร้างหน้าด้วย &amp;quot;มันสำปะหลังพันธุ์พิรุณ 1 ได้รับการรับรองพันธุ์พืชขึ้น...&amp;quot;&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;มันสำปะหลังพันธุ์พิรุณ 1 ได้รับการรับรองพันธุ์พืชขึ้นทะเบียนจากกรมวิชาการเกษตรเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2559 เป็นพันธุ์มันสำปะหลังที่ส่งเข้าอุตสาหกรรมแป้งมันสำปะหลัง มีความต้านทานต่อโรคและแมลง โดยมีลักษณะเด่น คือ ทรงต้นมีการแตกกิ่งเหนือศีรษะ ลำต้นตั้งตรง แข็งแรงไม่ฉีกหักง่าย สะดวกต่อการดูแลรักษาและเก็บเกี่ยว ลำต้นเป็นแบบซิกแซกทำให้สังเกตพันธุ์ปนได้ง่าย ปลายหัวทู่ทำให้หัวหักยากกว่าปลายหัวแหลมเมื่อขุดหรือเก็บเกี่ยว มีก้านที่ขั้วหัวทำให้ตัดง่าย เกิดบาดแผลที่หัวน้อย เนื่องจากมีก้านที่ขั้วหัวทำให้หัวเน่ายากสามารถเก็บรักษาหัวมันในลานก่อนเข้าโรงงานแป้งได้นานกว่า&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>บงกฤช จันทรารัตนสกุล</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B9%81%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C&amp;diff=886</id>
		<title>การจำแนกพันธุ์</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B9%81%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C&amp;diff=886"/>
		<updated>2021-12-03T08:19:29Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;บงกฤช จันทรารัตนสกุล: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;=== '''มันสำปะหลังที่พัฒนาโดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์''' ===&lt;br /&gt;
[[เกษตรศาสตร์ 50]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[เกษตรศาสตร์ 72]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[ห้วยบง 60]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[ห้วยบง 80]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[ห้วยบง 90]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
=== '''มันสำปะหลังที่พัฒนาโดยกรมวิชาการเกษตร''' ===&lt;br /&gt;
[[ระยอง 1]] &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[ระยอง 5]] &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[ระยอง 72]]        &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[ระยอง 90]] &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[ระยอง 9]] &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[ระยอง 11]] &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[ระยอง 7]] &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[ระยอง 86-13]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
=== '''มันสำปะหลังจากความร่วมมือหลายหน่วยงาน (สวทช กรมวิชาการเกษตร มหาวิทยาลัยมหิดล)''' ===&lt;br /&gt;
[[พิรุณ 1]] &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
มันสำปะหลัง (ชื่อวิทยาศาสตร์: ''Manihot esculenta'' (L.) Crantz) เป็นพืชหัวชนิดหนึ่ง มีชื่อเรียกทั่วไปในภาษาอังกฤษว่า แคสซาวา (Cassava) หรือทาปิโอก้า (Tapioca) ประเทศแถบแอฟริกาเรียกชื่อภาษาฝรั่งเศสว่า แมนิออค (Manioc) มีถิ่นกำเนิดในอเมริกาใต้ ซึ่งมีการปลูกมันสำปะหลังมา 3,000 ถึง 7,000 ปีต่อมาได้ขยายไปสู่แหล่งอื่นๆ สำหรับประเทศไทยนั้นไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดว่ามีการนำมันสำปะหลังเข้ามาปลูกเมื่อใด แต่คาดว่ามีการนำมันสำปะหลังมาจากประเทศมาเลเซียเมื่อปี พ.ศ.2329 โดยมีชื่อเรียกในระยะต่อมาว่า มันไม้และมันสำโรง &amp;lt;ref name=&amp;quot;:0&amp;quot;&amp;gt;มูลนิธิสถาบันพัฒนามันสำปะหลังแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี. สืบค้นเมื่อ 5 มิถุนายน 2564. จาก https://www.tapiocathai.org/C.html&amp;lt;/ref&amp;gt;&lt;br /&gt;
{| class=&amp;quot;wikitable&amp;quot;&lt;br /&gt;
| colspan=&amp;quot;2&amp;quot; |          '''มันสำปะหลัง'''&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|'''อาณาจักร:'''&lt;br /&gt;
|Plantae&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|'''หมวด:'''&lt;br /&gt;
|Magnoliophyta&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|'''ชั้น:'''&lt;br /&gt;
|Magnoliopsida&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|'''อันดับ:'''&lt;br /&gt;
|Malpighiales&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|'''วงศ์:'''&lt;br /&gt;
|Euphorbiaceae&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|'''วงศ์ย่อย:'''&lt;br /&gt;
|Crotonoideae&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|'''เผ่า:'''&lt;br /&gt;
|Manihoteae&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|'''สกุล:'''&lt;br /&gt;
|''Manihot''&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|'''สปีชีส์:'''&lt;br /&gt;
|''M. esculenta''&lt;br /&gt;
|}&lt;br /&gt;
มันสำปะหลังมีทั้งชนิดหวาน (Sweet Type) มีปริมาณกรดไฮโดรไซยานิคต่ำ ใช้เพื่อการบริโภค เช่น พันธุ์[[ห้านาที]] และมันสำปะหลังชนิดขม (Bitter Type) มีกรดไฮโดรไซยานิคสูง เป็นพิษและมีรสขม             ไม่เหมาะสำหรับการบริโภค แต่เหมาะใช้ในอุตสาหกรรมผลิตแป้งและอาหารสัตว์ เช่น พันธุ์[[ระยอง 90]]  [[ระยอง 7]] [[ระยอง 9]]  [[ระยอง 5]] [[ระยอง 11]] [[ระยอง 72]] [[ระยอง 1]] [[ห้วยบง 80]] [[ห้วยบง 60]] [[เกษตรศาสตร์ 50]] [[เกษตรศาสตร์ 72]] [[ระยอง 86-13]] และ[[ห้วยบง 90]] เป็นต้น   &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
หน่วยงานที่มีบทบาทในการพัฒนาพันธุ์มันสำปะหลัง ได้แก่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และกรมวิชาการเกษตร ได้จำแนกพันธุ์มันสำปะหลังในประเทศไทย ตามลักษณะของสี รูปร่าง ลักษณะทรงต้น ใบ และ การแตกกิ่ง โดยลักษณะเด่นที่สามารถใช้จำแนกพันธุ์ในปัจจุบัน มีดังนี้&lt;br /&gt;
== '''ลักษณะเด่นที่ใช้จำแนกพันธุ์'''&amp;lt;ref&amp;gt;กรมวิชาการเกษตร. 2552. การจำแนกพันธุ์มันสำปะหลัง. โรงพิมพ์สำนักงานพุทธศาสนาแห่งชาติ.&amp;lt;/ref&amp;gt;&amp;lt;ref&amp;gt;กรมส่งเสริมการเกษตร. 2558. คู่มือการจำแนกพันธุ์มันสำปะหลัง. บริษัท ซัน แพคเกจจิ้ง (2014) จำกัด.&amp;lt;/ref&amp;gt; ==&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''สียอดอ่อน''' สามารถสังเกตได้จากสีของยอดอ่อนมันสำปะหลังที่ยังไม่คลี่ออกมา ได้แก่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
# สีเขียว เช่น พันธุ์[[ห้านาที]] [[ห้วยบง 90]] [[ระยอง 90]]  [[ระยอง 7]] [[ห้วยบง 80]] และ[[ระยอง 9]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีม่วงอมเขียว เช่น พันธุ์[[ระยอง 11]]  เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีม่วงอมน้ำตาล เช่น พันธุ์[[ระยอง 86-13]] [[ระยอง 5]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีม่วง เช่น พันธุ์[[ระยอง 72]] [[ระยอง 1]] [[เกษตรศาสตร์ 50]] [[เกษตรศาสตร์ 72]] และ[[ห้วยบง 60]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''ขนที่ยอดอ่อน''' มันสำปะหลังพันธุ์ที่ไม่มีขนอ่อนมักจะมีลักษณะเงา มัน ส่วนมันสำปะหลังที่มีขนอ่อนมักจะมีลักษณะด้าน เมื่อสัมผัสจะนุ่มมือ ได้แก่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
# ยอดอ่อนมีขน เช่น พันธุ์[[ระยอง 60]]  และ[[ระยอง 1]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# ยอดอ่อนไม่มีขน เช่น พันธุ์[[ห้านาที]] [[ห้วยบง 90]] [[ระยอง 90]] [[ระยอง 7]] [[ห้วยบง 80]] [[ระยอง 9]] [[ระยอง 11]] [[ระยอง 86-13]] [[ระยอง 5]] [[ระยอง 72]] [[เกษตรศาสตร์ 50]] [[เกษตรศาสตร์ 72]] และ [[ห้วยบง 60]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''สีก้านใบ''' สีของก้านใบ ดูที่ก้านใบในตำแหน่งใบที่ 5 จากใบยอดที่คลี่เต็มที่แล้ว 5 ใบจากยอด เมื่ออายุประมาณ 3 – 6 เดือนหลังปลูก ได้แก่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
# สีเขียวอ่อน เช่น พันธุ์[[ระยอง 90]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีเขียวอมชมพู เช่น พันธุ์[[ระยอง 7]] และ[[ระยอง 9]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีเขียวอมแดง เช่น พันธุ์[[ระยอง 1]]  [[ระยอง 11]] [[ระยอง 86-13]] [[ห้วยบง 90]] และ[[ห้วยบง 80]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีแดงเข้ม เช่น พันธุ์[[ห้านาที]] [[ระยอง 5]] และ[[ระยอง 72]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีเขียวอมม่วง เช่น พันธุ์[[เกษตรศาสตร์ 72]] [[เกษตรศาสตร์ 50]] และ[[ห้วยบง 60]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''รูปร่างของแฉกที่อยู่กลางใบ''' ใบมันสำปะหลังเป็นแบบใบเดี่ยว แผ่นใบเว้าเป็นแฉก มีรูปร่างและจำนวนแฉกแตกต่างกันไปตามพันธุ์ โดยปกติมี 3 – 9 แฉก ยาวประมาณ 4 – 20 เซนติเมตร                 กว้างประมาณ 1 – 6 เซนติเมตร รูปทรงของแฉกแตกต่างกัน เช่น เรียวยาว สั้นป้อม สังเกตุเมื่ออายุประมาณ 3 – 4 เดือนหลังปลูก โดยดูในตำแหน่งใบที่ 5 จากใบยอดที่คลี่เต็มที่ ได้แก่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
# รูปแถบ (linear)&lt;br /&gt;
# รูปรี (elliptic)&lt;br /&gt;
# รูปใบหอก (lanceolate) เช่น พันธุ์[[ห้านาที]] [[ระยอง 1]] [[ระยอง 90]] [[ระยอง 5]] [[ระยอง 7]] [[ระยอง 9]] [[ระยอง 72]] [[ห้วยบง 60]] [[ห้วยบง 80]] [[ห้วยบง 90]] [[เกษตรศาสตร์ 50]] [[เกษตรศาสตร์ 72]]  และ[[ระยอง 11]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# รูปใบหอกกลับ (oblanceolate) เช่น [[ระยอง 86-13]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# รูปไวโอลิน (pandurate)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''สีลำต้น''' ได้แก่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
# สีเขียวเงิน เช่น พันธุ์[[ระยอง 1]] [[ระยอง 72]] [[ระยอง 11]] [[ระยอง 86-13]] [[เกษตรศาสตร์ 50]] [[เกษตรศาสตร์ 72]] [[ห้วยบง 60]] [[ห้วยบง 90]] และ[[ห้วยบง 80]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีเขียวอมน้ำตาล เช่น พันธุ์[[ระยอง 5]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีน้ำตาลอมเหลือง เช่น พันธุ์[[ระยอง 9]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีน้ำตาลอมส้ม เช่น พันธุ์[[ระยอง 90]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีน้ำตาลอ่อน เช่น พันธุ์[[ระยอง 7]] และ[[ระยอง 60]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''ลักษณะหูใบ''' ส่วนของโคนก้านใบที่ติดกับลำต้นมีหูใบ (stipule) มีรูปร่าง ขนาด และสีเฉพาะแต่ละพันธุ์ เช่น พันธุ์[[ระยอง 72]] หูใบมีสีแดงเข้มปลายหูใบงอนขึ้นคล้ายขนตา พันธุ์[[ระยอง 11]] หูใบมีสีเขียวคาดสีแดง และพันธุ์[[ห้วยบง 60]] หูใบมีสีเขียวยาว เป็นต้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''ลักษณะทรงต้นหรือการแตกกิ่ง''' บางพันธุ์ลำต้นเป็นต้นเดี่ยว ไม่มีการแตกกิ่ง บางพันธุ์มีการแตกกิ่งหลายระดับ โดยเท่าที่พบจะไม่เกิน 4 กิ่ง พันธุ์ที่มีการแตกกิ่งมากและแตกกิ่งหลายระดับจะมีลักษณะเป็นพุ่มเตี้ย พันธุ์ที่มีการแตกกิ่งน้อยจะสูง ได้แก่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
# ทรงต้นแตกกิ่ง 0 – 1 ระดับ เช่น พันธุ์[[ห้านาที]] [[ระยอง 1]] [[ระยอง 7]] [[ระยอง 9]]  [[ระยอง 86-13]] [[เกษตรศาสตร์ 72]] [[ห้วยบง 90]] และ[[ระยอง 72]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# ทรงต้นแตกกิ่ง 1 – 3 ระดับ เช่น พันธุ์[[ระยอง 11]] [[ระยอง 5]] [[ห้วยบง 60]] [[ห้วยบง 80]] และ[[เกษตรศาสตร์ 50]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# ทรงต้นแตกกิ่ง 2 – 4 ระดับ เช่น พันธุ์[[ระยอง 90]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''สีเปลือกหัว''' เป็นลักษณะที่สังเกตได้ในระยะเก็บเกี่ยว ได้แก่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
# สีขาวครีม เช่นพันธุ์[[ระยอง 7]] และ[[ระยอง 72]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีน้ำตาล เช่น พันธุ์[[ระยอง 11]]  เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีน้ำตาลอ่อน เช่น พันธุ์[[ระยอง 1]]  [[ระยอง 5]] [[ระยอง 9]]  [[ระยอง 86-13]] [[เกษตรศาสตร์ 50]] [[เกษตรศาสตร์ 72]] [[ห้วยบง 60]] [[ห้วยบง 90]] และ[[ห้วยบง 80]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีน้ำตาลเข้ม เช่น พันธุ์[[ห้านาที]] และ[[ระยอง 90]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''สีเนื้อหัว''' ได้แก่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
# สีขาว เช่น พันธุ์[[ห้านาที]] [[ระยอง 1]] [[ระยอง 5]] [[ระยอง 7]] [[ระยอง 72]] [[ระยอง 90]] [[ระยอง 9]] [[ระยอง 11]] [[ระยอง 86-13]] [[เกษตรศาสตร์ 50]] [[เกษตรศาสตร์ 72]] [[ห้วยบง 60]] [[ห้วยบง 90]] และ[[ห้วยบง 80]] เป็นต้น__FORCETOC__&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== '''อ้างอิง''' ==&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>บงกฤช จันทรารัตนสกุล</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B9%81%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C&amp;diff=885</id>
		<title>การจำแนกพันธุ์</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B9%81%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C&amp;diff=885"/>
		<updated>2021-12-03T08:18:41Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;บงกฤช จันทรารัตนสกุล: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;=== '''มันสำปะหลังที่พัฒนาโดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์''' ===&lt;br /&gt;
[[เกษตรศาสตร์ 50]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[เกษตรศาสตร์ 72]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[ห้วยบง 60]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[ห้วยบง 80]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[ห้วยบง 90]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
=== '''มันสำปะหลังที่พัฒนาโดยกรมวิชาการเกษตร''' ===&lt;br /&gt;
[[ระยอง 1]] &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[ระยอง 5]] &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[ระยอง 72]]        &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[ระยอง 90]] &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[ระยอง 9]] &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[ระยอง 11]] &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[ระยอง 7]] &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[ระยอง 86-13]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
=== มันสำปะหลังจากความร่วมมือหลายหน่วยงาน (สวทช กรมวิชาการเกษตร มหาวิทยาลัยมหิดล) ===&lt;br /&gt;
[[พิรุณ 1]] &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
มันสำปะหลัง (ชื่อวิทยาศาสตร์: ''Manihot esculenta'' (L.) Crantz) เป็นพืชหัวชนิดหนึ่ง มีชื่อเรียกทั่วไปในภาษาอังกฤษว่า แคสซาวา (Cassava) หรือทาปิโอก้า (Tapioca) ประเทศแถบแอฟริกาเรียกชื่อภาษาฝรั่งเศสว่า แมนิออค (Manioc) มีถิ่นกำเนิดในอเมริกาใต้ ซึ่งมีการปลูกมันสำปะหลังมา 3,000 ถึง 7,000 ปีต่อมาได้ขยายไปสู่แหล่งอื่นๆ สำหรับประเทศไทยนั้นไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดว่ามีการนำมันสำปะหลังเข้ามาปลูกเมื่อใด แต่คาดว่ามีการนำมันสำปะหลังมาจากประเทศมาเลเซียเมื่อปี พ.ศ.2329 โดยมีชื่อเรียกในระยะต่อมาว่า มันไม้และมันสำโรง &amp;lt;ref name=&amp;quot;:0&amp;quot;&amp;gt;มูลนิธิสถาบันพัฒนามันสำปะหลังแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี. สืบค้นเมื่อ 5 มิถุนายน 2564. จาก https://www.tapiocathai.org/C.html&amp;lt;/ref&amp;gt;&lt;br /&gt;
{| class=&amp;quot;wikitable&amp;quot;&lt;br /&gt;
| colspan=&amp;quot;2&amp;quot; |          '''มันสำปะหลัง'''&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|'''อาณาจักร:'''&lt;br /&gt;
|Plantae&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|'''หมวด:'''&lt;br /&gt;
|Magnoliophyta&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|'''ชั้น:'''&lt;br /&gt;
|Magnoliopsida&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|'''อันดับ:'''&lt;br /&gt;
|Malpighiales&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|'''วงศ์:'''&lt;br /&gt;
|Euphorbiaceae&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|'''วงศ์ย่อย:'''&lt;br /&gt;
|Crotonoideae&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|'''เผ่า:'''&lt;br /&gt;
|Manihoteae&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|'''สกุล:'''&lt;br /&gt;
|''Manihot''&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|'''สปีชีส์:'''&lt;br /&gt;
|''M. esculenta''&lt;br /&gt;
|}&lt;br /&gt;
มันสำปะหลังมีทั้งชนิดหวาน (Sweet Type) มีปริมาณกรดไฮโดรไซยานิคต่ำ ใช้เพื่อการบริโภค เช่น พันธุ์[[ห้านาที]] และมันสำปะหลังชนิดขม (Bitter Type) มีกรดไฮโดรไซยานิคสูง เป็นพิษและมีรสขม             ไม่เหมาะสำหรับการบริโภค แต่เหมาะใช้ในอุตสาหกรรมผลิตแป้งและอาหารสัตว์ เช่น พันธุ์[[ระยอง 90]]  [[ระยอง 7]] [[ระยอง 9]]  [[ระยอง 5]] [[ระยอง 11]] [[ระยอง 72]] [[ระยอง 1]] [[ห้วยบง 80]] [[ห้วยบง 60]] [[เกษตรศาสตร์ 50]] [[เกษตรศาสตร์ 72]] [[ระยอง 86-13]] และ[[ห้วยบง 90]] เป็นต้น   &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
หน่วยงานที่มีบทบาทในการพัฒนาพันธุ์มันสำปะหลัง ได้แก่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และกรมวิชาการเกษตร ได้จำแนกพันธุ์มันสำปะหลังในประเทศไทย ตามลักษณะของสี รูปร่าง ลักษณะทรงต้น ใบ และ การแตกกิ่ง โดยลักษณะเด่นที่สามารถใช้จำแนกพันธุ์ในปัจจุบัน มีดังนี้&lt;br /&gt;
== '''ลักษณะเด่นที่ใช้จำแนกพันธุ์'''&amp;lt;ref&amp;gt;กรมวิชาการเกษตร. 2552. การจำแนกพันธุ์มันสำปะหลัง. โรงพิมพ์สำนักงานพุทธศาสนาแห่งชาติ.&amp;lt;/ref&amp;gt;&amp;lt;ref&amp;gt;กรมส่งเสริมการเกษตร. 2558. คู่มือการจำแนกพันธุ์มันสำปะหลัง. บริษัท ซัน แพคเกจจิ้ง (2014) จำกัด.&amp;lt;/ref&amp;gt; ==&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''สียอดอ่อน''' สามารถสังเกตได้จากสีของยอดอ่อนมันสำปะหลังที่ยังไม่คลี่ออกมา ได้แก่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
# สีเขียว เช่น พันธุ์[[ห้านาที]] [[ห้วยบง 90]] [[ระยอง 90]]  [[ระยอง 7]] [[ห้วยบง 80]] และ[[ระยอง 9]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีม่วงอมเขียว เช่น พันธุ์[[ระยอง 11]]  เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีม่วงอมน้ำตาล เช่น พันธุ์[[ระยอง 86-13]] [[ระยอง 5]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีม่วง เช่น พันธุ์[[ระยอง 72]] [[ระยอง 1]] [[เกษตรศาสตร์ 50]] [[เกษตรศาสตร์ 72]] และ[[ห้วยบง 60]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''ขนที่ยอดอ่อน''' มันสำปะหลังพันธุ์ที่ไม่มีขนอ่อนมักจะมีลักษณะเงา มัน ส่วนมันสำปะหลังที่มีขนอ่อนมักจะมีลักษณะด้าน เมื่อสัมผัสจะนุ่มมือ ได้แก่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
# ยอดอ่อนมีขน เช่น พันธุ์[[ระยอง 60]]  และ[[ระยอง 1]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# ยอดอ่อนไม่มีขน เช่น พันธุ์[[ห้านาที]] [[ห้วยบง 90]] [[ระยอง 90]] [[ระยอง 7]] [[ห้วยบง 80]] [[ระยอง 9]] [[ระยอง 11]] [[ระยอง 86-13]] [[ระยอง 5]] [[ระยอง 72]] [[เกษตรศาสตร์ 50]] [[เกษตรศาสตร์ 72]] และ [[ห้วยบง 60]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''สีก้านใบ''' สีของก้านใบ ดูที่ก้านใบในตำแหน่งใบที่ 5 จากใบยอดที่คลี่เต็มที่แล้ว 5 ใบจากยอด เมื่ออายุประมาณ 3 – 6 เดือนหลังปลูก ได้แก่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
# สีเขียวอ่อน เช่น พันธุ์[[ระยอง 90]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีเขียวอมชมพู เช่น พันธุ์[[ระยอง 7]] และ[[ระยอง 9]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีเขียวอมแดง เช่น พันธุ์[[ระยอง 1]]  [[ระยอง 11]] [[ระยอง 86-13]] [[ห้วยบง 90]] และ[[ห้วยบง 80]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีแดงเข้ม เช่น พันธุ์[[ห้านาที]] [[ระยอง 5]] และ[[ระยอง 72]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีเขียวอมม่วง เช่น พันธุ์[[เกษตรศาสตร์ 72]] [[เกษตรศาสตร์ 50]] และ[[ห้วยบง 60]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''รูปร่างของแฉกที่อยู่กลางใบ''' ใบมันสำปะหลังเป็นแบบใบเดี่ยว แผ่นใบเว้าเป็นแฉก มีรูปร่างและจำนวนแฉกแตกต่างกันไปตามพันธุ์ โดยปกติมี 3 – 9 แฉก ยาวประมาณ 4 – 20 เซนติเมตร                 กว้างประมาณ 1 – 6 เซนติเมตร รูปทรงของแฉกแตกต่างกัน เช่น เรียวยาว สั้นป้อม สังเกตุเมื่ออายุประมาณ 3 – 4 เดือนหลังปลูก โดยดูในตำแหน่งใบที่ 5 จากใบยอดที่คลี่เต็มที่ ได้แก่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
# รูปแถบ (linear)&lt;br /&gt;
# รูปรี (elliptic)&lt;br /&gt;
# รูปใบหอก (lanceolate) เช่น พันธุ์[[ห้านาที]] [[ระยอง 1]] [[ระยอง 90]] [[ระยอง 5]] [[ระยอง 7]] [[ระยอง 9]] [[ระยอง 72]] [[ห้วยบง 60]] [[ห้วยบง 80]] [[ห้วยบง 90]] [[เกษตรศาสตร์ 50]] [[เกษตรศาสตร์ 72]]  และ[[ระยอง 11]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# รูปใบหอกกลับ (oblanceolate) เช่น [[ระยอง 86-13]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# รูปไวโอลิน (pandurate)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''สีลำต้น''' ได้แก่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
# สีเขียวเงิน เช่น พันธุ์[[ระยอง 1]] [[ระยอง 72]] [[ระยอง 11]] [[ระยอง 86-13]] [[เกษตรศาสตร์ 50]] [[เกษตรศาสตร์ 72]] [[ห้วยบง 60]] [[ห้วยบง 90]] และ[[ห้วยบง 80]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีเขียวอมน้ำตาล เช่น พันธุ์[[ระยอง 5]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีน้ำตาลอมเหลือง เช่น พันธุ์[[ระยอง 9]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีน้ำตาลอมส้ม เช่น พันธุ์[[ระยอง 90]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีน้ำตาลอ่อน เช่น พันธุ์[[ระยอง 7]] และ[[ระยอง 60]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''ลักษณะหูใบ''' ส่วนของโคนก้านใบที่ติดกับลำต้นมีหูใบ (stipule) มีรูปร่าง ขนาด และสีเฉพาะแต่ละพันธุ์ เช่น พันธุ์[[ระยอง 72]] หูใบมีสีแดงเข้มปลายหูใบงอนขึ้นคล้ายขนตา พันธุ์[[ระยอง 11]] หูใบมีสีเขียวคาดสีแดง และพันธุ์[[ห้วยบง 60]] หูใบมีสีเขียวยาว เป็นต้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''ลักษณะทรงต้นหรือการแตกกิ่ง''' บางพันธุ์ลำต้นเป็นต้นเดี่ยว ไม่มีการแตกกิ่ง บางพันธุ์มีการแตกกิ่งหลายระดับ โดยเท่าที่พบจะไม่เกิน 4 กิ่ง พันธุ์ที่มีการแตกกิ่งมากและแตกกิ่งหลายระดับจะมีลักษณะเป็นพุ่มเตี้ย พันธุ์ที่มีการแตกกิ่งน้อยจะสูง ได้แก่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
# ทรงต้นแตกกิ่ง 0 – 1 ระดับ เช่น พันธุ์[[ห้านาที]] [[ระยอง 1]] [[ระยอง 7]] [[ระยอง 9]]  [[ระยอง 86-13]] [[เกษตรศาสตร์ 72]] [[ห้วยบง 90]] และ[[ระยอง 72]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# ทรงต้นแตกกิ่ง 1 – 3 ระดับ เช่น พันธุ์[[ระยอง 11]] [[ระยอง 5]] [[ห้วยบง 60]] [[ห้วยบง 80]] และ[[เกษตรศาสตร์ 50]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# ทรงต้นแตกกิ่ง 2 – 4 ระดับ เช่น พันธุ์[[ระยอง 90]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''สีเปลือกหัว''' เป็นลักษณะที่สังเกตได้ในระยะเก็บเกี่ยว ได้แก่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
# สีขาวครีม เช่นพันธุ์[[ระยอง 7]] และ[[ระยอง 72]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีน้ำตาล เช่น พันธุ์[[ระยอง 11]]  เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีน้ำตาลอ่อน เช่น พันธุ์[[ระยอง 1]]  [[ระยอง 5]] [[ระยอง 9]]  [[ระยอง 86-13]] [[เกษตรศาสตร์ 50]] [[เกษตรศาสตร์ 72]] [[ห้วยบง 60]] [[ห้วยบง 90]] และ[[ห้วยบง 80]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีน้ำตาลเข้ม เช่น พันธุ์[[ห้านาที]] และ[[ระยอง 90]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''สีเนื้อหัว''' ได้แก่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
# สีขาว เช่น พันธุ์[[ห้านาที]] [[ระยอง 1]] [[ระยอง 5]] [[ระยอง 7]] [[ระยอง 72]] [[ระยอง 90]] [[ระยอง 9]] [[ระยอง 11]] [[ระยอง 86-13]] [[เกษตรศาสตร์ 50]] [[เกษตรศาสตร์ 72]] [[ห้วยบง 60]] [[ห้วยบง 90]] และ[[ห้วยบง 80]] เป็นต้น__FORCETOC__&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== '''อ้างอิง''' ==&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>บงกฤช จันทรารัตนสกุล</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C&amp;diff=874</id>
		<title>คุณภาพต้นพันธุ์</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C&amp;diff=874"/>
		<updated>2021-12-02T06:15:46Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;บงกฤช จันทรารัตนสกุล: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;การเลือกใช้ต้นพันธุ์ที่สมบูรณ์ คุณภาพดี ปราศจากแมลงศัตรูพืช และโรคระบาด เป็นเรื่องที่มีความสำคัญ นอกเหนือจากการเลือกใช้วิธีการเขตกรรมต่าง ๆ เนื่องจากท่อนพันธุ์ที่สมบูรณ์จะมีผลต่อความงอกและความอยู่รอดของมันสำปะหลังในแปลง เพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายดังกล่าว จึงควรตรวจสอบความงอกภายใน 2 - 3 สัปดาห์หลังปลูกแล้วเร่งปลูกซ่อมทันที การปลูกซ่อมช้าจะทำให้ต้นจากท่อนพันธุ์ที่ปลูกซ่อมเจริญเติบโตไม่ทันต้นที่ปลูกก่อน ส่งผลให้ผลผลิตต่อพื้นที่ลดลง อย่างไรก็ตามการปลูกซ่อมต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมทั้งด้านต้นพันธุ์และแรงงาน จึงควรเลือกใช้ต้นพันธุ์ที่สมบูรณ์ที่สุดมาปลูกเพื่อให้มีความงอกและความอยู่รอดสูงสุด ข้อควรพิจารณาในการเลือกใช้ต้นพันธุ์คุณภาพดี มีดังนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== '''อายุต้นมันสำปะหลัง''' ==&lt;br /&gt;
ต้นพันธุ์ที่มีคุณภาพดี ควรมีอายุประมาณ 8 – 14 เดือน อาจสังเกตได้จากสีของลำต้นที่เปลี่ยนเป็นสีเข้ม หลีกเลี่ยงการใช้ต้นพันธุ์จากแหล่งที่มีโรคหรือแมลงระบาด หรือตรวจสอบว่าต้นพันธุ์ไม่มีโรคและแมลงติดมาด้วย&amp;lt;ref name=&amp;quot;:1&amp;quot;&amp;gt;http://web.sut.ac.th/cassava/?name=14cas_plant&amp;amp;file=readknowledge&amp;amp;id=59 &amp;lt;/ref&amp;gt; เช่น โรคใบด่างมันสำปะหลังที่เกิดจากเชื้อไวรัสในสกุล ''Begomovirus'' และมีแมลงหวี่ขาวยาสูบเป็นพาหะ สังเกตุได้จากใบและลำต้น ใบด่างและใบหงิก เสียรูปทรง อาการด่างมีหลายแบบ เช่น ด่างเขียวซีดสลับเขียวเข้ม ด่างเหลือสลับเขียว ใบหงิก หรือ หงิกเหลือง ใบย่อยบิดเบี้ยวหงิกงอ โค้งเสียรูปทรง ใบอ่อนและใบที่เจริญใหม่มีขนาดเล็กลง ยอดหงิก ต้นแคระแกร็น&amp;lt;ref&amp;gt;https://www.doa.go.th/fc/rayong/?p=530&amp;lt;/ref&amp;gt; แต่ละส่วนของต้นพันธุ์มันสำปะหลังมีเปอร์เซ็นต์การอยู่รอดไม่เท่ากัน โดยพบว่าท่อนพันธุ์จากส่วนกลางของต้นจะมีเปอร์เซ็นต์อยู่รอด 69 – 84 เปอร์เซ็นต์ แต่ท่อนพันธุ์จากส่วนปลายของลำต้นมีเปอร์เซ็นต์อยู่รอดเพียง 35 เปอร์เซ็นต์&amp;lt;ref&amp;gt;จรุงสิทธิ์ ลิ่มศิลา และคณะ. 2547. เอกสารวิชาการมันสำปะหลัง. สถาบันวิจัยพืชไร่ กรมวิชาการเกษตร. หจก. ไอเดีย สแควร์ กรุงเทพฯ&amp;lt;/ref&amp;gt; ต้นพันธุ์ที่มีอายุน้อยกว่า 8 เดือน เมื่อนำไปปลูกในแปลงจะสูญเสียความชื้นง่าย มีความงอกต่ำ ส่วนต้นพันธุ์ที่อายุ 14 เดือนขึ้นไป จะมีอัตราการงอกต่ำ งอกช้า รากน้อย เจริญเติบโตช้า และให้ผลผลิตต่ำ เมื่อต้นพันธุ์มีอายุมากจะมีสีน้ำตาลเข้ม มีขนาดใหญ่ แตกกิ่งมาก ซึ่งกิ่งที่แตกในระดับแรกอาจใช้เป็นท่อนพันธุ์ได้ แต่ต้องพิจารณาให้ดีว่ากิ่งดังกล่าวมีอายุพอเหมาะ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== '''อายุการเก็บรักษาต้นพันธุ์หลังการตัดต้น''' &amp;lt;ref name=&amp;quot;:0&amp;quot;&amp;gt;มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. (2556) เทคโนโลยี 52 สัปดาห์ มันสำปะหลัง. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์:กรุงเทพฯ.&amp;lt;/ref&amp;gt; ==&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:ท่อนพันธุ์สะอาด.jpg|thumb|424x424px|'''ภาพที่ 1''' แสดงวิธีการเก็บรักษาต้นพันธุ์ที่ดี]]&lt;br /&gt;
เกษตรกรควรใช้ต้นพันธุ์ที่สดใหม่ ตัดแล้วนำมาปลูกทันที หากต้องการเก็บต้นพันธุ์ไว้รอปลูก ให้รีบนำต้นพันธุ์ออกจากแปลงเพื่อป้องกันแดดเผาต้น นำมาเก็บรักษาโดยใช้วิธีมัดต้นพันธุ์แล้วนำมาวางตั้งเป็นกองให้ส่วนโคนของต้นสัมผัสผิวดิน '''ดังภาพที่ 1''' เมื่อเก็บไว้นาน ตาบนต้นพันธุ์จะแตกยอดอ่อนออกมา เกษตรกรควรตัดท่อนพันธุ์ส่วนที่แตกยอดอ่อนทิ้ง และเลือกเฉพาะส่วนที่ไม่มีการแตกยอดอ่อนไปปลูก วิธีนี้จะช่วยเก็บรักษาต้นพันธุ์ให้คงความสดไว้ได้นานกว่าการเก็บด้วยวิธีอื่น ๆ และสามารถเก็บไว้ได้นานถึง 2 เดือน อย่างไรก็ตามระยะเวลาในการเก็บรักษาต้นพันธุ์ยิ่งนานเท่าใด ส่วนของต้นพันธุ์ที่จะตัดเป็นท่อนพันธุ์ได้จะยิ่งน้อยลง และความงอกของท่อนพันธุ์ก็จะลดลงด้วย ดังนั้นท่อนพันธุ์ที่ดีไม่ควรเก็บไว้นานเกิน 15 – 30 วัน และแต่ละพันธุ์จะมีอายุการเก็บรักษาต้นพันธุ์แตกต่างกัน '''ดังตารางที่ 1'''&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
'''ตารางที่ 1''' อายุการเก็บรักษาต้นพันธุ์ของมันสำปะหลังพันธุ์ต่าง ๆ&lt;br /&gt;
{| class=&amp;quot;wikitable&amp;quot;&lt;br /&gt;
|'''พันธุ์'''&lt;br /&gt;
|'''ระยะเวลาเก็บรักษาต้นพันธุ์'''&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ระยอง 90&lt;br /&gt;
|ไม่ควรเกิน 15 วัน&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ระยอง 5 ระยอง 9 และห้วยบง 60&lt;br /&gt;
|ไม่ควรเกิน 30 วัน&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ระยอง 11 ระยอง  72  เกษตรศาสตร์ 50  และห้วยบง 80&lt;br /&gt;
|ไม่ควรเกิน 45 วัน&lt;br /&gt;
|}&lt;br /&gt;
== '''ส่วนของต้นพันธุ์ที่ใช้''' ==&lt;br /&gt;
ส่วนของต้นพันธุ์ที่ใช้ปลูกมักใช้ส่วนกลางค่อนมาทางส่วนโคน&amp;lt;ref name=&amp;quot;:1&amp;quot; /&amp;gt; ซึ่งจะมีเปอร์เซ็นต์ความงอกสูงกว่าการปลูกโดยใช้ส่วนปลายหรือส่วนยอด ไม่ควรใช้ส่วนของกิ่งมาปลูกเนื่องจากมีความงอกและความอยู่รอดต่ำกว่าส่วนของลำต้น ในการเตรียมท่อนพันธุ์ควรตัดส่วนปลายต้นที่มีตาห่าง ส่วนโคนต้นที่มีตาถี่มาก และส่วนที่มีบาดแผลจากการถูกสารกำจัดวัชพืชในช่วงที่ต้นยังเล็กทิ้ง &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== '''ขนาดและความยาวท่อนพันธุ์''' ==&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Image s3.png|thumb|'''ภาพที่ 2''' แสดงขนาดของท่อนพันธุ์ที่เหมาะสำหรับปลูกจะมีเส้นผ่าศูนย์กลางใกล้เคียงกับเหรียญ 5 หรือ 10 บาท|293x293px]]ท่อนพันธุ์ที่สมบูรณ์ แข็งแรง และมีขนาดพอเหมาะสำหรับปลูกควรมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1.5 – 2.5 เซนติเมตร และมีความยาวท่อนพันธุ์ประมาณ 20 – 30  เซนติเมตร มีตาอยู่ประมาณ 5 – 6  ตาต่อ 1 ท่อนพันธุ์ การปลูกมันสำปะหลังในช่วงต้นฤดูฝนควรใช้ท่อนพันธุ์ยาว 20 – 25 เซนติเมตร ส่วนในช่วงปลายฤดูฝนใช้ท่อนพันธุ์ยาว 25 – 30  เซนติเมตร&amp;lt;ref name=&amp;quot;:1&amp;quot; /&amp;gt; จึงจะให้เปอร์เซ็นต์ความงอกและความอยู่รอดสูง โดยปกติส่วนปลาย ของท่อนพันธุ์จะสูญเสียความชื้นจากสภาพอากาศที่ร้อนและแห้ง ทำให้ท่อนพันธุ์เริ่มแห้งจากส่วนปลายลงมา การใช้ท่อนพันธุ์ยาวในการปลูกมีข้อดี คือ มีจำนวนตาบนท่อนพันธุ์มากกว่าและถึงแม้ท่อนพันธุ์จะมีการแห้งจากยอด แต่ยังมีตาที่เหลือถัดลงมาซึ่งสามารถงอกได้ นอกจากนี้การใช้ท่อนพันธุ์ยาวยังช่วยลดความเสียหายจากการใช้สารกำจัดวัชพืชขณะที่ต้นยังเล็กได้มากกว่าการใช้ท่อนพันธุ์สั้น &lt;br /&gt;
== '''ต้นพันธุ์ที่ปราศจากโรคและแมลง''' &amp;lt;ref name=&amp;quot;:0&amp;quot; /&amp;gt; ==&lt;br /&gt;
ต้นพันธุ์ที่นำมาปลูกควรปลอดจากโรคและแมลง เช่น โรคใบด่าง ซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัส หรือ โรคใบไหม้ ซึ่งเกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในท่อน้ำท่ออาหารภายในลำต้น โดยสามารถสังเกตอาการจากแปลงปลูกเดิมว่ามีต้นมันสำปะหลังที่เป็นโรคดังกล่าวหรือไม่ หากมีไม่ควรนำไปปลูกต่อ ควรนำไปเผาทำลายทิ้งและไม่ควรไถกลบเศษซากต้นลงไปในดินเนื่องจากเชื้อจะสะสมอยู่ในดินต่อไป นอกจากนี้หากบริเวณผิวของลำต้นมีเพลี้ยแป้งหรือเพลี้ยหอยอาศัยอยู่ก็ไม่ควรนำต้นพันธุ์นั้นมาใช้ปลูกเช่นกัน หรือต้นพันธุ์ที่ได้รับความเสียหายจากการใช้สารเคมีกำจัดวัชพืช เช่น สารพาราควอต ซึ่งเมื่อฉีดพ่นโดนบริเวณที่มีสีเขียวของลำต้นในช่วงอายุ 1 – 4 เดือนหลังปลูก พอลำต้นแก่ เปลือกลำต้นจะมีสีดำ แห้ง และปริแตก ไม่ควรนำมาใช้เป็นท่อนพันธุ์เนื่องจากมีเปอร์เซ็นต์ความงอกต่ำ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== '''ความบริสุทธิ์ของต้นพันธุ์''' &amp;lt;ref name=&amp;quot;:0&amp;quot; /&amp;gt; ==&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Image s4.png|thumb|614x614px|'''ภาพที่ 3''' แสดงการตรวจสอบพันธุ์ปนและความสมบูรณ์]]การจัดหาต้นพันธุ์มันสำปะหลังควรซื้อจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ และการจัดซื้อควรมีขั้นตอนการตรวจสอบพันธุ์ปนทุกครั้ง โดยตรวจสอบพันธุ์ปน 2 ครั้ง โดยครั้งที่ 1 เป็นการสุ่มตรวจในแปลงก่อนตัดต้นพันธุ์โดยให้มีพันธุ์ปนไม่เกิน 5 เปอร์เซ็นต์ และตรวจสอบครั้งที่ 2 หลังการตัดต้นพันธุ์ เป็นการสุ่มตรวจในกองต้นพันธุ์ซึ่งควรมีพันธุ์ปนไม่เกิน 2 เปอร์เซ็นต์ ดังนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''วิธีการตรวจสอบพันธุ์ปนในแปลงก่อนตัดต้นพันธุ์'''&lt;br /&gt;
ควรดำเนินการในช่วงที่มันสำปะหลังมีอายุประมาณ 1 – 2 เดือนหลังปลูก เนื่องจากต้นยังเล็กและสามารถจำแนกพันธุ์ได้ง่ายกว่าช่วงอายุอื่น ๆ โดยใช้ลักษณะสียอดอ่อน และสีก้านใบในการจำแนกพันธุ์เป็นหลัก หรืออาจทำพร้อมกับการตรวจสอบความงอก โดยสุ่มตรวจเป็นจุด จุดละ 100 ต้น แปลงขนาด 25 ไร่ ควรสุ่มตรวจอย่างน้อย 5 จุด แล้วหาค่าเฉลี่ยของเปอร์เซ็นต์พันธุ์ปนในแปลงนั้น ๆ การตรวจสอบพันธุ์ปนในช่วงนี้จะเป็นประโยชน์ในการวางแผนจัดการด้านแรงงานที่ต้องใช้ในการคัดพันธุ์ปนทิ้งเพื่อให้ได้แปลงพันธุ์ที่บริสุทธิ์ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
กรณีการตรวจสอบพันธุ์ปนในแปลงขายต้นพันธุ์ ควรดำเนินการในช่วงก่อนการตัดต้นออกจากแปลงโดยใช้ลักษณะทรงต้น สีลำต้น ความนูนของรอยแผลก้านใบในการจำแนกพันธุ์เป็นหลัก วิธีการคือควรสุ่มตรวจอย่างน้อย 5 จุด จุดละ 100 ต้น ถ้าแปลงมีขนาด 25 ไร่ แล้วหาค่าเฉลี่ย โดยให้มีพันธุ์ปนได้ไม่เกิน 5 เปอร์เซ็นต์ หากมีเปอร์เซ็นต์พันธุ์ปนสูงกว่านี้จะทำให้การคัดพันธุ์ปนทั้งหมดทิ้งหลังซื้อทำได้ยาก และต้องสิ้นเปลืองค่าแรงงานในการคัดพันธุ์ปนในแปลงปลูกใหม่ จึงไม่ควรจัดซื้อต้นพันธุ์จากแปลงดังกล่าว&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''วิธีการตรวจสอบพันธุ์ปนในกองต้นพันธุ์หรือหลังการตัดต้นพันธุ์'''&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ในกรณีที่เป็นการซื้อต้นพันธุ์ที่ตัดไว้แล้ว สามารถตรวจสอบพันธุ์ปนในกองต้นพันธุ์ได้โดยใช้ลักษณะสีลำต้น และความนูนของรอยแผลก้านใบในการจำแนกพันธุ์เป็นหลัก โดยสุ่มจากมัดของต้นพันธุ์ที่อยู่ในกองมากองละ 4 มัด โดยปกติ 1 มัดจะมีต้นพันธุ์ 25 ลำ ดังนั้นจะได้ต้นพันธุ์ 100 ลำ แล้วตรวจสอบว่ามีจำนวนต้นพันธุ์ปนเท่าใด เพื่อคำนวณเป็นเปอร์เซ็นต์พันธุ์ปนของกองนั้น ๆ โดยไม่ควรมีพันธุ์ปนเกิน 2 เปอร์เซ็นต์ กรณีที่ซื้อต้นพันธุ์ในปริมาณมากไม่สามารถตรวจสอบทุกกองได้ ควรสุ่มในปริมาณที่มากพอและทั่วถึงเพื่อให้เป็นตัวแทนของต้นพันธุ์ทั้งหมด&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
กรณีพื้นที่ปลูกขนาดใหญ่ ควรสร้างแปลงขยายพันธุ์ดีไว้ใช้เองในพื้นที่ หรือขยายพันธุ์เพื่อแจกจ่ายเกษตรกรลูกไร่ของตน โดยเริ่มต้นจากการจัดซื้อพันธุ์ดีจากแหล่งที่เชื่อถือได้มาปลูก และจัดเจ้าหน้าที่หรือนักวิชาการเกษตรสำหรับคัดพันธุ์ปนทิ้งในช่วงที่มันสำปะหลังอายุประมาณ 1 – 2  เดือนหลังปลูก ซึ่งเป็นช่วงที่สามารถจำแนกพันธุ์ได้ง่ายและทำได้สะดวกรวดเร็วกว่าช่วงที่มันสำปะหลังมีอายุมาก นอกจากการตรวจสอบพันธุ์ปนแล้ว ควรตรวจสอบคุณภาพต้นพันธุ์ไปพร้อมกันด้วย เช่น ขนาดและความยาวของต้นพันธุ์ อายุการเก็บรักษาต้นพันธุ์หลังการตัด ความสมบูรณ์ของตา โรคและแมลงที่ติดมากับท่อนพันธุ์ เป็นต้น &lt;br /&gt;
== '''อ้างอิง''' ==&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>บงกฤช จันทรารัตนสกุล</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B8%97%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C&amp;diff=871</id>
		<title>การเตรียมท่อนพันธุ์</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B8%97%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C&amp;diff=871"/>
		<updated>2021-12-02T06:11:43Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;บงกฤช จันทรารัตนสกุล: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;มันสำปะหลังสามารถขยายพันธุ์ได้ทั้งจากเมล็ดและลำต้น แต่การขยายพันธุ์ด้วยเมล็ดไม่เหมาะสมสำหรับเกษตรกรที่ปลูกเพื่อขายผลผลิตสู่โรงงานแปรรูปหรือเพื่อการค้า เนื่องจากเมล็ดมีระยะพักตัวประมาณ 2 เดือน ทำให้ไม่สะดวกในการปลูกเพื่อการค้า และการปลูกโดยใช้เมล็ดในแปลงปลูกโดยตรง ในระยะต้นอ่อนจะมีความอ่อนแอ เจริญเติบโตช้า ไม่สามารถแข่งขึ้นกับวัชพืชได้ มีจำนวนต้นอยู่รอดน้อย ดังนั้นการขยายพันธุ์มันสำปะหลังด้วยท่อนพันธุ์ที่มีคุณภาพดีเยี่ยม มีผลทำให้ผลผลิตดี&amp;lt;ref&amp;gt;จรุงสิทธิ์ ลิ่มศิลา. 2547. เอกสารวิชาการมันสำปะหลัง พันธุ์และการขยายพันธุ์. ศูนย์วิจัยพืชไร่ระยอง สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 6&amp;lt;/ref&amp;gt; ซึ่งการเตรียมท่อนพันธุ์มันสำปะหลังที่มีข้อพิจารณาดังนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== '''การตัดท่อนพันธุ์''' &amp;lt;ref name=&amp;quot;:0&amp;quot;&amp;gt;มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. (2556) เทคโนโลยี 52 สัปดาห์ มันสำปะหลัง. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์:กรุงเทพฯ.&amp;lt;/ref&amp;gt; ==&lt;br /&gt;
ลักษณะการสับท่อนพันธุ์โดยวิธีสับตรงหรือสับเฉียง รวมทั้งการใช้มีดหรือใช้เครื่องตัดหญ้าติดใบมีดตัด ไม่ทำให้ผลผลิตที่ได้แตกต่างกัน ดังนั้นการเลือกวิธีและอุปกรณ์ในการสับท่อนพันธุ์จึงขึ้นอยู่กับความพร้อมของแรงงานและอุปกรณ์ที่มีอยู่ &lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Image s10.png|center|thumb|319x319px|ภาพแสดงการตัดท่อนพันธุ์ด้วยมีด]]&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Image s11.png|center|thumb|323x323px|ภาพแสดงการตัดท่อนพันธุ์ด้วยเครื่องตัดหญ้าติดใบมีด]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== '''อายุต้นพันธุ์ที่เหมาะสม''' ==&lt;br /&gt;
มันสำปะหลังเป็นพืชที่ขยายพันธุ์ด้วยลำต้น โดยอายุของท่อนพันธุ์ที่เหมาะสมจะอยู่ในช่วง 8 – 12 เดือน ซึ่งเมื่อนำไปปลูกจะมีเปอร์เซ็นต์อยู่รอดถึง 90 – 94 เปอร์เซ็นต์&amp;lt;ref&amp;gt;ไกวัล กล้าแข็ง และวิลาวัลย์ วงษ์เกษม. 2548. การปลูกมันสำปะหลัง. กรมส่งเสริมการเกษตร สำนักพัฒนาการถ่ายทอดเทคโนโลยี.&amp;lt;/ref&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== '''ขนาดของท่อนพันธุ์''' ==&lt;br /&gt;
ตัดท่อนพันธุ์ยาวประมาณ 20 เซนติเมตร สำหรับปลูกในฤดูฝน และความยาว 25 เซนติเมตรสำหรับปลูกในช่วงปลายฤดูฝน มีตาไม่น้อยกว่า 5 ตาต่อท่อนพันธุ์ ท่อนพันธุ์จากลำต้นจะเจริญเติบโตดีกว่าท่อนพันธุ์จากกิ่งพันธุ์ ควรเลือกต้นพันธุ์ใหม่ สด ไม่บอบช้ำ ไม่มีโรคและแมลงเข้าทำลาย&amp;lt;ref&amp;gt;วิลาวัลย์ วงษ์เกษม และคณะ. 2552. เอกสารคำแนะนำการผลิตมันสำปะหลัง. กรมส่งเสริมการเกษตร&amp;lt;/ref&amp;gt;                       &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== '''การแช่ท่อนพันธุ์ด้วยธาตุอาหารพืช''' &amp;lt;ref name=&amp;quot;:0&amp;quot; /&amp;gt; ==&lt;br /&gt;
การแช่ท่อนพันธุ์ด้วยสารชีวภาพหรือฮอร์โมนเร่งรากไม่ทำให้ผลผลิตและปริมาณแป้งในหัวแตกต่างกัน จึงไม่จำเป็นต้องเพิ่มต้นทุนในขั้นตอนนี้ แต่หากต้นพันธุ์ที่นำมาใช้ปลูกเป็นต้นเก่า เก็บรักษาไว้นานมากกว่า 1 เดือน แนะนำให้แช่ท่อนพันธุ์ในน้ำเปล่านานประมาณ 2 ชั่วโมงแล้วนำขึ้นมาบ่มไว้นาน 1 คืน จะช่วยให้ความงอกและความอยู่รอดสูงขึ้นแตกต่างจากการไม่แช่น้ำอย่างเด่นชัด โดยไม่จำเป็นต้องแช่ฮอร์โมนหรือปุ๋ยชีวภาพแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม วิธีการดังกล่าวสิ้นเปลืองเวลาและไม่สะดวกในทางปฏิบัติ ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดคือการเลือกใช้ต้นพันธุ์ที่ตัดสดหรือตัดทิ้งไว้ไม่เกิน 15 วันมาปลูก โดยการวางแผนช่วงเวลาตัดต้นพันธุ์ให้สอดคล้องกับแผนการปลูก &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ในกรณีที่พื้นที่ปลูกเป็นดินด่าง (pH &amp;gt; 7.0) หรือต้นพันธุ์ที่จัดหามาปลูกได้มาจากพื้นที่ที่ขาดธาตุสังกะสี (Zn) เมื่อนำต้นพันธุ์จากแหล่งที่ขาดธาตุอาหารดังกล่าวมาปลูก ต้นมันสำปะหลังมักแสดงอาการขาดธาตุสังกะสีตั้งแต่ต้นยังเล็ก วิธีการแก้ไขทำได้โดยการแช่ในสารละลายซิงค์ซัลเฟต (ZnSO&amp;lt;sub&amp;gt;4&amp;lt;/sub&amp;gt;) ที่ความเข้มข้น 2 เปอร์เซ็นต์ โดยผสมซิงค์ซัลเฟตในอัตรา 400 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร แช่ท่อนพันธุ์นานประมาณ 10 นาที ทั้งนี้สามารถแช่ไปพร้อมกับสารเคมีป้องกันกำจัดเพลี้ยแป้งได้ หรือหากไม่สะดวกในการแช่ท่อนพันธุ์สามารถฉีดพ่นธาตุอาหารดังกล่าวทางใบโดยผสมซิงค์ซัลเฟตในอัตรา 800 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่น 2 – 3 ครั้ง ทุก 7 วัน ตั้งแต่มันสำปะหลังเริ่มงอกจนถึง 60 วันหลังปลูก หรือจนกว่ามันสำปะหลังจะไม่แสดงอาการขาดธาตุอาหารดังกล่าว &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== '''การแช่ท่อนพันธุ์เพื่อป้องกันและกำจัดเพลี้ยแป้งมันสำปะหลัง''' ==&lt;br /&gt;
หากใช้ท่อนพันธุ์ที่มาจากแหล่งที่มีการระบาดของเพลี้ยแป้งมันสำปะหลัง หรือในพื้นที่ปลูกโดยรอบพบการระบาดของเพลี้ยแป้งอยู่ก่อนแล้ว ควรแช่ท่อนพันธุ์ด้วยสารเคมีป้องกันกำจัดแมลงก่อนปลูก สารเคมีที่แนะนำและวิธีการใช้ แสดงใน'''ตารางที่ 1'''&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
'''ตารางที่ 1''' สารเคมีป้องกันและกำจัดแมลง อัตราการใช้ และระยะเวลาในการแช่ท่อนพันธุ์&amp;lt;ref name=&amp;quot;:1&amp;quot;&amp;gt;กรมวิชาการเกษตร. 2554. การจัดทำแปลงขยายท่อนพันธุ์มันสำปะหลังสะอาดและเหมาะสมกับพื้นที่. ห้างหุ้นส่วนจำกัด พี พี พีค พริ้นติ้งแอนด์เซอร์วิส&amp;lt;/ref&amp;gt;&lt;br /&gt;
{| class=&amp;quot;wikitable&amp;quot;&lt;br /&gt;
|'''สารเคมี'''&lt;br /&gt;
|'''อัตรา (กรัม/น้ำ 20 ลิตร)'''&lt;br /&gt;
|'''แช่นาน (นาที)'''&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ไทอะมิโทแซม 25% WG&lt;br /&gt;
|4&lt;br /&gt;
|5 – 10&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|อิมิดาโคลพริด 70% WG&lt;br /&gt;
|4&lt;br /&gt;
|5 – 10&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ไดโนทีฟูแรน 10% WP&lt;br /&gt;
|40&lt;br /&gt;
|5 – 10&lt;br /&gt;
|}&lt;br /&gt;
วิธีการผสมสารเคมีแช่ท่อนพันธุ์ ทำได้โดยการผสมสารเคมีชนิดใดชนิดหนึ่งข้างต้นตามอัตราที่แนะนำ แล้วแช่ท่อนพันธุ์นาน 5 – 10 นาที ไม่ควรแช่นานเกิน 10 นาที เนื่องจากอาจทำให้มันสำปะหลังแสดงอาการเป็นพิษจากฤทธิ์ของสารเคมี และทำให้สิ้นเปลืองเวลาโดยเฉพาะอย่างยิ่งการปลูกในพื้นที่ขนาดใหญ่ เมื่อแช่เสร็จสามารถนำไปปลูกได้ทันทีหรืออาจผึ่งลมไว้ให้แห้งก่อนปลูกก็ได้ โดยปกติการปลูกในพื้นที่ 1 ไร่ ใช้น้ำแช่ท่อนพันธุ์ประมาณ 80 ลิตร เมื่อแช่ท่อนพันธุ์ 3 – 4 ครั้ง น้ำในถังแช่จะลดลง สามารถผสมสารเคมีในอัตราเดิมหรือความเข้มข้นเท่าเดิมเทเพิ่มลงไปในถังแช่ท่อนพันธุ์ได้โดยไม่ทำให้ความเข้มข้นของสารเคมีเปลี่ยนแปลง จะช่วยกำจัดเพลี้ยแป้งที่ติดมากับท่อนพันธุ์ และสารเคมีจะแทรกซึมเข้าไปในท่อนพันธุ์มันสำปะหลัง หลังจากมันสำปะหลังงอกแล้วสารฆ่าแมลงจะมีฤทธิ์ป้องกันการเข้าทำลายของเพลี้ยแป้งได้นานประมาณ 1 เดือน&amp;lt;ref name=&amp;quot;:1&amp;quot; /&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Image s12.png|center|thumb|336x336px|ภาพแสดงการแช่ท่อนพันธุ์ด้วยสารเคมีเพื่อป้องกันและกำจัดเพลี้ยแป้งมันสำปะหลัง]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== '''การเก็บรักษาท่อนพันธุ์''' &amp;lt;ref name=&amp;quot;:0&amp;quot; /&amp;gt; ==&lt;br /&gt;
ภายหลังตัดต้นพันธุ์ออกจากแปลง ต้องใช้เวลาในการขุดเก็บเกี่ยวผลผลิตและเตรียมพื้นที่เพื่อปลูกใหม่ในฤดูถัดไป อาจต้องใช้เวลามากกว่า 15 วัน หรืออาจต้องรอให้ฝนตกจนดินมีความชื้นเพียงพอสำหรับปลูกซึ่งอาจต้องเก็บรักษาต้นพันธุ์ไว้นานมากกว่า 2 เดือน การยืดอายุการเก็บรักษาต้นพันธุ์ให้ยาวนานขึ้น สามารถปฏิบัติตามวิธีการดังนี้ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
# จัดเตรียมแปลงที่จะใช้เก็บรักษาต้นพันธุ์โดยการไถพรวนดินให้ร่วนซุย และอาจให้น้ำเพื่อให้ดินมีความชื้นสม่ำเสมอ&lt;br /&gt;
# จัดเรียงต้นพันธุ์โดยให้ส่วนโคนต้นสม่ำเสมอกัน&lt;br /&gt;
# ตั้งมัดต้นพันธุ์เป็นกองรูปกระโจมประมาณ 20 มัดต่อกอง หรือประมาณ 500 ลำต่อกอง โดยตั้งให้เป็นแถว เว้นช่องว่างหรือทำถนนให้รถบรรทุกสามารถเข้าไปขนต้นพันธุ์ไปปลูกได้โดยสะดวก&lt;br /&gt;
# ใช้ดินกลบส่วนโคนต้นโดยรอบกองต้นพันธุ์&lt;br /&gt;
# หากสามารถให้น้ำได้ ให้รดน้ำบริเวณโดยรอบกองต้นพันธุ์ให้ดินมีความชื้นอยู่เสมอ&lt;br /&gt;
# การกองต้นพันธุ์ควรเลือกกองในสภาพกลางแจ้งจะดีกว่าการกองไว้ในร่ม&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
การปฏิบัติตามวิธีการข้างต้นสามารถเก็บรักษาต้นพันธุ์ได้นานประมาณ 2 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับพันธุ์ อย่างไรก็ตามคุณภาพต้นพันธุ์จะเสื่อมไปตามอายุการเก็บรักษาต้นพันธุ์ ดังนั้นเกษตรกรจึงควรทำแปลงสำรองพันธุ์ไว้ใช้เองในพื้นที่เพื่อลดความเสี่ยงจากการผันแปรของสภาพอากาศ ซึ่งโดยปกติแปลงสำรองพันธุ์ขนาด 1 ไร่ สามารถนำไปปลูกได้ในพื้นที่ประมาณ 5 ไร่ หรืออัตราส่วน 1 ต่อ 5&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Image s13.png|center|thumb|340x340px|ภาพแสดงวิธีการเก็บรักษาต้นพันธุ์ที่ดี]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== '''อ้างอิง''' ==&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>บงกฤช จันทรารัตนสกุล</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C&amp;diff=870</id>
		<title>คุณภาพต้นพันธุ์</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C&amp;diff=870"/>
		<updated>2021-12-02T06:10:45Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;บงกฤช จันทรารัตนสกุล: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;การเลือกใช้ต้นพันธุ์ที่สมบูรณ์ คุณภาพดี ปราศจากแมลงศัตรูพืช และโรคระบาด เป็นเรื่องที่มีความสำคัญ นอกเหนือจากการเลือกใช้วิธีการเขตกรรมต่าง ๆ เนื่องจากท่อนพันธุ์ที่สมบูรณ์จะมีผลต่อความงอกและความอยู่รอดของมันสำปะหลังในแปลง เพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายดังกล่าว จึงควรตรวจสอบความงอกภายใน 2 - 3 สัปดาห์หลังปลูกแล้วเร่งปลูกซ่อมทันที การปลูกซ่อมช้าจะทำให้ต้นจากท่อนพันธุ์ที่ปลูกซ่อมเจริญเติบโตไม่ทันต้นที่ปลูกก่อน ส่งผลให้ผลผลิตต่อพื้นที่ลดลง อย่างไรก็ตามการปลูกซ่อมต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมทั้งด้านต้นพันธุ์และแรงงาน จึงควรเลือกใช้ต้นพันธุ์ที่สมบูรณ์ที่สุดมาปลูกเพื่อให้มีความงอกและความอยู่รอดสูงสุด ข้อควรพิจารณาในการเลือกใช้ต้นพันธุ์คุณภาพดี มีดังนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== '''อายุต้นมันสำปะหลัง''' ==&lt;br /&gt;
ต้นพันธุ์ที่มีคุณภาพดี ควรมีอายุประมาณ 8 – 14 เดือน อาจสังเกตได้จากสีของลำต้นที่เปลี่ยนเป็นสีเข้ม หลีกเลี่ยงการใช้ต้นพันธุ์จากแหล่งที่มีโรคหรือแมลงระบาด หรือตรวจสอบว่าต้นพันธุ์ไม่มีโรคและแมลงติดมาด้วย&amp;lt;ref name=&amp;quot;:1&amp;quot;&amp;gt;http://web.sut.ac.th/cassava/?name=14cas_plant&amp;amp;file=readknowledge&amp;amp;id=59 &amp;lt;/ref&amp;gt; เช่น โรคใบด่างมันสำปะหลังที่เกิดจากเชื้อไวรัสในสกุล ''Begomovirus'' และมีแมลงหวี่ขาวยาสูบเป็นพาหะ สังเกตุได้จากใบและลำต้น ใบด่างและใบหงิก เสียรูปทรง อาการด่างมีหลายแบบ เช่น ด่างเขียวซีดสลับเขียวเข้ม ด่างเหลือสลับเขียว ใบหงิก หรือ หงิกเหลือง ใบย่อยบิดเบี้ยวหงิกงอ โค้งเสียรูปทรง ใบอ่อนและใบที่เจริญใหม่มีขนาดเล็กลง ยอดหงิก ต้นแคระแกร็น&amp;lt;ref&amp;gt;https://www.doa.go.th/fc/rayong/?p=530&amp;lt;/ref&amp;gt; แต่ละส่วนของต้นพันธุ์มันสำปะหลังมีเปอร์เซ็นต์การอยู่รอดไม่เท่ากัน โดยพบว่าท่อนพันธุ์จากส่วนกลางของต้นจะมีเปอร์เซ็นต์อยู่รอด 69 – 84 เปอร์เซ็นต์ แต่ท่อนพันธุ์จากส่วนปลายของลำต้นมีเปอร์เซ็นต์อยู่รอดเพียง 35 เปอร์เซ็นต์&amp;lt;ref&amp;gt;จรุงสิทธิ์ ลิ่มศิลา และคณะ. 2547. เอกสารวิชาการมันสำปะหลัง. สถาบันวิจัยพืชไร่ กรมวิชาการเกษตร. หจก. ไอเดีย สแควร์ กรุงเทพฯ&amp;lt;/ref&amp;gt; ต้นพันธุ์ที่มีอายุน้อยกว่า 8 เดือน เมื่อนำไปปลูกในแปลงจะสูญเสียความชื้นง่าย มีความงอกต่ำ ส่วนต้นพันธุ์ที่อายุ 14 เดือนขึ้นไป จะมีอัตราการงอกต่ำ งอกช้า รากน้อย เจริญเติบโตช้า และให้ผลผลิตต่ำ เมื่อต้นพันธุ์มีอายุมากจะมีสีน้ำตาลเข้ม มีขนาดใหญ่ แตกกิ่งมาก ซึ่งกิ่งที่แตกในระดับแรกอาจใช้เป็นท่อนพันธุ์ได้ แต่ต้องพิจารณาให้ดีว่ากิ่งดังกล่าวมีอายุพอเหมาะ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== '''อายุการเก็บรักษาต้นพันธุ์หลังการตัดต้น''' &amp;lt;ref name=&amp;quot;:0&amp;quot;&amp;gt;มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. (2556) เทคโนโลยี 52 สัปดาห์ มันสำปะหลัง. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์:กรุงเทพฯ.&amp;lt;/ref&amp;gt; ==&lt;br /&gt;
เกษตรกรควรใช้ต้นพันธุ์ที่สดใหม่ ตัดแล้วนำมาปลูกทันที หากต้องการเก็บต้นพันธุ์ไว้รอปลูก ให้รีบนำต้นพันธุ์ออกจากแปลงเพื่อป้องกันแดดเผาต้น นำมาเก็บรักษาโดยใช้วิธีมัดต้นพันธุ์แล้วนำมาวางตั้งเป็นกองให้ส่วนโคนของต้นสัมผัสผิวดิน '''ดังภาพที่ 1''' เมื่อเก็บไว้นาน ตาบนต้นพันธุ์จะแตกยอดอ่อนออกมา เกษตรกรควรตัดท่อนพันธุ์ส่วนที่แตกยอดอ่อนทิ้ง และเลือกเฉพาะส่วนที่ไม่มีการแตกยอดอ่อนไปปลูก วิธีนี้จะช่วยเก็บรักษาต้นพันธุ์ให้คงความสดไว้ได้นานกว่าการเก็บด้วยวิธีอื่น ๆ และสามารถเก็บไว้ได้นานถึง 2 เดือน อย่างไรก็ตามระยะเวลาในการเก็บรักษาต้นพันธุ์ยิ่งนานเท่าใด ส่วนของต้นพันธุ์ที่จะตัดเป็นท่อนพันธุ์ได้จะยิ่งน้อยลง และความงอกของท่อนพันธุ์ก็จะลดลงด้วย ดังนั้นท่อนพันธุ์ที่ดีไม่ควรเก็บไว้นานเกิน 15 – 30 วัน และแต่ละพันธุ์จะมีอายุการเก็บรักษาต้นพันธุ์แตกต่างกัน                            '''ดังตารางที่ 1'''[[ไฟล์:ท่อนพันธุ์สะอาด.jpg|thumb|424x424px|'''ภาพที่ 1''' แสดงวิธีการเก็บรักษาต้นพันธุ์ที่ดี]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
'''ตารางที่ 1''' อายุการเก็บรักษาต้นพันธุ์ของมันสำปะหลังพันธุ์ต่าง ๆ&lt;br /&gt;
{| class=&amp;quot;wikitable&amp;quot;&lt;br /&gt;
|'''พันธุ์'''&lt;br /&gt;
|'''ระยะเวลาเก็บรักษาต้นพันธุ์'''&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ระยอง 90&lt;br /&gt;
|ไม่ควรเกิน 15 วัน&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ระยอง 5 ระยอง 9 และห้วยบง 60&lt;br /&gt;
|ไม่ควรเกิน 30 วัน&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ระยอง 11 ระยอง  72  เกษตรศาสตร์ 50  และห้วยบง 80&lt;br /&gt;
|ไม่ควรเกิน 45 วัน&lt;br /&gt;
|}&lt;br /&gt;
== '''ส่วนของต้นพันธุ์ที่ใช้''' ==&lt;br /&gt;
ส่วนของต้นพันธุ์ที่ใช้ปลูกมักใช้ส่วนกลางค่อนมาทางส่วนโคน&amp;lt;ref name=&amp;quot;:1&amp;quot; /&amp;gt; ซึ่งจะมีเปอร์เซ็นต์ความงอกสูงกว่าการปลูกโดยใช้ส่วนปลายหรือส่วนยอด ไม่ควรใช้ส่วนของกิ่งมาปลูกเนื่องจากมีความงอกและความอยู่รอดต่ำกว่าส่วนของลำต้น ในการเตรียมท่อนพันธุ์ควรตัดส่วนปลายต้นที่มีตาห่าง ส่วนโคนต้นที่มีตาถี่มาก และส่วนที่มีบาดแผลจากการถูกสารกำจัดวัชพืชในช่วงที่ต้นยังเล็กทิ้ง &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== '''ขนาดและความยาวท่อนพันธุ์''' ==&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Image s3.png|thumb|'''ภาพที่ 2''' แสดงขนาดของท่อนพันธุ์ที่เหมาะสำหรับปลูกจะมีเส้นผ่าศูนย์กลางใกล้เคียงกับเหรียญ 5 หรือ 10 บาท|293x293px]]ท่อนพันธุ์ที่สมบูรณ์ แข็งแรง และมีขนาดพอเหมาะสำหรับปลูกควรมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1.5 – 2.5 เซนติเมตร และมีความยาวท่อนพันธุ์ประมาณ 20 – 30  เซนติเมตร มีตาอยู่ประมาณ 5 – 6  ตาต่อ 1 ท่อนพันธุ์ การปลูกมันสำปะหลังในช่วงต้นฤดูฝนควรใช้ท่อนพันธุ์ยาว 20 – 25 เซนติเมตร ส่วนในช่วงปลายฤดูฝนใช้ท่อนพันธุ์ยาว 25 – 30  เซนติเมตร&amp;lt;ref name=&amp;quot;:1&amp;quot; /&amp;gt; จึงจะให้เปอร์เซ็นต์ความงอกและความอยู่รอดสูง โดยปกติส่วนปลาย ของท่อนพันธุ์จะสูญเสียความชื้นจากสภาพอากาศที่ร้อนและแห้ง ทำให้ท่อนพันธุ์เริ่มแห้งจากส่วนปลายลงมา การใช้ท่อนพันธุ์ยาวในการปลูกมีข้อดี คือ มีจำนวนตาบนท่อนพันธุ์มากกว่าและถึงแม้ท่อนพันธุ์จะมีการแห้งจากยอด แต่ยังมีตาที่เหลือถัดลงมาซึ่งสามารถงอกได้ นอกจากนี้การใช้ท่อนพันธุ์ยาวยังช่วยลดความเสียหายจากการใช้สารกำจัดวัชพืชขณะที่ต้นยังเล็กได้มากกว่าการใช้ท่อนพันธุ์สั้น &lt;br /&gt;
== '''ต้นพันธุ์ที่ปราศจากโรคและแมลง''' &amp;lt;ref name=&amp;quot;:0&amp;quot; /&amp;gt; ==&lt;br /&gt;
ต้นพันธุ์ที่นำมาปลูกควรปลอดจากโรคและแมลง เช่น โรคใบด่าง ซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัส หรือ โรคใบไหม้ ซึ่งเกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในท่อน้ำท่ออาหารภายในลำต้น โดยสามารถสังเกตอาการจากแปลงปลูกเดิมว่ามีต้นมันสำปะหลังที่เป็นโรคดังกล่าวหรือไม่ หากมีไม่ควรนำไปปลูกต่อ ควรนำไปเผาทำลายทิ้งและไม่ควรไถกลบเศษซากต้นลงไปในดินเนื่องจากเชื้อจะสะสมอยู่ในดินต่อไป นอกจากนี้หากบริเวณผิวของลำต้นมีเพลี้ยแป้งหรือเพลี้ยหอยอาศัยอยู่ก็ไม่ควรนำต้นพันธุ์นั้นมาใช้ปลูกเช่นกัน หรือต้นพันธุ์ที่ได้รับความเสียหายจากการใช้สารเคมีกำจัดวัชพืช เช่น สารพาราควอต ซึ่งเมื่อฉีดพ่นโดนบริเวณที่มีสีเขียวของลำต้นในช่วงอายุ 1 – 4 เดือนหลังปลูก พอลำต้นแก่ เปลือกลำต้นจะมีสีดำ แห้ง และปริแตก ไม่ควรนำมาใช้เป็นท่อนพันธุ์เนื่องจากมีเปอร์เซ็นต์ความงอกต่ำ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== '''ความบริสุทธิ์ของต้นพันธุ์''' &amp;lt;ref name=&amp;quot;:0&amp;quot; /&amp;gt; ==&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Image s4.png|thumb|614x614px|'''ภาพที่ 3''' แสดงการตรวจสอบพันธุ์ปนและความสมบูรณ์]]การจัดหาต้นพันธุ์มันสำปะหลังควรซื้อจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ และการจัดซื้อควรมีขั้นตอนการตรวจสอบพันธุ์ปนทุกครั้ง โดยตรวจสอบพันธุ์ปน 2 ครั้ง โดยครั้งที่ 1 เป็นการสุ่มตรวจในแปลงก่อนตัดต้นพันธุ์โดยให้มีพันธุ์ปนไม่เกิน 5 เปอร์เซ็นต์ และตรวจสอบครั้งที่ 2 หลังการตัดต้นพันธุ์ เป็นการสุ่มตรวจในกองต้นพันธุ์ซึ่งควรมีพันธุ์ปนไม่เกิน 2 เปอร์เซ็นต์ ดังนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''วิธีการตรวจสอบพันธุ์ปนในแปลงก่อนตัดต้นพันธุ์'''&lt;br /&gt;
ควรดำเนินการในช่วงที่มันสำปะหลังมีอายุประมาณ 1 – 2 เดือนหลังปลูก เนื่องจากต้นยังเล็กและสามารถจำแนกพันธุ์ได้ง่ายกว่าช่วงอายุอื่น ๆ โดยใช้ลักษณะสียอดอ่อน และสีก้านใบในการจำแนกพันธุ์เป็นหลัก หรืออาจทำพร้อมกับการตรวจสอบความงอก โดยสุ่มตรวจเป็นจุด จุดละ 100 ต้น แปลงขนาด 25 ไร่ ควรสุ่มตรวจอย่างน้อย 5 จุด แล้วหาค่าเฉลี่ยของเปอร์เซ็นต์พันธุ์ปนในแปลงนั้น ๆ การตรวจสอบพันธุ์ปนในช่วงนี้จะเป็นประโยชน์ในการวางแผนจัดการด้านแรงงานที่ต้องใช้ในการคัดพันธุ์ปนทิ้งเพื่อให้ได้แปลงพันธุ์ที่บริสุทธิ์ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
กรณีการตรวจสอบพันธุ์ปนในแปลงขายต้นพันธุ์ ควรดำเนินการในช่วงก่อนการตัดต้นออกจากแปลงโดยใช้ลักษณะทรงต้น สีลำต้น ความนูนของรอยแผลก้านใบในการจำแนกพันธุ์เป็นหลัก วิธีการคือควรสุ่มตรวจอย่างน้อย 5 จุด จุดละ 100 ต้น ถ้าแปลงมีขนาด 25 ไร่ แล้วหาค่าเฉลี่ย โดยให้มีพันธุ์ปนได้ไม่เกิน 5 เปอร์เซ็นต์ หากมีเปอร์เซ็นต์พันธุ์ปนสูงกว่านี้จะทำให้การคัดพันธุ์ปนทั้งหมดทิ้งหลังซื้อทำได้ยาก และต้องสิ้นเปลืองค่าแรงงานในการคัดพันธุ์ปนในแปลงปลูกใหม่ จึงไม่ควรจัดซื้อต้นพันธุ์จากแปลงดังกล่าว&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''วิธีการตรวจสอบพันธุ์ปนในกองต้นพันธุ์หรือหลังการตัดต้นพันธุ์'''&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ในกรณีที่เป็นการซื้อต้นพันธุ์ที่ตัดไว้แล้ว สามารถตรวจสอบพันธุ์ปนในกองต้นพันธุ์ได้โดยใช้ลักษณะสีลำต้น และความนูนของรอยแผลก้านใบในการจำแนกพันธุ์เป็นหลัก โดยสุ่มจากมัดของต้นพันธุ์ที่อยู่ในกองมากองละ 4 มัด โดยปกติ 1 มัดจะมีต้นพันธุ์ 25 ลำ ดังนั้นจะได้ต้นพันธุ์ 100 ลำ แล้วตรวจสอบว่ามีจำนวนต้นพันธุ์ปนเท่าใด เพื่อคำนวณเป็นเปอร์เซ็นต์พันธุ์ปนของกองนั้น ๆ โดยไม่ควรมีพันธุ์ปนเกิน 2 เปอร์เซ็นต์ กรณีที่ซื้อต้นพันธุ์ในปริมาณมากไม่สามารถตรวจสอบทุกกองได้ ควรสุ่มในปริมาณที่มากพอและทั่วถึงเพื่อให้เป็นตัวแทนของต้นพันธุ์ทั้งหมด&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
กรณีพื้นที่ปลูกขนาดใหญ่ ควรสร้างแปลงขยายพันธุ์ดีไว้ใช้เองในพื้นที่ หรือขยายพันธุ์เพื่อแจกจ่ายเกษตรกรลูกไร่ของตน โดยเริ่มต้นจากการจัดซื้อพันธุ์ดีจากแหล่งที่เชื่อถือได้มาปลูก และจัดเจ้าหน้าที่หรือนักวิชาการเกษตรสำหรับคัดพันธุ์ปนทิ้งในช่วงที่มันสำปะหลังอายุประมาณ 1 – 2  เดือนหลังปลูก ซึ่งเป็นช่วงที่สามารถจำแนกพันธุ์ได้ง่ายและทำได้สะดวกรวดเร็วกว่าช่วงที่มันสำปะหลังมีอายุมาก นอกจากการตรวจสอบพันธุ์ปนแล้ว ควรตรวจสอบคุณภาพต้นพันธุ์ไปพร้อมกันด้วย เช่น ขนาดและความยาวของต้นพันธุ์ อายุการเก็บรักษาต้นพันธุ์หลังการตัด ความสมบูรณ์ของตา โรคและแมลงที่ติดมากับท่อนพันธุ์ เป็นต้น &lt;br /&gt;
== '''อ้างอิง''' ==&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>บงกฤช จันทรารัตนสกุล</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B9%81%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C&amp;diff=869</id>
		<title>การทำแปลงขยายพันธุ์</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B9%81%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C&amp;diff=869"/>
		<updated>2021-12-02T06:10:08Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;บงกฤช จันทรารัตนสกุล: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;br /&gt;
ต้นพันธุ์มันสำปะหลังคิดเป็นส่วนของต้นทุนประมาณ 5 – 10 เปอร์เซ็นต์ ของต้นทุนการผลิตทั้งหมด การลงทุนปลูกมันสำปะหลังในพื้นที่ขนาดใหญ่หากต้องพึ่งพาต้นพันธุ์จากแหล่งอื่นทุกปีจัดว่ามีความเสี่ยงสูง เนื่องจากราคาต้นพันธุ์จะผันแปรตลอดเวลาในแต่ละปี ขึ้นอยู่กับปริมาณความต้องการของเกษตรกรและสภาพอากาศในปีนั้นๆ อีกทั้งไม่สามารถควบคุมคุณภาพต้นพันธุ์ที่จัดซื้อมาได้  ส่งผลต่อผลผลิตมันสำปะหลังในที่สุด แต่เนื่องจากมันสำปะหลังสามารถขยายพันธุ์โดยใช้ท่อนพันธุ์ปลูก ดังนั้นจึงสามารถปลูกขยายต้นพันธุ์ไว้ใช้เองในพื้นที่ ซึ่งพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังส่วนใหญ่อาศัยน้ำฝนเป็นหลัก ผลผลิตแต่ละพื้นที่จึงขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำฝน และคุณลักษณะของดินที่ปลูกเป็นสำคัญ อีกทั้งการระบาดของเพลี้ยแป้งในมันสำปะหลัง ทำให้ต้องมีการจัดทำแปลงขยายท่อนพันธุ์สะอาด เพื่อกระจายพันธุ์ดีในพื้นที่ที่เหมาะสม เพื่อรักษาระดับการให้ผลผลิตมันสำปะหลังให้เพียงพอต่อความต้องการ จำหน่าย หรือแจกจ่ายเกษตรกรลูกไร่ และลดการระบาดของเพลี้ยแป้ง มีหลักในการพิจารณาและปฏิบัติ ดังนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== '''สภาพพื้นที่และดิน''' &amp;lt;ref name=&amp;quot;:0&amp;quot;&amp;gt;มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. (2556) เทคโนโลยี 52 สัปดาห์ มันสำปะหลัง. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์:กรุงเทพฯ.&amp;lt;/ref&amp;gt; ==&lt;br /&gt;
สภาพพื้นที่เหมาะสมในการปลูกมันสำปะหลังควรเป็นพื้นที่ที่ระบายน้ำได้ดีไม่เป็นที่ลุ่ม หรือมีน้ำท่วมขัง มีความสูงจากระดับน้ำทะเลไม่เกิน 2,000 เมตร พื้นที่ราบสม่ำเสมอ มีความลาดเอียงไม่เกิน 5 เปอร์เซนต์ ลักษณะดินเป็นดินร่วน ดินร่วนปนทราย หรือดินทราย ความอุดมสมบูรณ์ปานกลาง อินทรียวัตถุไม่ต่ำกว่า 1.0 มันสำปะหลังปรับตัวได้ดีในสภาพดินเลว ทนทานต่อดินที่มี pH ต่ำ  ฟอสฟอรัสต่ำ อย่างไรก็ตามดินที่เหมาะสมสำหรับปลูกมันสำปะหลัง คือ ดินที่มีเนื้อค่อนข้างหยาบ ตั้งแต่ดินร่วนปนทรายถึงดินร่วนเหนียวปนทราย เพราะมีเปอร์เซ็นต์การระบายน้ำและการถ่ายเทอากาศดี ระดับหน้าดินลึกไม่น้อยกว่า 50 เซนติเมตร ความเป็นกรดด่างอยู่ระหว่าง 5.5 – 7.5 ปริมาณน้ำฝนกระจายสม่ำเสมอ 1,000 – 1,500 มิลลิเมตรต่อปีมีแสงแดดจัด&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== '''อุณหภูมิ''' ==&lt;br /&gt;
อุณหภูมิที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตคือ 25 – 37 องศาเซลเซียส ซึ่งมีผลกระทบต่อการงอกของท่อนพันธุ์ปลูก ขนาดใบ การสร้างใบ การสร้างหัวสะสมอาหาร และการเจริญเติบโตทั่วไปในสภาพที่อุณหภูมิต่ำที่ 16 องศาเซลเซียส มีผลต่อการแตกใบและการงอกรากจากท่อนปลูก อัตราการสร้างใบ การสร้างน้ำหนักแห้งทั้งต้น และการสะสมน้ำหนักแห้งของหัวลดลง การแตกใบและการงอกรากจากท่อนปลูกได้ดีเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้นจนถึง 30 องศาเซลเซียส และถูกยับยั้งเมื่ออุณหภูมิสูงถึง 37 องศาเซลเซียส&amp;lt;ref&amp;gt;ชินพัฒน์ธนา สุขวิบูลย์. 2558. การบริหารและจัดการระบบพัฒนาที่ดินเพื่อเพิ่มผลผลิตมันสำปะหลังในประเทศไทย. วารสารอนุรักษ์ดินและน้ำ. 31, 2 (เม.ย. 2559) :36-47 &amp;lt;/ref&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== '''การเตรียมดิน''' ==&lt;br /&gt;
แปลงขยายพันธุ์ควรเป็นแปลงที่มีระดับความอุดมสมบูรณ์ของดินปานกลางถึงสูง มีการระบายน้ำดี ไม่มีน้ำท่วมขังในช่วงฤดูฝน ควรหลีกเลี่ยงปลูกในดินที่ชื้นแฉะ เพราะหัวมันสำปะหลังจะเน่าเสียได้ง่ายและมีปริมาณกรดไฮโดรไซยานิคสูง การเตรียมดินควรไถ 2 ครั้ง โดยผาน 3 และผาน 7 ควรไถให้ลึกประมาณ 8 – 12 นิ้ว โดยไถกลบเศษเหลือของพืช เช่น ลําต้น เหง้า ใบ และยอดของมันสําปะหลังที่เหลือจากการเก็บเกี่ยว ไม่ควรเผาหรือเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่เพาะปลูก เพราะการเผาทิ้งหรือขนย้ายไปทิ้งจะทําให้ธาตุอาหารสญหายไปเป็นจํานวนมาก สำหรับพื้นที่ปลูกที่ลาดเอียง เพื่อลดการสูญเสียหน้าดิน และพื้นที่ปลูกที่มีน้ำท่วมขัง ควรทำร่องระบายน้ำและยกร่องปลูก&amp;lt;ref name=&amp;quot;:2&amp;quot; /&amp;gt; การเตรียมดินสำหรับปลูกมันสำปะหลังทำได้ ดังนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''การไม่ไถพรวนดิน''' จะมีการยกร่องหรือไม่ยกร่องก็ได้ เหมาะสำหรับการปลูกมันสำปะหลังปลายฤดูฝนในดินทราย หรือดินทรายปนร่วน เนื่องจากความชื้นในดินมีเพียงพอต่อการงอก&amp;lt;ref name=&amp;quot;:1&amp;quot;&amp;gt;สมลักษณ์ จูฑังคะ. 2551. เทคโนโลยีการผลิตมันสำปะหลัง. วารสารวิชาการ. ศูนย์วิจัยพืชไร่ระยอง กรมวิชาการเกษตร. &amp;lt;/ref&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''การไถพรวนน้อยครั้ง''' ทำการไถพรวนโดยใช้ผาล 7 เพียงครั้งเดียว ตามด้วยการยกร่อง หรือไม่ยกร่อง แต่ไม่ควรใช้วิธีนี้ติดต่อกันหลายปี เพราะจะทำให้เกิดชั้นดินดานในระดับดินล่างตื้น&amp;lt;ref name=&amp;quot;:1&amp;quot; /&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''การไถพรวนมากกว่า 1 ครั้ง''' ทำการไถพลิกฟื้นดินโดยใช้ผาล 3 และพรวนดินโดยใช้ผาล 7 เพียงครั้งเดียว หรือ 2 ครั้งขึ้นอยู่กับสภาพของดิน ตามด้วยการยกร่องหรือไม่ยกร่อง การไถพรวนบ่อยครั้งเกินไป ทำให้ดินสูญเสียธาตุอาหารได้เร็ว เนื่องจากจะไปช่วยเร่งให้ขบวนการย่อยสลายเกิดขึ้นเร็วขึ้น และทำให้เกิดการสูญเสียน้ำในดิน&amp;lt;ref name=&amp;quot;:1&amp;quot; /&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
หากดินที่ทำการเพาะปลูกมันติดต่อกันหลายปี ควรปรับปรุงดิน เพื่อรักษาระดับผลผลิตในระยะยาว ด้วยการใส่ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมักเปลือกมันชนิดเก่าค้างปี (จากโรงแป้งทั่วไป) ที่หาได้ในท้องถิ่น หรือ ปลูกพืชตระกูลถั่วต่าง ๆ หมุนเวียนบำรุงดิน ในกรณีที่พื้นที่ประเภทหญ้าคา ควรใช้ยาราวด์อัพหากเป็นเครือเถาต่าง ๆ ควรใช้ยาสตาร์เรน ฉีดพ่นยาจำกัดเสียก่อนการไถ จากนั้นไถครั้งแรกโดยไถกลบวัชพืชก่อนปลูกด้วยผาน 3 (ห้ามเผาทำลายวัชพืช) ให้ลึกประมาณ 20 – 30 เซนติเมตร แล้วทิ้งระยะไว้ประมาณ 20 – 30 วัน เพื่อหมักวัชพืชเป็นปุ๋ยในดินต่อไป ไถพรวนด้วยผาน 7 อีก 1 - 2 ครั้ง ตามความเหมาะสม และรีบปลูกโดยเร็ว ในขณะที่ดินยังมีความชื้นอยู่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== '''การทำแปลงขยายพันธุ์แบบปกติ''' &amp;lt;ref name=&amp;quot;:0&amp;quot; /&amp;gt; ==&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
=== การปลูกด้วยท่อนพันธุ์ ===&lt;br /&gt;
ปลูกมันสำปะหลังด้วยท่อนพันธุ์ที่มีความยาวประมาณ 20 – 25 เซนติเมตร ระยะปลูก ระยะปลูกมันสำปะหลังสามารถปลูกได้ตั้งแต่ระยะ 60 X 60 เซนติเมตร จนถึง 120 X 120 เซนติเมตร โดยระยะ                   100 X 100 เซนติเมตร จะมีแนวโน้มให้ผลผลิตสูงกว่าระยะอื่นๆ แต่ถ้าหากเกษตรกรมีการใช้เครื่องทุ่นแรงระยะปลูกระหว่างแถว X ต้น อาจใช้ 120 X 80 เซนติเมตร เพื่อสะดวกในการใช้เครื่องทุ่นแรง&amp;lt;ref name=&amp;quot;:2&amp;quot;&amp;gt;ไกวัล กล้าแข็ง และวิลาวัลย์ วงษ์เกษม. 2548. การปลูกมันสำปะหลัง. กรมส่งเสริมการเกษตร สำนักพัฒนาการถ่ายทอดเทคโนโลยี.&amp;lt;/ref&amp;gt;                วิธีการปลูกมันสำปะหลังของเกษตรกรมี ดังนี้ คือ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''การปลูกแบบนอน''' (ปัจจุบันไม่นิยมปลูกด้วยวิธีนี้) เป็นวิธีการปลูกแบบเก่า เพราะต้นมันสำปะหลังจะงอกโผล่พ้นดินช้ากว่าวัชพืช ทำให้การกำจัดวัชพืชลำบากมากขึ้น แต่มีข้อดี คือ ถ้าดินมีความชื้นน้อยการปลูกด้วยวิธีนี้จะทำให้มีจำนวนต้นอยู่รอดมาก และไม่ต้องระวังว่าจะปลูกโดยเอายอดลงดินซึ่งจะทำให้ตาไม่งอก&amp;lt;ref&amp;gt;กลุ่มสาระสนเทศการเกษตร. 2563. เอกสารเรื่องมันสำปะหลังจังหวัดพะเยา ปี 2563. สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดพะเยา&amp;lt;/ref&amp;gt;&lt;br /&gt;
* '''การปลูกแบบปัก''' การปลูกแบบปักจะให้ผลดีกว่าการปลูกแนวนอน เนื่องจากมันสำปะหลังงอกได้เร็วกว่า สม่ำเสมอกว่า สะดวกต่อการปลูกซ่อม และกำจัดวัชพืช ในฤดูฝน ถ้าพื้นที่แฉะควรยกร่องและปลูกบนสันร่อง ถ้าดินระบายน้ำดีปลูกบนพื้นที่ราบก็ได้ การปักท่อนพันธุ์ตั้งตรงหรือเอียงให้ลึกประมาณ 10 – 15 เซนติเมตร สำหรับการปลูกในฤดูแล้งไม่จำเป็นต้องยกร่องแต่ควรปักตั้งตรงหรือเอียง ให้ลึกกว่าการปลูกในฤดูฝน 10 – 15 เซนติเมตร&amp;lt;ref&amp;gt;ไกวัล กล้าแข็ง. 2551. คู่มือนักวิชาการส่งเสริมการเกษตรมันสำปะหลัง. สำนักส่งเสริมและจัดการสินค้าเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร&amp;lt;/ref&amp;gt; จะช่วยให้ท่อนพันธุ์มีความงอกและมีความอยู่รอดสูง ส่วนการปลูกในพื้นที่ที่มีความเอียง ควรปลูกโดยการยกร่องขวางแนวลาดเอียง  &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== '''การทำแปลงขยายต้นพันธุ์แบบเร่งรัด''' &amp;lt;ref name=&amp;quot;:0&amp;quot; /&amp;gt; ==&lt;br /&gt;
วิธีการขยายพันธุ์แบบเร่งรัด เป็นการตัดท่อนพันธุ์สั้นกว่าปกติหรือตัดต้นอ่อนไปปลูกโดยไม่ต้องรอให้มันสำปะหลังอายุครบ 8 – 12 เดือนตามวิธีการปกติ เพื่อให้ได้ปริมาณท่อนพันธุ์จำนวนมากภายในเวลาอันสั้น สามารถปฏิบัติได้หลายวิธี ดังนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
=== การขยายพันธุ์โดยการตัดยอดอ่อน ===&lt;br /&gt;
มันสำปะหลังที่ปลูกโดยท่อนพันธุ์ปกติ ส่วนใหญ่จะแตกตาและเจริญเป็นลำต้นหลักที่สมบูรณ์ประมาณ 1 – 3 ลำต่อต้น ขึ้นอยู่กับพันธุ์ คุณภาพท่อนพันธุ์ และสภาพแวดล้อมขณะปลูก ซึ่งโดยเฉลี่ยจะเท่ากับ 2 ลำต่อต้น แต่หากตัดส่วนยอดทิ้งในขณะที่ต้นยังเล็กอายุประมาณ 2 เดือนหลังปลูก มันสำปะหลังจะแตกตาใหม่ขึ้นมาจากต้นเดิม ทำให้ได้ลำต่อต้นมากขึ้น 2 – 3 เท่า โดยมีวิธีการ ดังนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
# ปลูกมันสำปะหลังโดยใช้ท่อนพันธุ์ขนาดและความยาวปกติ จัดการด้านเขตกรรมตามวิธีปฏิบัติทั่วไป แต่ในขั้นตอนการกำจัดวัชพืชไม่ควรใช้สารเคมีตั้งแต่ต้นยังเล็กเนื่องจากอาจทำให้ต้นอ่อนเสียหายจากการถูกสารเคมีทำลาย&lt;br /&gt;
# ตัดยอดอ่อนเมื่อมันสำปะหลังมีอายุประมาณ 2 เดือนหลังปลูก โดยใช้กรรไกรตัดแต่งกิ่งตัดที่ระดับความสูงประมาณ 30 เซนติเมตรจากพื้นดิน&lt;br /&gt;
# ภายหลังตัดยอดอ่อน ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 อัตรา 50 กิโลกรัมต่อไร่ โดยวิธีขุดหลุมใส่ข้างต้นแล้วกลบและให้น้ำตามทันที เพื่อให้มันสำปะหลังสามารถดึงปุ๋ยไปใช้และแตกยอดอ่อนสร้างลำต้นใหม่ได้เร็วและสมบูรณ์ยิ่งขึ้น&lt;br /&gt;
# เมื่อมันสำปะหลังแตกยอดใหม่และมีจำนวนมากเกินไป ให้เด็ดยอดทิ้งเหลือลำต้นหลักเพียง 4 ลำต่อต้น เพื่อให้ได้ต้นพันธุ์ที่สมบูรณ์แข็งแรง มีขนาดพอเหมาะสำหรับปลูก&lt;br /&gt;
# เก็บเกี่ยวต้นพันธุ์ภายหลังการตัดยอดประมาณ 10 เดือน หรือเมื่อมันสำปะหลังมีอายุประมาณ 12 เดือนหลังปลูก&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Image s8.png|center|thumb|257x257px|ภาพแสดงการตัดยอดต้นพันธุ์เมื่ออายุ 2 เดือนหลังปลูกเพื่อให้แตกลำเพิ่ม (ภาพจาก ศูนย์วิจัยพืชไร่ระยอง)]]&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Untitled-1.png|center|thumb|400x400px|ภาพแสดงต้นพันธุ์ที่มีการตัดยอดเพื่อเพิ่มจำนวนลำต่อต้น (A) เปรียบเทียบกับต้นพันธุ์ปกติที่ไม่มีการตัดยอดเมื่ออายุน้อย (B)(ภาพจาก ศูนย์วิจัยพืชไร่ระยอง)]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
=== การขยายพันธุ์โดยใช้ท่อนพันธุ์สั้น ===&lt;br /&gt;
ท่อนพันธุ์ที่ใช้ปลูกปกติมีความยาวประมาณ 20 – 25 เซนติเมตร ดังนั้นมันสำปะหลัง 1 ลำที่มีความยาวประมาณ 100 – 120 เซนติเมตร จะสามารถตัดได้เพียง 4 – 6 ท่อนเท่านั้น แต่หากตัดท่อนพันธุ์ให้สั้นลงเป็นท่อนละ 5 เซนติเมตร จะได้ปริมาณท่อนพันธุ์มากถึง 20 – 25 ท่อน หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 5 เท่า ภายในระยะเวลาเท่ากัน แต่การปลูกท่อนพันธุ์สั้นในสภาพแปลงมีผลให้ความงอกต่ำ ดังนั้นจึงมีวิธีการปฏิบัติดังนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
# ใช้เลื่อยตัดเหล็กตัดท่อนพันธุ์ให้มีความยาวท่อนละ 5 เซนติเมตร นำไปแช่ในสารเคมีป้องกันเชื้อราตามอัตราแนะนำ&lt;br /&gt;
# จัดเตรียมวัสดุเพาะได้แก่ ดินทรายหรือดินร่วนทราย ขุยมะพร้าว และแกลบเผา ผสมคลุกเคล้าให้เข้ากันดี แล้วบรรจุดินผสมลงในถุงเพาะชำขนาด 4 x 7 เซนติเมตร จัดเรียงถุงเพาะชำไว้ในที่พรางแสงหรือมีแสงแดดรำไร&lt;br /&gt;
# ปักท่อนพันธุ์ที่ตัดไว้ในถุงเพาะชำที่เตรียมไว้ให้ลึกลงไปในดินประมาณ 4 เซนติเมตร จนได้ตามปริมาณที่ต้องการ&lt;br /&gt;
# รดน้ำให้ให้ชุ่มตลอดเวลาจนมันสำปะหลังงอกและย้ายลงแปลง&lt;br /&gt;
# หลังจากมันสำปะหลังงอกหรือมีอายุประมาณ 25 – 30 วันหลังปลูก ให้ย้ายต้นกล้าที่แข็งแรงลงแปลงที่จัดเตรียมไว้ โดยขุดหลุมเป็นแถว ลึกประมาณ 10 เซนติเมตร ใช้ระยะปลูก 100 x 80 เซนติเมตร โดยควรเป็นแปลงที่สามารถให้น้ำได้ &lt;br /&gt;
# จัดการด้านเขตกรรมตามวิธีปกติ&lt;br /&gt;
# ตัดต้นพันธุ์เมื่อมันสำปะหลังมีอายุประมาณ 10 – 11 เดือนหลังย้ายต้นกล้าลงแปลง&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Imageท่อนพันธุ์สั้น.png|center|thumb|ภาพแสดงการขยายโดยใช้ท่อนพันธุ์สั้น(ภาพจาก ศูนย์วิจัยพืชไร่ระยอง)]]&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Imageตัดท่อนพันธุ์สั้นใส่ถุงเพาะ.png|center|thumb|ภาพแสดงการขยายโดยใช้ท่อนพันธุ์สั้น (ต่อ)(ภาพจาก ศูนย์วิจัยพืชไร่ระยอง)]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
=== การขยายพันธุ์โดยใช้ท่อนพันธุ์สั้น และตัดยอดต้นอ่อน ===&lt;br /&gt;
เป็นวิธีผสมผสานระหว่างการใช้ท่อนพันธุ์สั้นและการตัดยอดต้นอ่อนมาปลูก เพื่อให้ได้อัตราการขยายพันธุ์ที่สูงขึ้น สามารถลดข้อจำกัดหรืออุปสรรคในขั้นตอนการปฏิบัติงานที่มีอยู่ของ 2 วิธีการข้างต้น ซึ่งสามารถปฏิบัติได้ตามขั้นตอน ดังนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
# การปลูกโดยใช้ท่อนพันธุ์สั้น (ความยาว 10 เซนติเมตร) ตัดต้นพันธุ์ให้มีความยาวท่อนละ 10 เซนติเมตร ถือว่าเป็นขนาดสั้นปานกลาง ซึ่งสั้นกว่าท่อนพันธุ์ปลูกปกติ 0.5 เท่า ทั้งนี้เพื่อให้สามารถนำไปปลูกในแปลงได้โดยไม่ต้องเพาะชำในถุงก่อนซึ่งเป็นการเพิ่มต้นทุนและไม่สะดวกในทางปฏิบัติ ต้นพันธุ์ขนาดดังกล่าวสามารถงอกได้ในสภาพแปลงปกติ หากฝนตกหรือมีการให้น้ำหลังปลูกให้ดินมีความชื้นพอเหมาะจะช่วยเพิ่มอัตราความงอกให้สูงขึ้นได้เช่นเดียวกับท่อนพันธุ์ยาวปกติ &lt;br /&gt;
# การตัดยอดต้นอ่อน (อายุ 4 เดือนหลังปลูก) เมื่อมันสำปะหลังอายุได้ 4 เดือนหลังปลูก ซึ่งเป็นช่วงที่มันสำปะหลังเริ่มทิ้งใบล่าง มีความสูงต้นประมาณ 80 – 120 เซนติเมตร ให้ตัดต้นออกที่ระดับความสูงจากพื้นดินประมาณ 30 เซนติเมตร และเด็ดใบที่ติดอยู่ตามลำต้นออกให้หมด จะได้ลำต้นที่ยังอ่อนและมีสีเขียวอยู่ซึ่งสามารถนำไปตัดเป็นท่อนเพื่อปลูกในสภาพแปลงได้เช่นเดียวกับท่อนพันธุ์ปกติหากดินมีความชื้นเหมาะสม ท่อนพันธุ์จะงอกได้ดีเมื่อมีการเด็ดยอดของต้นพันธุ์ 3 วันก่อนที่จะตัดต้นไปขยายพันธุ์ และเมื่อปลูกขยายพันธุ์ในแปลงแล้วต้องให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ &lt;br /&gt;
# การปลูกขยายต้นอ่อน และบำรุงต้นตอเดิม หลังจากได้ต้นพันธุ์จากขั้นตอนที่ 2 แล้วนำมาตัดเป็นท่อน ให้ได้ความยาวท่อนพันธุ์ประมาณ 10 – 15 เซนติเมตร นำไปแช่ในสารเคมีป้องกันเชื้อราตามอัตราแนะนำ จากนั้นนำขึ้นมาผึ่งลมไว้ให้แห้งก่อนนำไปปลูกในแปลงปกติซึ่งควรเป็นแปลงที่มีการเตรียมดินที่ดี และสามารถให้น้ำได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 1 – 2 เดือนหลังปลูก ส่วนแปลงต้นพันธุ์เดิมที่ตัดไว้ตอต้องให้น้ำเพื่อให้แตกลำต้นขึ้นมาใหม่ และตัดแต่งให้มีจำนวนลำไม่เกิน 4 ลำต่อต้น จะทำให้ได้ต้นพันธุ์ที่สมบูรณ์ขึ้น การจัดการด้านเขตกรรมอื่น ๆ ทำเช่นเดียวกับการปลูกทั่วไป&lt;br /&gt;
# การเก็บเกี่ยวต้นพันธุ์ ต้นพันธุ์ที่ได้จากการปลูกทั้งสองวิธีการสามารถเก็บเกี่ยวต้นพันธุ์พร้อมกันได้ คือ แปลงที่ปลูกโดยใช้ต้นพันธุ์อ่อนเก็บเกี่ยวต้นพันธุ์ที่อายุ 10 เดือนหลังปลูก และแปลงที่ไว้ตอสามารถเก็บเกี่ยวต้นพันธุ์ที่อายุ 10 เดือนหลังการตัดต้นไว้ตอ ซึ่งต้นพันธุ์ที่ได้จากทั้งสองแปลงจะมีคุณภาพต้นพันธุ์ใกล้เคียงกัน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== '''เทคนิคการตัดต้นไว้ตอมันสำปะหลัง''' &amp;lt;ref name=&amp;quot;:0&amp;quot; /&amp;gt; ==&lt;br /&gt;
การไว้ตอมันสำปะหลังเป็นวิธีการตัดต้นพันธุ์ออกไปปลูกก่อน โดยยังไม่ขุดเก็บเกี่ยวผลผลิตหัวสดออกจากแปลง หลังตัดต้นพันธุ์ออกไปแล้วมันสำปะหลังจะแตกตาใหม่ขึ้นมาและสามารถเจริญเติบโตเป็นต้นปกติ ในขณะเดียวกันก็สามารถสร้างอาหารและนำไปสะสมที่รากทำให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นได้อีกในภายหลัง การไว้ตอมันสำปะหลังมีข้อควรพิจารณาดังต่อไปนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
# การตัดต้นไว้ตอแนะนำให้ทำในฤดูปลูกต้นฝน เนื่องจากดินมีความชื้นเพียงพอสำหรับแตกตาใหม่ขึ้นมาภายหลังการตัดต้น ไม่แนะนำให้ทำในช่วงฤดูปลายฝน เนื่องจากหลังการตัดต้นจะกระทบแล้งยาวนาน ความชื้นในดินต่ำทำให้การแตกตาใหม่และการเจริญเติบโตช้ากว่าปกติ ส่งผลให้ได้ต้นพันธุ์สั้น และไม่สมบูรณ์ ยกเว้นแปลงที่สามารถให้น้ำชลประทานในช่วงฤดูแล้งได้&lt;br /&gt;
# การตัดต้นพันธุ์ครั้งแรกควรทำที่อายุ 8 – 10 เดือน และขุดเก็บเกี่ยวหลังการตัดต้นครั้งแรกไปแล้ว 6 เดือนขึ้นไป หรือเมื่อมันสำปะหลังมีอายุประมาณ 16 – 18 เดือนหลังปลูก&lt;br /&gt;
# หลังการตัดต้นพันธุ์ครั้งแรกจะมีการสร้างลำต้นและใบขึ้นมาใหม่จำนวนมาก ควรตัดแต่งให้แต่ละต้นเหลือลำต้นหลักเพียง 2 – 3 ลำต่อต้น เพื่อให้ลำต้นมีความสมบูรณ์และมีจำนวนใบพอเหมาะสำหรับการเจริญเติบโต สร้างผลผลิต และปริมาณแป้งในหัว&lt;br /&gt;
# หลังการตัดต้นพันธุ์จะมีการแตกตาใหม่ขึ้นมาทำให้ต้องดึงอาหารที่สะสมไว้ในหัวมาใช้สร้างลำต้นและใบ ส่งผลให้ปริมาณแป้งในหัวต่ำลงในช่วง 1 – 3 เดือนแรก หลังจากนั้นผลผลิตหัวสดและปริมาณแป้งจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเพิ่มอย่างเด่นชัดเมื่ออายุ 6 เดือนหลังการตัดต้น ดังนั้นจึงควรเก็บเกี่ยวที่อายุ 6 เดือนขึ้นไปหลังการตัดต้นครั้งแรก&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== '''อ้างอิง''' ==&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>บงกฤช จันทรารัตนสกุล</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B9%81%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C&amp;diff=868</id>
		<title>การทำแปลงขยายพันธุ์</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B9%81%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C&amp;diff=868"/>
		<updated>2021-12-02T06:09:11Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;บงกฤช จันทรารัตนสกุล: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;br /&gt;
ต้นพันธุ์มันสำปะหลังคิดเป็นส่วนของต้นทุนประมาณ 5 – 10 เปอร์เซ็นต์ ของต้นทุนการผลิตทั้งหมด การลงทุนปลูกมันสำปะหลังในพื้นที่ขนาดใหญ่หากต้องพึ่งพาต้นพันธุ์จากแหล่งอื่นทุกปีจัดว่ามีความเสี่ยงสูง เนื่องจากราคาต้นพันธุ์จะผันแปรตลอดเวลาในแต่ละปี ขึ้นอยู่กับปริมาณความต้องการของเกษตรกรและสภาพอากาศในปีนั้นๆ อีกทั้งไม่สามารถควบคุมคุณภาพต้นพันธุ์ที่จัดซื้อมาได้  ส่งผลต่อผลผลิตมันสำปะหลังในที่สุด แต่เนื่องจากมันสำปะหลังสามารถขยายพันธุ์โดยใช้ท่อนพันธุ์ปลูก ดังนั้นจึงสามารถปลูกขยายต้นพันธุ์ไว้ใช้เองในพื้นที่ ซึ่งพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังส่วนใหญ่อาศัยน้ำฝนเป็นหลัก ผลผลิตแต่ละพื้นที่จึงขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำฝน และคุณลักษณะของดินที่ปลูกเป็นสำคัญ อีกทั้งการระบาดของเพลี้ยแป้งในมันสำปะหลัง ทำให้ต้องมีการจัดทำแปลงขยายท่อนพันธุ์สะอาด เพื่อกระจายพันธุ์ดีในพื้นที่ที่เหมาะสม เพื่อรักษาระดับการให้ผลผลิตมันสำปะหลังให้เพียงพอต่อความต้องการ จำหน่าย หรือแจกจ่ายเกษตรกรลูกไร่ และลดการระบาดของเพลี้ยแป้ง มีหลักในการพิจารณาและปฏิบัติ ดังนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== '''สภาพพื้นที่และดิน''' &amp;lt;ref name=&amp;quot;:0&amp;quot;&amp;gt;มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. (2556) เทคโนโลยี 52 สัปดาห์ มันสำปะหลัง. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์:กรุงเทพฯ.&amp;lt;/ref&amp;gt; ==&lt;br /&gt;
สภาพพื้นที่เหมาะสมในการปลูกมันสำปะหลังควรเป็นพื้นที่ที่ระบายน้ำได้ดีไม่เป็นที่ลุ่ม หรือมีน้ำท่วมขัง มีความสูงจากระดับน้ำทะเลไม่เกิน 2,000 เมตร พื้นที่ราบสม่ำเสมอ มีความลาดเอียงไม่เกิน 5 เปอร์เซนต์ ลักษณะดินเป็นดินร่วน ดินร่วนปนทราย หรือดินทราย ความอุดมสมบูรณ์ปานกลาง อินทรียวัตถุไม่ต่ำกว่า 1.0 มันสำปะหลังปรับตัวได้ดีในสภาพดินเลว ทนทานต่อดินที่มี pH ต่ำ  ฟอสฟอรัสต่ำ อย่างไรก็ตามดินที่เหมาะสมสำหรับปลูกมันสำปะหลัง คือ ดินที่มีเนื้อค่อนข้างหยาบ ตั้งแต่ดินร่วนปนทรายถึงดินร่วนเหนียวปนทราย เพราะมีเปอร์เซ็นต์การระบายน้ำและการถ่ายเทอากาศดี ระดับหน้าดินลึกไม่น้อยกว่า 50 เซนติเมตร ความเป็นกรดด่างอยู่ระหว่าง 5.5 – 7.5 ปริมาณน้ำฝนกระจายสม่ำเสมอ 1,000 – 1,500 มิลลิเมตรต่อปีมีแสงแดดจัด&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== '''อุณหภูมิ''' ==&lt;br /&gt;
อุณหภูมิที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตคือ 25 – 37 องศาเซลเซียส ซึ่งมีผลกระทบต่อการงอกของท่อนพันธุ์ปลูก ขนาดใบ การสร้างใบ การสร้างหัวสะสมอาหาร และการเจริญเติบโตทั่วไปในสภาพที่อุณหภูมิต่ำที่ 16 องศาเซลเซียส มีผลต่อการแตกใบและการงอกรากจากท่อนปลูก อัตราการสร้างใบ การสร้างน้ำหนักแห้งทั้งต้น และการสะสมน้ำหนักแห้งของหัวลดลง การแตกใบและการงอกรากจากท่อนปลูกได้ดีเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้นจนถึง 30 องศาเซลเซียส และถูกยับยั้งเมื่ออุณหภูมิสูงถึง 37 องศาเซลเซียส&amp;lt;ref&amp;gt;ชินพัฒน์ธนา สุขวิบูลย์. 2558. การบริหารและจัดการระบบพัฒนาที่ดินเพื่อเพิ่มผลผลิตมันสำปะหลังในประเทศไทย. วารสารอนุรักษ์ดินและน้ำ. 31, 2 (เม.ย. 2559) :36-47 &amp;lt;/ref&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== '''การเตรียมดิน''' ==&lt;br /&gt;
แปลงขยายพันธุ์ควรเป็นแปลงที่มีระดับความอุดมสมบูรณ์ของดินปานกลางถึงสูง มีการระบายน้ำดี ไม่มีน้ำท่วมขังในช่วงฤดูฝน ควรหลีกเลี่ยงปลูกในดินที่ชื้นแฉะ เพราะหัวมันสำปะหลังจะเน่าเสียได้ง่ายและมีปริมาณกรดไฮโดรไซยานิคสูง การเตรียมดินควรไถ 2 ครั้ง โดยผาน 3 และผาน 7 ควรไถให้ลึกประมาณ 8 – 12 นิ้ว โดยไถกลบเศษเหลือของพืช เช่น ลําต้น เหง้า ใบ และยอดของมันสําปะหลังที่เหลือจากการเก็บเกี่ยว ไม่ควรเผาหรือเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่เพาะปลูก เพราะการเผาทิ้งหรือขนย้ายไปทิ้งจะทําให้ธาตุอาหารสญหายไปเป็นจํานวนมาก สำหรับพื้นที่ปลูกที่ลาดเอียง เพื่อลดการสูญเสียหน้าดิน และพื้นที่ปลูกที่มีน้ำท่วมขัง ควรทำร่องระบายน้ำและยกร่องปลูก&amp;lt;ref name=&amp;quot;:2&amp;quot; /&amp;gt; การเตรียมดินสำหรับปลูกมันสำปะหลังทำได้ ดังนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''การไม่ไถพรวนดิน''' จะมีการยกร่องหรือไม่ยกร่องก็ได้ เหมาะสำหรับการปลูกมันสำปะหลังปลายฤดูฝนในดินทราย หรือดินทรายปนร่วน เนื่องจากความชื้นในดินมีเพียงพอต่อการงอก&amp;lt;ref name=&amp;quot;:1&amp;quot;&amp;gt;สมลักษณ์ จูฑังคะ. 2551. เทคโนโลยีการผลิตมันสำปะหลัง. วารสารวิชาการ. ศูนย์วิจัยพืชไร่ระยอง กรมวิชาการเกษตร. &amp;lt;/ref&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''การไถพรวนน้อยครั้ง''' ทำการไถพรวนโดยใช้ผาล 7 เพียงครั้งเดียว ตามด้วยการยกร่อง หรือไม่ยกร่อง แต่ไม่ควรใช้วิธีนี้ติดต่อกันหลายปี เพราะจะทำให้เกิดชั้นดินดานในระดับดินล่างตื้น&amp;lt;ref name=&amp;quot;:1&amp;quot; /&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''การไถพรวนมากกว่า 1 ครั้ง''' ทำการไถพลิกฟื้นดินโดยใช้ผาล 3 และพรวนดินโดยใช้ผาล 7 เพียงครั้งเดียว หรือ 2 ครั้งขึ้นอยู่กับสภาพของดิน ตามด้วยการยกร่องหรือไม่ยกร่อง การไถพรวนบ่อยครั้งเกินไป ทำให้ดินสูญเสียธาตุอาหารได้เร็ว เนื่องจากจะไปช่วยเร่งให้ขบวนการย่อยสลายเกิดขึ้นเร็วขึ้น และทำให้เกิดการสูญเสียน้ำในดิน&amp;lt;ref name=&amp;quot;:1&amp;quot; /&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
หากดินที่ทำการเพาะปลูกมันติดต่อกันหลายปี ควรปรับปรุงดิน เพื่อรักษาระดับผลผลิตในระยะยาว ด้วยการใส่ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมักเปลือกมันชนิดเก่าค้างปี (จากโรงแป้งทั่วไป) ที่หาได้ในท้องถิ่น หรือ ปลูกพืชตระกูลถั่วต่าง ๆ หมุนเวียนบำรุงดิน ในกรณีที่พื้นที่ประเภทหญ้าคา ควรใช้ยาราวด์อัพหากเป็นเครือเถาต่าง ๆ ควรใช้ยาสตาร์เรน ฉีดพ่นยาจำกัดเสียก่อนการไถ จากนั้นไถครั้งแรกโดยไถกลบวัชพืชก่อนปลูกด้วยผาน 3 (ห้ามเผาทำลายวัชพืช) ให้ลึกประมาณ 20 – 30 เซนติเมตร แล้วทิ้งระยะไว้ประมาณ 20 – 30 วัน เพื่อหมักวัชพืชเป็นปุ๋ยในดินต่อไป ไถพรวนด้วยผาน 7 อีก 1 - 2 ครั้ง ตามความเหมาะสม และรีบปลูกโดยเร็ว ในขณะที่ดินยังมีความชื้นอยู่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== '''การทำแปลงขยายพันธุ์แบบปกติ''' &amp;lt;ref name=&amp;quot;:0&amp;quot; /&amp;gt; ==&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
=== '''การปลูกด้วยท่อนพันธุ์''' ===&lt;br /&gt;
ปลูกมันสำปะหลังด้วยท่อนพันธุ์ที่มีความยาวประมาณ 20 – 25 เซนติเมตร ระยะปลูก ระยะปลูกมันสำปะหลังสามารถปลูกได้ตั้งแต่ระยะ 60 X 60 เซนติเมตร จนถึง 120 X 120 เซนติเมตร โดยระยะ                   100 X 100 เซนติเมตร จะมีแนวโน้มให้ผลผลิตสูงกว่าระยะอื่นๆ แต่ถ้าหากเกษตรกรมีการใช้เครื่องทุ่นแรงระยะปลูกระหว่างแถว X ต้น อาจใช้ 120 X 80 เซนติเมตร เพื่อสะดวกในการใช้เครื่องทุ่นแรง&amp;lt;ref name=&amp;quot;:2&amp;quot;&amp;gt;ไกวัล กล้าแข็ง และวิลาวัลย์ วงษ์เกษม. 2548. การปลูกมันสำปะหลัง. กรมส่งเสริมการเกษตร สำนักพัฒนาการถ่ายทอดเทคโนโลยี.&amp;lt;/ref&amp;gt;                วิธีการปลูกมันสำปะหลังของเกษตรกรมี ดังนี้ คือ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''การปลูกแบบนอน''' (ปัจจุบันไม่นิยมปลูกด้วยวิธีนี้) เป็นวิธีการปลูกแบบเก่า เพราะต้นมันสำปะหลังจะงอกโผล่พ้นดินช้ากว่าวัชพืช ทำให้การกำจัดวัชพืชลำบากมากขึ้น แต่มีข้อดี คือ ถ้าดินมีความชื้นน้อยการปลูกด้วยวิธีนี้จะทำให้มีจำนวนต้นอยู่รอดมาก และไม่ต้องระวังว่าจะปลูกโดยเอายอดลงดินซึ่งจะทำให้ตาไม่งอก&amp;lt;ref&amp;gt;กลุ่มสาระสนเทศการเกษตร. 2563. เอกสารเรื่องมันสำปะหลังจังหวัดพะเยา ปี 2563. สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดพะเยา&amp;lt;/ref&amp;gt;&lt;br /&gt;
* '''การปลูกแบบปัก''' การปลูกแบบปักจะให้ผลดีกว่าการปลูกแนวนอน เนื่องจากมันสำปะหลังงอกได้เร็วกว่า สม่ำเสมอกว่า สะดวกต่อการปลูกซ่อม และกำจัดวัชพืช ในฤดูฝน ถ้าพื้นที่แฉะควรยกร่องและปลูกบนสันร่อง ถ้าดินระบายน้ำดีปลูกบนพื้นที่ราบก็ได้ การปักท่อนพันธุ์ตั้งตรงหรือเอียงให้ลึกประมาณ 10 – 15 เซนติเมตร สำหรับการปลูกในฤดูแล้งไม่จำเป็นต้องยกร่องแต่ควรปักตั้งตรงหรือเอียง ให้ลึกกว่าการปลูกในฤดูฝน 10 – 15 เซนติเมตร&amp;lt;ref&amp;gt;ไกวัล กล้าแข็ง. 2551. คู่มือนักวิชาการส่งเสริมการเกษตรมันสำปะหลัง. สำนักส่งเสริมและจัดการสินค้าเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร&amp;lt;/ref&amp;gt; จะช่วยให้ท่อนพันธุ์มีความงอกและมีความอยู่รอดสูง ส่วนการปลูกในพื้นที่ที่มีความเอียง ควรปลูกโดยการยกร่องขวางแนวลาดเอียง  &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== '''การทำแปลงขยายต้นพันธุ์แบบเร่งรัด''' &amp;lt;ref name=&amp;quot;:0&amp;quot; /&amp;gt; ==&lt;br /&gt;
วิธีการขยายพันธุ์แบบเร่งรัด เป็นการตัดท่อนพันธุ์สั้นกว่าปกติหรือตัดต้นอ่อนไปปลูกโดยไม่ต้องรอให้มันสำปะหลังอายุครบ 8 – 12 เดือนตามวิธีการปกติ เพื่อให้ได้ปริมาณท่อนพันธุ์จำนวนมากภายในเวลาอันสั้น สามารถปฏิบัติได้หลายวิธี ดังนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
=== การขยายพันธุ์โดยการตัดยอดอ่อน ===&lt;br /&gt;
มันสำปะหลังที่ปลูกโดยท่อนพันธุ์ปกติ ส่วนใหญ่จะแตกตาและเจริญเป็นลำต้นหลักที่สมบูรณ์ประมาณ 1 – 3 ลำต่อต้น ขึ้นอยู่กับพันธุ์ คุณภาพท่อนพันธุ์ และสภาพแวดล้อมขณะปลูก ซึ่งโดยเฉลี่ยจะเท่ากับ 2 ลำต่อต้น แต่หากตัดส่วนยอดทิ้งในขณะที่ต้นยังเล็กอายุประมาณ 2 เดือนหลังปลูก มันสำปะหลังจะแตกตาใหม่ขึ้นมาจากต้นเดิม ทำให้ได้ลำต่อต้นมากขึ้น 2 – 3 เท่า โดยมีวิธีการ ดังนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
# ปลูกมันสำปะหลังโดยใช้ท่อนพันธุ์ขนาดและความยาวปกติ จัดการด้านเขตกรรมตามวิธีปฏิบัติทั่วไป แต่ในขั้นตอนการกำจัดวัชพืชไม่ควรใช้สารเคมีตั้งแต่ต้นยังเล็กเนื่องจากอาจทำให้ต้นอ่อนเสียหายจากการถูกสารเคมีทำลาย&lt;br /&gt;
# ตัดยอดอ่อนเมื่อมันสำปะหลังมีอายุประมาณ 2 เดือนหลังปลูก โดยใช้กรรไกรตัดแต่งกิ่งตัดที่ระดับความสูงประมาณ 30 เซนติเมตรจากพื้นดิน&lt;br /&gt;
# ภายหลังตัดยอดอ่อน ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 อัตรา 50 กิโลกรัมต่อไร่ โดยวิธีขุดหลุมใส่ข้างต้นแล้วกลบและให้น้ำตามทันที เพื่อให้มันสำปะหลังสามารถดึงปุ๋ยไปใช้และแตกยอดอ่อนสร้างลำต้นใหม่ได้เร็วและสมบูรณ์ยิ่งขึ้น&lt;br /&gt;
# เมื่อมันสำปะหลังแตกยอดใหม่และมีจำนวนมากเกินไป ให้เด็ดยอดทิ้งเหลือลำต้นหลักเพียง 4 ลำต่อต้น เพื่อให้ได้ต้นพันธุ์ที่สมบูรณ์แข็งแรง มีขนาดพอเหมาะสำหรับปลูก&lt;br /&gt;
# เก็บเกี่ยวต้นพันธุ์ภายหลังการตัดยอดประมาณ 10 เดือน หรือเมื่อมันสำปะหลังมีอายุประมาณ 12 เดือนหลังปลูก&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Image s8.png|center|thumb|257x257px|ภาพแสดงการตัดยอดต้นพันธุ์เมื่ออายุ 2 เดือนหลังปลูกเพื่อให้แตกลำเพิ่ม (ภาพจาก ศูนย์วิจัยพืชไร่ระยอง)]]&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Untitled-1.png|center|thumb|400x400px|ภาพแสดงต้นพันธุ์ที่มีการตัดยอดเพื่อเพิ่มจำนวนลำต่อต้น (A) เปรียบเทียบกับต้นพันธุ์ปกติที่ไม่มีการตัดยอดเมื่ออายุน้อย (B)(ภาพจาก ศูนย์วิจัยพืชไร่ระยอง)]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
=== '''การขยายพันธุ์โดยใช้ท่อนพันธุ์สั้น''' ===&lt;br /&gt;
ท่อนพันธุ์ที่ใช้ปลูกปกติมีความยาวประมาณ 20 – 25 เซนติเมตร ดังนั้นมันสำปะหลัง 1 ลำที่มีความยาวประมาณ 100 – 120 เซนติเมตร จะสามารถตัดได้เพียง 4 – 6 ท่อนเท่านั้น แต่หากตัดท่อนพันธุ์ให้สั้นลงเป็นท่อนละ 5 เซนติเมตร จะได้ปริมาณท่อนพันธุ์มากถึง 20 – 25 ท่อน หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 5 เท่า ภายในระยะเวลาเท่ากัน แต่การปลูกท่อนพันธุ์สั้นในสภาพแปลงมีผลให้ความงอกต่ำ ดังนั้นจึงมีวิธีการปฏิบัติดังนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
# ใช้เลื่อยตัดเหล็กตัดท่อนพันธุ์ให้มีความยาวท่อนละ 5 เซนติเมตร นำไปแช่ในสารเคมีป้องกันเชื้อราตามอัตราแนะนำ&lt;br /&gt;
# จัดเตรียมวัสดุเพาะได้แก่ ดินทรายหรือดินร่วนทราย ขุยมะพร้าว และแกลบเผา ผสมคลุกเคล้าให้เข้ากันดี แล้วบรรจุดินผสมลงในถุงเพาะชำขนาด 4 x 7 เซนติเมตร จัดเรียงถุงเพาะชำไว้ในที่พรางแสงหรือมีแสงแดดรำไร&lt;br /&gt;
# ปักท่อนพันธุ์ที่ตัดไว้ในถุงเพาะชำที่เตรียมไว้ให้ลึกลงไปในดินประมาณ 4 เซนติเมตร จนได้ตามปริมาณที่ต้องการ&lt;br /&gt;
# รดน้ำให้ให้ชุ่มตลอดเวลาจนมันสำปะหลังงอกและย้ายลงแปลง&lt;br /&gt;
# หลังจากมันสำปะหลังงอกหรือมีอายุประมาณ 25 – 30 วันหลังปลูก ให้ย้ายต้นกล้าที่แข็งแรงลงแปลงที่จัดเตรียมไว้ โดยขุดหลุมเป็นแถว ลึกประมาณ 10 เซนติเมตร ใช้ระยะปลูก 100 x 80 เซนติเมตร โดยควรเป็นแปลงที่สามารถให้น้ำได้ &lt;br /&gt;
# จัดการด้านเขตกรรมตามวิธีปกติ&lt;br /&gt;
# ตัดต้นพันธุ์เมื่อมันสำปะหลังมีอายุประมาณ 10 – 11 เดือนหลังย้ายต้นกล้าลงแปลง&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Imageท่อนพันธุ์สั้น.png|center|thumb|ภาพแสดงการขยายโดยใช้ท่อนพันธุ์สั้น(ภาพจาก ศูนย์วิจัยพืชไร่ระยอง)]]&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Imageตัดท่อนพันธุ์สั้นใส่ถุงเพาะ.png|center|thumb|ภาพแสดงการขยายโดยใช้ท่อนพันธุ์สั้น (ต่อ)(ภาพจาก ศูนย์วิจัยพืชไร่ระยอง)]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
=== '''การขยายพันธุ์โดยใช้ท่อนพันธุ์สั้น และตัดยอดต้นอ่อน''' ===&lt;br /&gt;
เป็นวิธีผสมผสานระหว่างการใช้ท่อนพันธุ์สั้นและการตัดยอดต้นอ่อนมาปลูก เพื่อให้ได้อัตราการขยายพันธุ์ที่สูงขึ้น สามารถลดข้อจำกัดหรืออุปสรรคในขั้นตอนการปฏิบัติงานที่มีอยู่ของ 2 วิธีการข้างต้น ซึ่งสามารถปฏิบัติได้ตามขั้นตอน ดังนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
# การปลูกโดยใช้ท่อนพันธุ์สั้น (ความยาว 10 เซนติเมตร) ตัดต้นพันธุ์ให้มีความยาวท่อนละ 10 เซนติเมตร ถือว่าเป็นขนาดสั้นปานกลาง ซึ่งสั้นกว่าท่อนพันธุ์ปลูกปกติ 0.5 เท่า ทั้งนี้เพื่อให้สามารถนำไปปลูกในแปลงได้โดยไม่ต้องเพาะชำในถุงก่อนซึ่งเป็นการเพิ่มต้นทุนและไม่สะดวกในทางปฏิบัติ ต้นพันธุ์ขนาดดังกล่าวสามารถงอกได้ในสภาพแปลงปกติ หากฝนตกหรือมีการให้น้ำหลังปลูกให้ดินมีความชื้นพอเหมาะจะช่วยเพิ่มอัตราความงอกให้สูงขึ้นได้เช่นเดียวกับท่อนพันธุ์ยาวปกติ &lt;br /&gt;
# การตัดยอดต้นอ่อน (อายุ 4 เดือนหลังปลูก) เมื่อมันสำปะหลังอายุได้ 4 เดือนหลังปลูก ซึ่งเป็นช่วงที่มันสำปะหลังเริ่มทิ้งใบล่าง มีความสูงต้นประมาณ 80 – 120 เซนติเมตร ให้ตัดต้นออกที่ระดับความสูงจากพื้นดินประมาณ 30 เซนติเมตร และเด็ดใบที่ติดอยู่ตามลำต้นออกให้หมด จะได้ลำต้นที่ยังอ่อนและมีสีเขียวอยู่ซึ่งสามารถนำไปตัดเป็นท่อนเพื่อปลูกในสภาพแปลงได้เช่นเดียวกับท่อนพันธุ์ปกติหากดินมีความชื้นเหมาะสม ท่อนพันธุ์จะงอกได้ดีเมื่อมีการเด็ดยอดของต้นพันธุ์ 3 วันก่อนที่จะตัดต้นไปขยายพันธุ์ และเมื่อปลูกขยายพันธุ์ในแปลงแล้วต้องให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ &lt;br /&gt;
# การปลูกขยายต้นอ่อน และบำรุงต้นตอเดิม หลังจากได้ต้นพันธุ์จากขั้นตอนที่ 2 แล้วนำมาตัดเป็นท่อน ให้ได้ความยาวท่อนพันธุ์ประมาณ 10 – 15 เซนติเมตร นำไปแช่ในสารเคมีป้องกันเชื้อราตามอัตราแนะนำ จากนั้นนำขึ้นมาผึ่งลมไว้ให้แห้งก่อนนำไปปลูกในแปลงปกติซึ่งควรเป็นแปลงที่มีการเตรียมดินที่ดี และสามารถให้น้ำได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 1 – 2 เดือนหลังปลูก ส่วนแปลงต้นพันธุ์เดิมที่ตัดไว้ตอต้องให้น้ำเพื่อให้แตกลำต้นขึ้นมาใหม่ และตัดแต่งให้มีจำนวนลำไม่เกิน 4 ลำต่อต้น จะทำให้ได้ต้นพันธุ์ที่สมบูรณ์ขึ้น การจัดการด้านเขตกรรมอื่น ๆ ทำเช่นเดียวกับการปลูกทั่วไป&lt;br /&gt;
# การเก็บเกี่ยวต้นพันธุ์ ต้นพันธุ์ที่ได้จากการปลูกทั้งสองวิธีการสามารถเก็บเกี่ยวต้นพันธุ์พร้อมกันได้ คือ แปลงที่ปลูกโดยใช้ต้นพันธุ์อ่อนเก็บเกี่ยวต้นพันธุ์ที่อายุ 10 เดือนหลังปลูก และแปลงที่ไว้ตอสามารถเก็บเกี่ยวต้นพันธุ์ที่อายุ 10 เดือนหลังการตัดต้นไว้ตอ ซึ่งต้นพันธุ์ที่ได้จากทั้งสองแปลงจะมีคุณภาพต้นพันธุ์ใกล้เคียงกัน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== '''เทคนิคการตัดต้นไว้ตอมันสำปะหลัง''' &amp;lt;ref name=&amp;quot;:0&amp;quot; /&amp;gt; ==&lt;br /&gt;
การไว้ตอมันสำปะหลังเป็นวิธีการตัดต้นพันธุ์ออกไปปลูกก่อน โดยยังไม่ขุดเก็บเกี่ยวผลผลิตหัวสดออกจากแปลง หลังตัดต้นพันธุ์ออกไปแล้วมันสำปะหลังจะแตกตาใหม่ขึ้นมาและสามารถเจริญเติบโตเป็นต้นปกติ ในขณะเดียวกันก็สามารถสร้างอาหารและนำไปสะสมที่รากทำให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นได้อีกในภายหลัง การไว้ตอมันสำปะหลังมีข้อควรพิจารณาดังต่อไปนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
# การตัดต้นไว้ตอแนะนำให้ทำในฤดูปลูกต้นฝน เนื่องจากดินมีความชื้นเพียงพอสำหรับแตกตาใหม่ขึ้นมาภายหลังการตัดต้น ไม่แนะนำให้ทำในช่วงฤดูปลายฝน เนื่องจากหลังการตัดต้นจะกระทบแล้งยาวนาน ความชื้นในดินต่ำทำให้การแตกตาใหม่และการเจริญเติบโตช้ากว่าปกติ ส่งผลให้ได้ต้นพันธุ์สั้น และไม่สมบูรณ์ ยกเว้นแปลงที่สามารถให้น้ำชลประทานในช่วงฤดูแล้งได้&lt;br /&gt;
# การตัดต้นพันธุ์ครั้งแรกควรทำที่อายุ 8 – 10 เดือน และขุดเก็บเกี่ยวหลังการตัดต้นครั้งแรกไปแล้ว 6 เดือนขึ้นไป หรือเมื่อมันสำปะหลังมีอายุประมาณ 16 – 18 เดือนหลังปลูก&lt;br /&gt;
# หลังการตัดต้นพันธุ์ครั้งแรกจะมีการสร้างลำต้นและใบขึ้นมาใหม่จำนวนมาก ควรตัดแต่งให้แต่ละต้นเหลือลำต้นหลักเพียง 2 – 3 ลำต่อต้น เพื่อให้ลำต้นมีความสมบูรณ์และมีจำนวนใบพอเหมาะสำหรับการเจริญเติบโต สร้างผลผลิต และปริมาณแป้งในหัว&lt;br /&gt;
# หลังการตัดต้นพันธุ์จะมีการแตกตาใหม่ขึ้นมาทำให้ต้องดึงอาหารที่สะสมไว้ในหัวมาใช้สร้างลำต้นและใบ ส่งผลให้ปริมาณแป้งในหัวต่ำลงในช่วง 1 – 3 เดือนแรก หลังจากนั้นผลผลิตหัวสดและปริมาณแป้งจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเพิ่มอย่างเด่นชัดเมื่ออายุ 6 เดือนหลังการตัดต้น ดังนั้นจึงควรเก็บเกี่ยวที่อายุ 6 เดือนขึ้นไปหลังการตัดต้นครั้งแรก&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== '''อ้างอิง''' ==&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>บงกฤช จันทรารัตนสกุล</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81&amp;diff=849</id>
		<title>การเลือกพันธุ์ปลูก</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81&amp;diff=849"/>
		<updated>2021-11-30T08:03:53Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;บงกฤช จันทรารัตนสกุล: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;การเลือกพันธุ์มันสำปะหลังที่เหมาะสำหรับปลูกในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งนั้น ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ที่สำคัญ ได้แก่ การเลือกพันธุ์ที่เหมาะสมกับลักษณะดิน พื้นที่ปลูก ความอุดมสมบูรณ์ของดิน ฤดูปลูก อายุเก็บเกี่ยว และระยะปลูก ซึ่งปัจจัยเหล่านี้มีส่วนช่วยในการเพิ่มผลผลิตมันสำปะหลัง และลดต้นทุนการผลิต ดังนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== '''พันธุ์กับชนิดของเนื้อดิน''' ==&lt;br /&gt;
ดินที่ใช้ปลูกมันสำปะหลังในพื้นที่ที่ปลูกกันโดยทั่วไปมักเป็นดินที่มีปฏิกิริยาเป็นกรด เนื้อหยาบ และมีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ เป็นดินทรายและดินร่วนปนทราย ที่มีปริมาณอินทรียวัตถุในดินต่ำถึงต่ำมากจึงมีการเลือกพันธุ์มันสำปะหลังให้เหมาะสมกับชนิดของเนื้อดินและความอุดมสมบูรณ์ของดินเพื่ออัตราการรอดหลังปลูกและผลผลิตที่สูงขึ้น '''ดังตารางที่ 1'''&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
'''ตารางที่ 1''' พันธุ์มันสำปะหลังที่เหมาะสมกับชนิดของเนื้อดินแต่ละชนิด&amp;lt;ref name=&amp;quot;:0&amp;quot;&amp;gt;มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. (2556) เทคโนโลยี 52 สัปดาห์ มันสำปะหลัง. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์:กรุงเทพฯ.&amp;lt;/ref&amp;gt;&lt;br /&gt;
{| class=&amp;quot;wikitable&amp;quot;&lt;br /&gt;
|      '''ชนิดของเนื้อดิน'''&lt;br /&gt;
|                                          '''ลักษณะของเนื้อดิน'''&lt;br /&gt;
|       '''พันธุ์ที่เหมาะสม'''&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ดินทราย&lt;br /&gt;
|&lt;br /&gt;
* เนื้อดินมีลักษณะหยาบ (ทรายจัด)&lt;br /&gt;
* ความอุดมสมบูรณ์ต่ำมาก&lt;br /&gt;
* การระบายน้ำดีมาก&lt;br /&gt;
* พบมากในภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&lt;br /&gt;
|&lt;br /&gt;
* พันธุ์เกษตรศาสตร์ 50    &lt;br /&gt;
* พันธุ์ระยอง  72&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ดินร่วนปนทราย&lt;br /&gt;
|&lt;br /&gt;
* เนื้อดินค่อนข้างหยาบ&lt;br /&gt;
* ความอุดมสมบูรณ์ค่อนข้างต่ำ&lt;br /&gt;
* การระบายน้ำดี&lt;br /&gt;
* พบมากในทุกภาค&lt;br /&gt;
|&lt;br /&gt;
* ระยอง 7  &lt;br /&gt;
* ระยอง 9 &lt;br /&gt;
* ระยอง 90  &lt;br /&gt;
* เกษตรศาสตร์ 50  &lt;br /&gt;
* ห้วยบง 60  &lt;br /&gt;
* ระยอง 72  &lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ดินร่วนปนเหนียว&lt;br /&gt;
|&lt;br /&gt;
* เนื้อดินปานกลางถึงค่อนข้างละเอียด&lt;br /&gt;
* ความอุดมสมบูรณ์ปานกลางถึงค่อนข้างดี&lt;br /&gt;
* การระบายน้ำปานกลาง&lt;br /&gt;
* พบมากในทุกภาค&lt;br /&gt;
|&lt;br /&gt;
* ระยอง 5 &lt;br /&gt;
* ระยอง 7  &lt;br /&gt;
* ระยอง 11  &lt;br /&gt;
* ห้วยบง 80  &lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ดินด่างหรือดินที่มีปูนปะปน&lt;br /&gt;
|&lt;br /&gt;
* เนื้อดินปานกลาง&lt;br /&gt;
* มีเม็ดปูนปะปนสะสมที่ความลึกตั้งแต่  50 – 100 เซนติเมตร&lt;br /&gt;
* ความอุดมสมบูรณ์ปานกลางถึงสูง&lt;br /&gt;
* การระบายน้ำปานกลางถึงดี&lt;br /&gt;
* มักมีปัญหาการขาดธาตุเหล็ก  สังกะสี กำมะถัน&lt;br /&gt;
* พบมากตามที่ลาดเชิงเขาใกล้ภูเขาหินปูนในภาคกลาง ภาคตะวันตก  และภาคเหนือ&lt;br /&gt;
|&lt;br /&gt;
* ระยอง 11&lt;br /&gt;
* ระยอง 5&lt;br /&gt;
|}&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== '''พันธุ์กับโซนพื้นที่ปลูก'''&amp;lt;ref&amp;gt;อนุสรณ์ สัจจะประภา. 2558. การศึกษาแนวทางการปฏิบัติที่ดีเพื่อเพิ่มผลผลิตมันสำปะหลัง. วิทยานิพนธ์ปริญญาวิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยบูรพา.&amp;lt;/ref&amp;gt; ==&lt;br /&gt;
การเลือกพันธุ์มันสำปะหลังให้เหมาะกับพื้นที่ปลูกเป็นการลดต้นทุนการผลิต เนื่องจากไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการบำรุงและดูแลรักษาเพื่อปรับสภาพพื้นที่ปลูกให้เหมาะกับชนิดของพันธุ์นั้นๆ โดยการวางแผนผลิตมันสำปะหลังตามการแบ่งเขตการผลิตนิเวศน์เกษตรของกรมพัฒนาที่ดินได้แบ่งเขตการผลิตเป็น 7 เขต '''ดังตารางที่ 2'''&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
'''ตารางที่ 2''' สายพันธุ์มันสำปะหลังที่เหมาะสมกับโซนพื้นที่ต่างๆ &lt;br /&gt;
{| class=&amp;quot;wikitable&amp;quot;&lt;br /&gt;
|'''โซน'''&lt;br /&gt;
|'''ภูมิภาค'''&lt;br /&gt;
|'''จังหวัด'''&lt;br /&gt;
|'''สายพันธุ์ที่เหมาะสม'''&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|โซน1&lt;br /&gt;
|ภาคตะวันออก&lt;br /&gt;
|ปราจีนบุรี, ฉะเชิงเทรา, สระแก้ว, จันทบุรี, ระยอง และตราด&lt;br /&gt;
|&lt;br /&gt;
* ระยอง 5&lt;br /&gt;
* ระยอง 90&lt;br /&gt;
* เกษตรศาสตร์ 50&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|โซน2&lt;br /&gt;
|ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ตอนล่างเขตอับฝน&lt;br /&gt;
|บุรีรัมย์, ชัยภูมิ และนครราชสีมา&lt;br /&gt;
|&lt;br /&gt;
* ระยอง 72&lt;br /&gt;
* ห้วยบง 60&lt;br /&gt;
* เกษตรศาสตร์ 50&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|โซน3&lt;br /&gt;
|ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ตอนล่างและชายแม่น้ำโขง&lt;br /&gt;
|นครพนม, มุกดาหาร, ยโสธร, อำนาจเจริญ, อุบลราชธานี,  ศรีสะเกษ และสุรินทร์&lt;br /&gt;
|&lt;br /&gt;
* ระยอง 5&lt;br /&gt;
* เกษตรศาสตร์ 50&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|โซน4&lt;br /&gt;
|ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ตอนกลาง&lt;br /&gt;
|มหาสารคาม, ร้อยเอ็ด, กาฬสินธุ์  และขอนแก่น&lt;br /&gt;
|&lt;br /&gt;
* ระยอง 72&lt;br /&gt;
* ระยอง 7&lt;br /&gt;
* ระยอง 9&lt;br /&gt;
* ระยอง 11&lt;br /&gt;
* เกษตรศาสตร์ 50&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|โซน5&lt;br /&gt;
|ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ตอนบน&lt;br /&gt;
|เลย, หนองบัวลำภู, อุดรธานี, หนองคาย และสกลนคร&lt;br /&gt;
|&lt;br /&gt;
* ระยอง 90&lt;br /&gt;
* ระยอง 5&lt;br /&gt;
* ระยอง 72&lt;br /&gt;
* ระยอง 9&lt;br /&gt;
* ระยอง 11&lt;br /&gt;
* เกษตรศาสตร์ 50&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|โซน6&lt;br /&gt;
|ภาคเหนือ&lt;br /&gt;
|เชียงราย, อุดรดิตถ์, พิษณุโลก, นครสวรรค์, อุทัยธานี,  กำแพงเพชร, เพชรบูรณ์, ตาก, สุโขทัย, แพร่, น่าน, ลำปาง, พะเยา และพิจิตร&lt;br /&gt;
|&lt;br /&gt;
* ระยอง 5&lt;br /&gt;
* ระยอง 7&lt;br /&gt;
* เกษตรศาสตร์ 50&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|โซน7&lt;br /&gt;
|ภาคกลาง&lt;br /&gt;
|สระบุรี,  ลพบุรี, ชัยนาท, สุพรรณบุรี, กาญจนบุรี, ราชบุรี และเพชรบุรี&lt;br /&gt;
|&lt;br /&gt;
* ระยอง 5&lt;br /&gt;
* ระยอง 90&lt;br /&gt;
* เกษตรศาสตร์ 50&lt;br /&gt;
|}&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== '''พันธุ์กับฤดูปลูก  ''' ==&lt;br /&gt;
การปลูกมันสำปะหลังในประเทศไทย เกษตรกรสามารถเลือกปลูกได้ทั้งต้นฤดูฝน (กุมภาพันธ์ - เมษายน) และปลายฤดูฝน (พฤศจิกายน - มกราคม)&amp;lt;ref&amp;gt;วิจารณ์ วิชชุกิจ. 2551. เทคนิคการเพิ่มผลผลิตมันสำปะหลังต่อไร่.&amp;lt;nowiki&amp;gt;https://www.tapiocathai.org/Articles/51_4.pdf&amp;lt;/nowiki&amp;gt;. สืบค้นเมื่อ 8 พฤษภาคม 2564.&amp;lt;/ref&amp;gt; มันสำปะหลังจะให้ผลผลิตหัวสดสูงสุดหากปลูกช่วงต้นฤดูฝน อย่างไรก็ตามการปลูกในช่วงปลายฝนหรือช่วงแล้ง สามารถลดปัญหาวัชพืช มีผลดีต่อการอนุรักษ์ดิน เนื่องจากช่วงแรกที่ปลูกแม้จะเติบโตช้า แต่ไม่มีฝนตกที่ทำให้เกิดการชะล้างของหน้าดิน เมื่อถึงฤดูฝนมันสำปะหลังจะเจริญเติบโตแผ่พุ่มใบทำให้ลดแรงปะทะจากฝน อีกทั้งมันสำปะหลังเป็นพืชที่สามารถทนแล้งได้ดี ซึ่งหลังจากปลูกและต้นพันธุ์สามารถตั้งตัวได้แล้ว เมื่อขาดฝนมันสำปะหลังจะลดพื้นที่ใบโดยการผลัดใบแก่และสร้างใบใหม่ให้น้อยลง ใบมีขนาดเล็กลง เพื่อลดการคายน้ำ โดยมันสำปะหลังแต่ละพันธุ์มีการตอบสนองต่อช่วงการปลูกและให้ผลผลิตที่ต่างกัน '''ดังตารางที่ 3'''&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
'''ตารางที่ 3'''&amp;lt;ref&amp;gt;[http://web.sut.ac.th/cassava/?name=11cas_research&amp;amp;file=readknowledge&amp;amp;id=61]&amp;lt;/ref&amp;gt; ปริมาณแป้งในหัวสด ผลผลิตหัวสด ผลผลิตแป้ง และผลผลิตมันเส้นของมันสำปะหลังแต่ละพันธุ์ เมื่อปลูกปลายฤดูฝนและต้นฤดูฝน&lt;br /&gt;
{| class=&amp;quot;wikitable&amp;quot;&lt;br /&gt;
| rowspan=&amp;quot;2&amp;quot; |'''พันธุ์'''&lt;br /&gt;
| colspan=&amp;quot;2&amp;quot; |'''ปริมาณแป้งในหัวสด (%)'''&lt;br /&gt;
| colspan=&amp;quot;2&amp;quot; |'''ผลผลิตหัวสด'''&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
'''(ตันต่อไร่)'''&lt;br /&gt;
| colspan=&amp;quot;2&amp;quot; |'''ผลผลิตแป้ง'''&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
'''(ตันต่อไร่)'''&lt;br /&gt;
| colspan=&amp;quot;2&amp;quot; |'''ผลผลิตมันเส้น'''&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
'''(ตันต่อไร่)'''&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|'''ปลายฝน'''&lt;br /&gt;
|'''ต้นฝน'''&lt;br /&gt;
|'''ปลายฝน'''&lt;br /&gt;
|'''ต้นฝน'''&lt;br /&gt;
|'''ปลายฝน'''&lt;br /&gt;
|'''ต้นฝน'''&lt;br /&gt;
|'''ปลายฝน'''&lt;br /&gt;
|'''ต้นฝน'''&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|* ระยอง 7&lt;br /&gt;
|27.6&lt;br /&gt;
|27.2&lt;br /&gt;
|6.30&lt;br /&gt;
|6.36&lt;br /&gt;
|1.77&lt;br /&gt;
|1.73&lt;br /&gt;
|2.43&lt;br /&gt;
|2.36&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ระยอง 90&lt;br /&gt;
|26.8&lt;br /&gt;
|25.8&lt;br /&gt;
|5.26&lt;br /&gt;
|5.14&lt;br /&gt;
|1.42&lt;br /&gt;
|1.33&lt;br /&gt;
|1.99&lt;br /&gt;
|1.91&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ระยอง 5&lt;br /&gt;
|24.7&lt;br /&gt;
|25.0&lt;br /&gt;
|5.36&lt;br /&gt;
|5.27&lt;br /&gt;
|1.33&lt;br /&gt;
|1.32&lt;br /&gt;
|1.95&lt;br /&gt;
|1.92&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|เกษตรศาสตร์ 50&lt;br /&gt;
|26.1&lt;br /&gt;
|24.4&lt;br /&gt;
|5.48&lt;br /&gt;
|5.98&lt;br /&gt;
|1.45&lt;br /&gt;
|1.51&lt;br /&gt;
|2.05&lt;br /&gt;
|2.19&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ระยอง 72&lt;br /&gt;
|22.5&lt;br /&gt;
|22.9&lt;br /&gt;
|5.55&lt;br /&gt;
|5.81&lt;br /&gt;
|1.25&lt;br /&gt;
|1.33&lt;br /&gt;
|1.92&lt;br /&gt;
|2.05&lt;br /&gt;
|}&lt;br /&gt;
''หมายเหตุ'' * มันสำปะหลังพันธุ์ระยอง 7 เมื่อปลูกปลายฤดูฝนและต้นฤดูฝน มีปริมาณแป้งในหัวสด ผลผลิตหัวสด ผลผลิตแป้ง และผลผลิตมันเส้นที่สูงกว่าพันธุ์อื่นๆ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== '''พันธุ์กับอายุเก็บเกี่ยว''' ==&lt;br /&gt;
มันสำปะหลังเป็นพืชอายุยาวสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตเมื่อใดก็ได้ แต่โดยปกติจะมีการเก็บเกี่ยวมันสำปะหลังมากในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนมีนาคม โดยเก็บเกี่ยวในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ - เดือนมีนาคมมากที่สุด ส่วนช่วงต้นฝนและกลางฝน (เมษายน - ตุลาคม) มีการเก็บเกี่ยวน้อยมาก อายุของมันสำปะหลังที่เกษตรกรทำการเก็บเกี่ยวมีอายุ 8 – 12 เดือน โดยเก็บเกี่ยวให้ทันเวลาที่จะเตรียมดินปลูกมันสำปะหลังในฤดูถัดไป นอกจากนี้มันสำปะหลังที่เก็บเกี่ยวเมื่ออายุได้ 12 เดือน ให้ผลผลิตหัวแห้งสูงกว่าเมื่ออายุ 8 เดือน ไม่ว่าจะปลูกเดือนใดก็ตาม อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ทำให้เกษตรกรตัดสินใจเก็บเกี่ยวผลผลิต ได้แก่ ราคาหัวมันสำปะหลัง ฐานะทางเศรษฐกิจ ฤดูกาล แรงงานและที่สำคัญ คือ พันธุ์ที่ปลูก '''ดังตารางที่ 4'''&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
'''ตารางที่ 4'''&amp;lt;ref name=&amp;quot;:0&amp;quot; /&amp;gt; พันธุ์ที่เหมาะสมกับอายุเก็บเกี่ยวที่ต่างกัน&lt;br /&gt;
{| class=&amp;quot;wikitable&amp;quot;&lt;br /&gt;
|'''อายุเก็บเกี่ยว'''&lt;br /&gt;
|'''พันธุ์ที่เหมาะสม'''&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|8 – 12 เดือน&lt;br /&gt;
|&lt;br /&gt;
* ระยอง 90  &lt;br /&gt;
* ระยอง 7  &lt;br /&gt;
* ระยอง 5  &lt;br /&gt;
* เกษตรศาสตร์ 50                 &lt;br /&gt;
* ห้วยบง 60  &lt;br /&gt;
* ห้วยบง 80&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|มากกว่า 12 เดือน&lt;br /&gt;
|&lt;br /&gt;
* ระยอง 9  &lt;br /&gt;
* ระยอง 11&lt;br /&gt;
|}&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== '''พันธุ์กับระยะปลูก''' ==&lt;br /&gt;
การปลูกมันสำปะหลังมีระยะปลูกที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับพันธุ์และความอุดมสมบูรณ์ของดิน  ระยะปลูกที่ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกโดยทั่วไปตามมาตรฐานคือ 1.00 X 1.00 เมตร ในปัจจุบันพบว่า ระยะปลูกมันสำปะหลังใช้ระยะระหว่างแถวและระยะระหว่างต้นแคบลง เช่น 0.80 X 0.80  1.00 X 0.50 และ 1.00 X 0.80 เมตร เป็นต้น เนื่องจากการใช้ระยะปลูกที่แคบลงเป็นผลมาจากความต้องการให้มันสำปะหลังเติบโตคลุมพื้นที่ปลูกมากขึ้น เพื่อลดปัญหาในการกำจัดวัชพืช และให้ได้จำนวนหัวต่อพื้นที่มากขึ้น ส่งผลให้ผลผลิตต่อพื้นที่สูง ส่วนการปลูกในระยะที่มากกว่า 1.00 เมตร เพื่อให้สะดวกต่อการใช้เครื่องจักรกล และระบบการปลูกพืชแซม โดยการปลูกพืชแซมสามารถช่วยรักษาอินทรีย์วัตถุในดินได้ยาวนานกว่า ลดการไหล่บ่าของน้ำ และลดการชะล้างพังทลายของดินบนพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังที่มีความลาดเอียง โดยเกษตรกรสามารถพิจารณาระยะปลูกตามความเหมาะสมของพันธุ์มันสำปะหลัง '''ดังตารางที่ 5'''&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
'''ตารางที่ 5'''&amp;lt;ref name=&amp;quot;:0&amp;quot; /&amp;gt; พันธุ์ที่เหมาะสมกับระยะปลูกที่ต่างกัน&lt;br /&gt;
{| class=&amp;quot;wikitable&amp;quot;&lt;br /&gt;
|'''ระยะปลูก'''&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
'''(ระหว่างแถว X ระหว่างต้น)'''&lt;br /&gt;
|'''พันธุ์ที่เหมาะสม'''&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|0.80 x 0.80 เมตร&lt;br /&gt;
|&lt;br /&gt;
* ห้วยบง 80  &lt;br /&gt;
* ระยอง 5  &lt;br /&gt;
* ระยอง 72&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|1.00 x 0.50 เมตร&lt;br /&gt;
|&lt;br /&gt;
* ระยอง 5  &lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|1.00 x 0.80 เมตร&lt;br /&gt;
|&lt;br /&gt;
* ทุกพันธุ์ &lt;br /&gt;
* สำหรับพันธุ์เกษตรศาสตร์ 50 ใช้ในกรณีดินที่อุดมสมบูรณ์  ปานกลางถึงต่ำ&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|1.20 x 0.60 เมตร&lt;br /&gt;
|&lt;br /&gt;
* เกษตรศาสตร์ 50  &lt;br /&gt;
* ห้วยบง  80  &lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|1.20 x 0.80 หรือ1.00 x 1.00 เมตร&lt;br /&gt;
|&lt;br /&gt;
* ทุกพันธุ์ &lt;br /&gt;
* สำหรับเกษตรศาสตร์ 50 ใช้ในกรณีดินอุดมสมบูรณ์ &lt;br /&gt;
* สำหรับห้วยบง 60 ควรปลูกด้วยระยะที่กว้างกว่า 1.00 x  1.00 หรือ 1.20 x 0.80&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|1.20 x 1.00 เมตร&lt;br /&gt;
|&lt;br /&gt;
* ไม่เหมาะกับพันธุ์ระยอง 5  ระยอง 72  และระยอง 7 &lt;br /&gt;
* ส่วนพันธุ์อื่น ๆ จะปลูกได้หากดินมีความอุดมสมบูรณ์สูง  &lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|1.20 x 1.20 เมตร&lt;br /&gt;
|&lt;br /&gt;
* ห้วยบง 60 &lt;br /&gt;
* เกษตรศาสตร์ 50 ปลูกในดินอุดมสมบูรณ์สูง&lt;br /&gt;
|}&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== '''อ้างอิง''' ==&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>บงกฤช จันทรารัตนสกุล</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B9%81%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C&amp;diff=848</id>
		<title>การจำแนกพันธุ์</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B9%81%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C&amp;diff=848"/>
		<updated>2021-11-30T08:01:20Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;บงกฤช จันทรารัตนสกุล: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;=== '''มันสำปะหลังที่พัฒนาโดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์''' ===&lt;br /&gt;
[[เกษตรศาสตร์ 50]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[เกษตรศาสตร์ 72]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[ห้วยบง 60]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[ห้วยบง 80]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[ห้วยบง 90]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
=== '''มันสำปะหลังที่พัฒนาโดยกรมวิชาการเกษตร''' ===&lt;br /&gt;
[[ระยอง 1]] &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[ระยอง 5]] &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[ระยอง 72]]        &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[ระยอง 90]] &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[ระยอง 9]] &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[ระยอง 11]] &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[ระยอง 7]] &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[ระยอง 86-13]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
มันสำปะหลัง (ชื่อวิทยาศาสตร์: ''Manihot esculenta'' (L.) Crantz) เป็นพืชหัวชนิดหนึ่ง มีชื่อเรียกทั่วไปในภาษาอังกฤษว่า แคสซาวา (Cassava) หรือทาปิโอก้า (Tapioca) ประเทศแถบแอฟริกาเรียกชื่อภาษาฝรั่งเศสว่า แมนิออค (Manioc) มีถิ่นกำเนิดในอเมริกาใต้ ซึ่งมีการปลูกมันสำปะหลังมา 3,000 ถึง 7,000 ปีต่อมาได้ขยายไปสู่แหล่งอื่นๆ สำหรับประเทศไทยนั้นไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดว่ามีการนำมันสำปะหลังเข้ามาปลูกเมื่อใด แต่คาดว่ามีการนำมันสำปะหลังมาจากประเทศมาเลเซียเมื่อปี พ.ศ.2329 โดยมีชื่อเรียกในระยะต่อมาว่า มันไม้และมันสำโรง &amp;lt;ref name=&amp;quot;:0&amp;quot;&amp;gt;มูลนิธิสถาบันพัฒนามันสำปะหลังแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี. สืบค้นเมื่อ 5 มิถุนายน 2564. จาก https://www.tapiocathai.org/C.html&amp;lt;/ref&amp;gt;&lt;br /&gt;
{| class=&amp;quot;wikitable&amp;quot;&lt;br /&gt;
| colspan=&amp;quot;2&amp;quot; |          '''มันสำปะหลัง'''&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|'''อาณาจักร:'''&lt;br /&gt;
|Plantae&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|'''หมวด:'''&lt;br /&gt;
|Magnoliophyta&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|'''ชั้น:'''&lt;br /&gt;
|Magnoliopsida&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|'''อันดับ:'''&lt;br /&gt;
|Malpighiales&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|'''วงศ์:'''&lt;br /&gt;
|Euphorbiaceae&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|'''วงศ์ย่อย:'''&lt;br /&gt;
|Crotonoideae&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|'''เผ่า:'''&lt;br /&gt;
|Manihoteae&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|'''สกุล:'''&lt;br /&gt;
|''Manihot''&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|'''สปีชีส์:'''&lt;br /&gt;
|''M. esculenta''&lt;br /&gt;
|}&lt;br /&gt;
มันสำปะหลังมีทั้งชนิดหวาน (Sweet Type) มีปริมาณกรดไฮโดรไซยานิคต่ำ ใช้เพื่อการบริโภค เช่น พันธุ์[[ห้านาที]] และมันสำปะหลังชนิดขม (Bitter Type) มีกรดไฮโดรไซยานิคสูง เป็นพิษและมีรสขม             ไม่เหมาะสำหรับการบริโภค แต่เหมาะใช้ในอุตสาหกรรมผลิตแป้งและอาหารสัตว์ เช่น พันธุ์[[ระยอง 90]]  [[ระยอง 7]] [[ระยอง 9]]  [[ระยอง 5]] [[ระยอง 11]] [[ระยอง 72]] [[ระยอง 1]] [[ห้วยบง 80]] [[ห้วยบง 60]] [[เกษตรศาสตร์ 50]] [[เกษตรศาสตร์ 72]] [[ระยอง 86-13]] และ[[ห้วยบง 90]] เป็นต้น   &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
หน่วยงานที่มีบทบาทในการพัฒนาพันธุ์มันสำปะหลัง ได้แก่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และกรมวิชาการเกษตร ได้จำแนกพันธุ์มันสำปะหลังในประเทศไทย ตามลักษณะของสี รูปร่าง ลักษณะทรงต้น ใบ และ การแตกกิ่ง โดยลักษณะเด่นที่สามารถใช้จำแนกพันธุ์ในปัจจุบัน มีดังนี้&lt;br /&gt;
== '''ลักษณะเด่นที่ใช้จำแนกพันธุ์'''&amp;lt;ref&amp;gt;กรมวิชาการเกษตร. 2552. การจำแนกพันธุ์มันสำปะหลัง. โรงพิมพ์สำนักงานพุทธศาสนาแห่งชาติ.&amp;lt;/ref&amp;gt;&amp;lt;ref&amp;gt;กรมส่งเสริมการเกษตร. 2558. คู่มือการจำแนกพันธุ์มันสำปะหลัง. บริษัท ซัน แพคเกจจิ้ง (2014) จำกัด.&amp;lt;/ref&amp;gt; ==&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''สียอดอ่อน''' สามารถสังเกตได้จากสีของยอดอ่อนมันสำปะหลังที่ยังไม่คลี่ออกมา ได้แก่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
# สีเขียว เช่น พันธุ์[[ห้านาที]] [[ห้วยบง 90]] [[ระยอง 90]]  [[ระยอง 7]] [[ห้วยบง 80]] และ[[ระยอง 9]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีม่วงอมเขียว เช่น พันธุ์[[ระยอง 11]]  เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีม่วงอมน้ำตาล เช่น พันธุ์[[ระยอง 86-13]] [[ระยอง 5]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีม่วง เช่น พันธุ์[[ระยอง 72]] [[ระยอง 1]] [[เกษตรศาสตร์ 50]] [[เกษตรศาสตร์ 72]] และ[[ห้วยบง 60]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''ขนที่ยอดอ่อน''' มันสำปะหลังพันธุ์ที่ไม่มีขนอ่อนมักจะมีลักษณะเงา มัน ส่วนมันสำปะหลังที่มีขนอ่อนมักจะมีลักษณะด้าน เมื่อสัมผัสจะนุ่มมือ ได้แก่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
# ยอดอ่อนมีขน เช่น พันธุ์[[ระยอง 60]]  และ[[ระยอง 1]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# ยอดอ่อนไม่มีขน เช่น พันธุ์[[ห้านาที]] [[ห้วยบง 90]] [[ระยอง 90]] [[ระยอง 7]] [[ห้วยบง 80]] [[ระยอง 9]] [[ระยอง 11]] [[ระยอง 86-13]] [[ระยอง 5]] [[ระยอง 72]] [[เกษตรศาสตร์ 50]] [[เกษตรศาสตร์ 72]] และ [[ห้วยบง 60]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''สีก้านใบ''' สีของก้านใบ ดูที่ก้านใบในตำแหน่งใบที่ 5 จากใบยอดที่คลี่เต็มที่แล้ว 5 ใบจากยอด เมื่ออายุประมาณ 3 – 6 เดือนหลังปลูก ได้แก่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
# สีเขียวอ่อน เช่น พันธุ์[[ระยอง 90]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีเขียวอมชมพู เช่น พันธุ์[[ระยอง 7]] และ[[ระยอง 9]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีเขียวอมแดง เช่น พันธุ์[[ระยอง 1]]  [[ระยอง 11]] [[ระยอง 86-13]] [[ห้วยบง 90]] และ[[ห้วยบง 80]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีแดงเข้ม เช่น พันธุ์[[ห้านาที]] [[ระยอง 5]] และ[[ระยอง 72]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีเขียวอมม่วง เช่น พันธุ์[[เกษตรศาสตร์ 72]] [[เกษตรศาสตร์ 50]] และ[[ห้วยบง 60]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''รูปร่างของแฉกที่อยู่กลางใบ''' ใบมันสำปะหลังเป็นแบบใบเดี่ยว แผ่นใบเว้าเป็นแฉก มีรูปร่างและจำนวนแฉกแตกต่างกันไปตามพันธุ์ โดยปกติมี 3 – 9 แฉก ยาวประมาณ 4 – 20 เซนติเมตร                 กว้างประมาณ 1 – 6 เซนติเมตร รูปทรงของแฉกแตกต่างกัน เช่น เรียวยาว สั้นป้อม สังเกตุเมื่ออายุประมาณ 3 – 4 เดือนหลังปลูก โดยดูในตำแหน่งใบที่ 5 จากใบยอดที่คลี่เต็มที่ ได้แก่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
# รูปแถบ (linear)&lt;br /&gt;
# รูปรี (elliptic)&lt;br /&gt;
# รูปใบหอก (lanceolate) เช่น พันธุ์[[ห้านาที]] [[ระยอง 1]] [[ระยอง 90]] [[ระยอง 5]] [[ระยอง 7]] [[ระยอง 9]] [[ระยอง 72]] [[ห้วยบง 60]] [[ห้วยบง 80]] [[ห้วยบง 90]] [[เกษตรศาสตร์ 50]] [[เกษตรศาสตร์ 72]]  และ[[ระยอง 11]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# รูปใบหอกกลับ (oblanceolate) เช่น [[ระยอง 86-13]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# รูปไวโอลิน (pandurate)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''สีลำต้น''' ได้แก่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
# สีเขียวเงิน เช่น พันธุ์[[ระยอง 1]] [[ระยอง 72]] [[ระยอง 11]] [[ระยอง 86-13]] [[เกษตรศาสตร์ 50]] [[เกษตรศาสตร์ 72]] [[ห้วยบง 60]] [[ห้วยบง 90]] และ[[ห้วยบง 80]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีเขียวอมน้ำตาล เช่น พันธุ์[[ระยอง 5]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีน้ำตาลอมเหลือง เช่น พันธุ์[[ระยอง 9]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีน้ำตาลอมส้ม เช่น พันธุ์[[ระยอง 90]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีน้ำตาลอ่อน เช่น พันธุ์[[ระยอง 7]] และ[[ระยอง 60]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''ลักษณะหูใบ''' ส่วนของโคนก้านใบที่ติดกับลำต้นมีหูใบ (stipule) มีรูปร่าง ขนาด และสีเฉพาะแต่ละพันธุ์ เช่น พันธุ์[[ระยอง 72]] หูใบมีสีแดงเข้มปลายหูใบงอนขึ้นคล้ายขนตา พันธุ์[[ระยอง 11]] หูใบมีสีเขียวคาดสีแดง และพันธุ์[[ห้วยบง 60]] หูใบมีสีเขียวยาว เป็นต้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''ลักษณะทรงต้นหรือการแตกกิ่ง''' บางพันธุ์ลำต้นเป็นต้นเดี่ยว ไม่มีการแตกกิ่ง บางพันธุ์มีการแตกกิ่งหลายระดับ โดยเท่าที่พบจะไม่เกิน 4 กิ่ง พันธุ์ที่มีการแตกกิ่งมากและแตกกิ่งหลายระดับจะมีลักษณะเป็นพุ่มเตี้ย พันธุ์ที่มีการแตกกิ่งน้อยจะสูง ได้แก่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
# ทรงต้นแตกกิ่ง 0 – 1 ระดับ เช่น พันธุ์[[ห้านาที]] [[ระยอง 1]] [[ระยอง 7]] [[ระยอง 9]]  [[ระยอง 86-13]] [[เกษตรศาสตร์ 72]] [[ห้วยบง 90]] และ[[ระยอง 72]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# ทรงต้นแตกกิ่ง 1 – 3 ระดับ เช่น พันธุ์[[ระยอง 11]] [[ระยอง 5]] [[ห้วยบง 60]] [[ห้วยบง 80]] และ[[เกษตรศาสตร์ 50]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# ทรงต้นแตกกิ่ง 2 – 4 ระดับ เช่น พันธุ์[[ระยอง 90]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''สีเปลือกหัว''' เป็นลักษณะที่สังเกตได้ในระยะเก็บเกี่ยว ได้แก่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
# สีขาวครีม เช่นพันธุ์[[ระยอง 7]] และ[[ระยอง 72]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีน้ำตาล เช่น พันธุ์[[ระยอง 11]]  เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีน้ำตาลอ่อน เช่น พันธุ์[[ระยอง 1]]  [[ระยอง 5]] [[ระยอง 9]]  [[ระยอง 86-13]] [[เกษตรศาสตร์ 50]] [[เกษตรศาสตร์ 72]] [[ห้วยบง 60]] [[ห้วยบง 90]] และ[[ห้วยบง 80]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีน้ำตาลเข้ม เช่น พันธุ์[[ห้านาที]] และ[[ระยอง 90]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''สีเนื้อหัว''' ได้แก่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
# สีขาว เช่น พันธุ์[[ห้านาที]] [[ระยอง 1]] [[ระยอง 5]] [[ระยอง 7]] [[ระยอง 72]] [[ระยอง 90]] [[ระยอง 9]] [[ระยอง 11]] [[ระยอง 86-13]] [[เกษตรศาสตร์ 50]] [[เกษตรศาสตร์ 72]] [[ห้วยบง 60]] [[ห้วยบง 90]] และ[[ห้วยบง 80]] เป็นต้น__FORCETOC__&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== '''อ้างอิง''' ==&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>บงกฤช จันทรารัตนสกุล</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B9%81%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C&amp;diff=847</id>
		<title>การจำแนกพันธุ์</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B9%81%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C&amp;diff=847"/>
		<updated>2021-11-30T07:59:00Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;บงกฤช จันทรารัตนสกุล: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;มันสำปะหลัง (ชื่อวิทยาศาสตร์: ''Manihot esculenta'' (L.) Crantz) เป็นพืชหัวชนิดหนึ่ง มีชื่อเรียกทั่วไปในภาษาอังกฤษว่า แคสซาวา (Cassava) หรือทาปิโอก้า (Tapioca) ประเทศแถบแอฟริกาเรียกชื่อภาษาฝรั่งเศสว่า แมนิออค (Manioc) มีถิ่นกำเนิดในอเมริกาใต้ ซึ่งมีการปลูกมันสำปะหลังมา 3,000 ถึง 7,000 ปีต่อมาได้ขยายไปสู่แหล่งอื่นๆ สำหรับประเทศไทยนั้นไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดว่ามีการนำมันสำปะหลังเข้ามาปลูกเมื่อใด แต่คาดว่ามีการนำมันสำปะหลังมาจากประเทศมาเลเซียเมื่อปี พ.ศ.2329 โดยมีชื่อเรียกในระยะต่อมาว่า มันไม้และมันสำโรง &amp;lt;ref name=&amp;quot;:0&amp;quot;&amp;gt;มูลนิธิสถาบันพัฒนามันสำปะหลังแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี. สืบค้นเมื่อ 5 มิถุนายน 2564. จาก https://www.tapiocathai.org/C.html&amp;lt;/ref&amp;gt;&lt;br /&gt;
{| class=&amp;quot;wikitable&amp;quot;&lt;br /&gt;
| colspan=&amp;quot;2&amp;quot; |          '''มันสำปะหลัง'''&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|'''อาณาจักร:'''&lt;br /&gt;
|Plantae&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|'''หมวด:'''&lt;br /&gt;
|Magnoliophyta&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|'''ชั้น:'''&lt;br /&gt;
|Magnoliopsida&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|'''อันดับ:'''&lt;br /&gt;
|Malpighiales&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|'''วงศ์:'''&lt;br /&gt;
|Euphorbiaceae&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|'''วงศ์ย่อย:'''&lt;br /&gt;
|Crotonoideae&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|'''เผ่า:'''&lt;br /&gt;
|Manihoteae&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|'''สกุล:'''&lt;br /&gt;
|''Manihot''&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|'''สปีชีส์:'''&lt;br /&gt;
|''M. esculenta''&lt;br /&gt;
|}&lt;br /&gt;
มันสำปะหลังมีทั้งชนิดหวาน (Sweet Type) มีปริมาณกรดไฮโดรไซยานิคต่ำ ใช้เพื่อการบริโภค เช่น พันธุ์[[ห้านาที]] และมันสำปะหลังชนิดขม (Bitter Type) มีกรดไฮโดรไซยานิคสูง เป็นพิษและมีรสขม             ไม่เหมาะสำหรับการบริโภค แต่เหมาะใช้ในอุตสาหกรรมผลิตแป้งและอาหารสัตว์ เช่น พันธุ์[[ระยอง 90]]  [[ระยอง 7]] [[ระยอง 9]]  [[ระยอง 5]] [[ระยอง 11]] [[ระยอง 72]] [[ระยอง 1]] [[ห้วยบง 80]] [[ห้วยบง 60]] [[เกษตรศาสตร์ 50]] [[เกษตรศาสตร์ 72]] [[ระยอง 86-13]] และ[[ห้วยบง 90]] เป็นต้น   &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
หน่วยงานที่มีบทบาทในการพัฒนาพันธุ์มันสำปะหลัง ได้แก่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และกรมวิชาการเกษตร ได้จำแนกพันธุ์มันสำปะหลังในประเทศไทย ตามลักษณะของสี รูปร่าง ลักษณะทรงต้น ใบ และ การแตกกิ่ง โดยลักษณะเด่นที่สามารถใช้จำแนกพันธุ์ในปัจจุบัน มีดังนี้&lt;br /&gt;
=== มันสำปะหลังที่พัฒนาโดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ===&lt;br /&gt;
[[เกษตรศาสตร์ 50]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[เกษตรศาสตร์ 72]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[ห้วยบง 60]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[ห้วยบง 80]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[ห้วยบง 90]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
=== มันสำปะหลังที่พัฒนาโดยกรมวิชาการเกษตร ===&lt;br /&gt;
[[ระยอง 1]] &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[ระยอง 5]] &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[ระยอง 72]]        &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[ระยอง 90]] &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[ระยอง 9]] &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[ระยอง 11]] &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[ระยอง 7]] &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[ระยอง 86-13]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== '''ลักษณะเด่นที่ใช้จำแนกพันธุ์'''&amp;lt;ref&amp;gt;กรมวิชาการเกษตร. 2552. การจำแนกพันธุ์มันสำปะหลัง. โรงพิมพ์สำนักงานพุทธศาสนาแห่งชาติ.&amp;lt;/ref&amp;gt;&amp;lt;ref&amp;gt;กรมส่งเสริมการเกษตร. 2558. คู่มือการจำแนกพันธุ์มันสำปะหลัง. บริษัท ซัน แพคเกจจิ้ง (2014) จำกัด.&amp;lt;/ref&amp;gt; ==&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''สียอดอ่อน''' สามารถสังเกตได้จากสีของยอดอ่อนมันสำปะหลังที่ยังไม่คลี่ออกมา ได้แก่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
# สีเขียว เช่น พันธุ์[[ห้านาที]] [[ห้วยบง 90]] [[ระยอง 90]]  [[ระยอง 7]] [[ห้วยบง 80]] และ[[ระยอง 9]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีม่วงอมเขียว เช่น พันธุ์[[ระยอง 11]]  เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีม่วงอมน้ำตาล เช่น พันธุ์[[ระยอง 86-13]] [[ระยอง 5]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีม่วง เช่น พันธุ์[[ระยอง 72]] [[ระยอง 1]] [[เกษตรศาสตร์ 50]] [[เกษตรศาสตร์ 72]] และ[[ห้วยบง 60]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''ขนที่ยอดอ่อน''' มันสำปะหลังพันธุ์ที่ไม่มีขนอ่อนมักจะมีลักษณะเงา มัน ส่วนมันสำปะหลังที่มีขนอ่อนมักจะมีลักษณะด้าน เมื่อสัมผัสจะนุ่มมือ ได้แก่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
# ยอดอ่อนมีขน เช่น พันธุ์[[ระยอง 60]]  และ[[ระยอง 1]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# ยอดอ่อนไม่มีขน เช่น พันธุ์[[ห้านาที]] [[ห้วยบง 90]] [[ระยอง 90]] [[ระยอง 7]] [[ห้วยบง 80]] [[ระยอง 9]] [[ระยอง 11]] [[ระยอง 86-13]] [[ระยอง 5]] [[ระยอง 72]] [[เกษตรศาสตร์ 50]] [[เกษตรศาสตร์ 72]] และ [[ห้วยบง 60]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''สีก้านใบ''' สีของก้านใบ ดูที่ก้านใบในตำแหน่งใบที่ 5 จากใบยอดที่คลี่เต็มที่แล้ว 5 ใบจากยอด เมื่ออายุประมาณ 3 – 6 เดือนหลังปลูก ได้แก่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
# สีเขียวอ่อน เช่น พันธุ์[[ระยอง 90]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีเขียวอมชมพู เช่น พันธุ์[[ระยอง 7]] และ[[ระยอง 9]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีเขียวอมแดง เช่น พันธุ์[[ระยอง 1]]  [[ระยอง 11]] [[ระยอง 86-13]] [[ห้วยบง 90]] และ[[ห้วยบง 80]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีแดงเข้ม เช่น พันธุ์[[ห้านาที]] [[ระยอง 5]] และ[[ระยอง 72]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีเขียวอมม่วง เช่น พันธุ์[[เกษตรศาสตร์ 72]] [[เกษตรศาสตร์ 50]] และ[[ห้วยบง 60]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''รูปร่างของแฉกที่อยู่กลางใบ''' ใบมันสำปะหลังเป็นแบบใบเดี่ยว แผ่นใบเว้าเป็นแฉก มีรูปร่างและจำนวนแฉกแตกต่างกันไปตามพันธุ์ โดยปกติมี 3 – 9 แฉก ยาวประมาณ 4 – 20 เซนติเมตร                 กว้างประมาณ 1 – 6 เซนติเมตร รูปทรงของแฉกแตกต่างกัน เช่น เรียวยาว สั้นป้อม สังเกตุเมื่ออายุประมาณ 3 – 4 เดือนหลังปลูก โดยดูในตำแหน่งใบที่ 5 จากใบยอดที่คลี่เต็มที่ ได้แก่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
# รูปแถบ (linear)&lt;br /&gt;
# รูปรี (elliptic)&lt;br /&gt;
# รูปใบหอก (lanceolate) เช่น พันธุ์[[ห้านาที]] [[ระยอง 1]] [[ระยอง 90]] [[ระยอง 5]] [[ระยอง 7]] [[ระยอง 9]] [[ระยอง 72]] [[ห้วยบง 60]] [[ห้วยบง 80]] [[ห้วยบง 90]] [[เกษตรศาสตร์ 50]] [[เกษตรศาสตร์ 72]]  และ[[ระยอง 11]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# รูปใบหอกกลับ (oblanceolate) เช่น [[ระยอง 86-13]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# รูปไวโอลิน (pandurate)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''สีลำต้น''' ได้แก่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
# สีเขียวเงิน เช่น พันธุ์[[ระยอง 1]] [[ระยอง 72]] [[ระยอง 11]] [[ระยอง 86-13]] [[เกษตรศาสตร์ 50]] [[เกษตรศาสตร์ 72]] [[ห้วยบง 60]] [[ห้วยบง 90]] และ[[ห้วยบง 80]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีเขียวอมน้ำตาล เช่น พันธุ์[[ระยอง 5]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีน้ำตาลอมเหลือง เช่น พันธุ์[[ระยอง 9]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีน้ำตาลอมส้ม เช่น พันธุ์[[ระยอง 90]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีน้ำตาลอ่อน เช่น พันธุ์[[ระยอง 7]] และ[[ระยอง 60]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''ลักษณะหูใบ''' ส่วนของโคนก้านใบที่ติดกับลำต้นมีหูใบ (stipule) มีรูปร่าง ขนาด และสีเฉพาะแต่ละพันธุ์ เช่น พันธุ์[[ระยอง 72]] หูใบมีสีแดงเข้มปลายหูใบงอนขึ้นคล้ายขนตา พันธุ์[[ระยอง 11]] หูใบมีสีเขียวคาดสีแดง และพันธุ์[[ห้วยบง 60]] หูใบมีสีเขียวยาว เป็นต้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''ลักษณะทรงต้นหรือการแตกกิ่ง''' บางพันธุ์ลำต้นเป็นต้นเดี่ยว ไม่มีการแตกกิ่ง บางพันธุ์มีการแตกกิ่งหลายระดับ โดยเท่าที่พบจะไม่เกิน 4 กิ่ง พันธุ์ที่มีการแตกกิ่งมากและแตกกิ่งหลายระดับจะมีลักษณะเป็นพุ่มเตี้ย พันธุ์ที่มีการแตกกิ่งน้อยจะสูง ได้แก่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
# ทรงต้นแตกกิ่ง 0 – 1 ระดับ เช่น พันธุ์[[ห้านาที]] [[ระยอง 1]] [[ระยอง 7]] [[ระยอง 9]]  [[ระยอง 86-13]] [[เกษตรศาสตร์ 72]] [[ห้วยบง 90]] และ[[ระยอง 72]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# ทรงต้นแตกกิ่ง 1 – 3 ระดับ เช่น พันธุ์[[ระยอง 11]] [[ระยอง 5]] [[ห้วยบง 60]] [[ห้วยบง 80]] และ[[เกษตรศาสตร์ 50]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# ทรงต้นแตกกิ่ง 2 – 4 ระดับ เช่น พันธุ์[[ระยอง 90]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''สีเปลือกหัว''' เป็นลักษณะที่สังเกตได้ในระยะเก็บเกี่ยว ได้แก่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
# สีขาวครีม เช่นพันธุ์[[ระยอง 7]] และ[[ระยอง 72]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีน้ำตาล เช่น พันธุ์[[ระยอง 11]]  เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีน้ำตาลอ่อน เช่น พันธุ์[[ระยอง 1]]  [[ระยอง 5]] [[ระยอง 9]]  [[ระยอง 86-13]] [[เกษตรศาสตร์ 50]] [[เกษตรศาสตร์ 72]] [[ห้วยบง 60]] [[ห้วยบง 90]] และ[[ห้วยบง 80]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีน้ำตาลเข้ม เช่น พันธุ์[[ห้านาที]] และ[[ระยอง 90]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''สีเนื้อหัว''' ได้แก่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
# สีขาว เช่น พันธุ์[[ห้านาที]] [[ระยอง 1]] [[ระยอง 5]] [[ระยอง 7]] [[ระยอง 72]] [[ระยอง 90]] [[ระยอง 9]] [[ระยอง 11]] [[ระยอง 86-13]] [[เกษตรศาสตร์ 50]] [[เกษตรศาสตร์ 72]] [[ห้วยบง 60]] [[ห้วยบง 90]] และ[[ห้วยบง 80]] เป็นต้น__FORCETOC__&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== '''อ้างอิง''' ==&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>บงกฤช จันทรารัตนสกุล</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B9%81%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C&amp;diff=846</id>
		<title>การจำแนกพันธุ์</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B9%81%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C&amp;diff=846"/>
		<updated>2021-11-30T06:34:24Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;บงกฤช จันทรารัตนสกุล: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;=== มันสำปะหลังที่พัฒนาโดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ===&lt;br /&gt;
[[เกษตรศาสตร์ 50]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[เกษตรศาสตร์ 72]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[ห้วยบง 60]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[ห้วยบง 80]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[ห้วยบง 90]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
=== มันสำปะหลังที่พัฒนาโดยกรมวิชาการเกษตร ===&lt;br /&gt;
[[ระยอง 1]] &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[ระยอง 5]] &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[ระยอง 72]]        &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[ระยอง 90]] &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[ระยอง 9]] &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[ระยอง 11]] &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[ระยอง 7]] &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[ระยอง 86-13]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
มันสำปะหลัง (ชื่อวิทยาศาสตร์: ''Manihot esculenta'' (L.) Crantz) เป็นพืชหัวชนิดหนึ่ง มีชื่อเรียกทั่วไปในภาษาอังกฤษว่า แคสซาวา (Cassava) หรือทาปิโอก้า (Tapioca) ประเทศแถบแอฟริกาเรียกชื่อภาษาฝรั่งเศสว่า แมนิออค (Manioc) มีถิ่นกำเนิดในอเมริกาใต้ ซึ่งมีการปลูกมันสำปะหลังมา 3,000 ถึง 7,000 ปีต่อมาได้ขยายไปสู่แหล่งอื่นๆ สำหรับประเทศไทยนั้นไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดว่ามีการนำมันสำปะหลังเข้ามาปลูกเมื่อใด แต่คาดว่ามีการนำมันสำปะหลังมาจากประเทศมาเลเซียเมื่อปี พ.ศ.2329 โดยมีชื่อเรียกในระยะต่อมาว่า มันไม้และมันสำโรง &amp;lt;ref name=&amp;quot;:0&amp;quot;&amp;gt;มูลนิธิสถาบันพัฒนามันสำปะหลังแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี. สืบค้นเมื่อ 5 มิถุนายน 2564. จาก https://www.tapiocathai.org/C.html&amp;lt;/ref&amp;gt;&lt;br /&gt;
{| class=&amp;quot;wikitable&amp;quot;&lt;br /&gt;
| colspan=&amp;quot;2&amp;quot; |          '''มันสำปะหลัง'''&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|'''อาณาจักร:'''&lt;br /&gt;
|Plantae&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|'''หมวด:'''&lt;br /&gt;
|Magnoliophyta&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|'''ชั้น:'''&lt;br /&gt;
|Magnoliopsida&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|'''อันดับ:'''&lt;br /&gt;
|Malpighiales&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|'''วงศ์:'''&lt;br /&gt;
|Euphorbiaceae&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|'''วงศ์ย่อย:'''&lt;br /&gt;
|Crotonoideae&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|'''เผ่า:'''&lt;br /&gt;
|Manihoteae&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|'''สกุล:'''&lt;br /&gt;
|''Manihot''&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|'''สปีชีส์:'''&lt;br /&gt;
|''M. esculenta''&lt;br /&gt;
|}&lt;br /&gt;
มันสำปะหลังมีทั้งชนิดหวาน (Sweet Type) มีปริมาณกรดไฮโดรไซยานิคต่ำ ใช้เพื่อการบริโภค เช่น พันธุ์[[ห้านาที]] และมันสำปะหลังชนิดขม (Bitter Type) มีกรดไฮโดรไซยานิคสูง เป็นพิษและมีรสขม             ไม่เหมาะสำหรับการบริโภค แต่เหมาะใช้ในอุตสาหกรรมผลิตแป้งและอาหารสัตว์ เช่น พันธุ์[[ระยอง 90]]  [[ระยอง 7]] [[ระยอง 9]]  [[ระยอง 5]] [[ระยอง 11]] [[ระยอง 72]] [[ระยอง 1]] [[ห้วยบง 80]] [[ห้วยบง 60]] [[เกษตรศาสตร์ 50]] [[เกษตรศาสตร์ 72]] [[ระยอง 86-13]] และ[[ห้วยบง 90]] เป็นต้น   &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
หน่วยงานที่มีบทบาทในการพัฒนาพันธุ์มันสำปะหลัง ได้แก่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และกรมวิชาการเกษตร ได้จำแนกพันธุ์มันสำปะหลังในประเทศไทย ตามลักษณะของสี รูปร่าง ลักษณะทรงต้น ใบ และ การแตกกิ่ง โดยลักษณะเด่นที่สามารถใช้จำแนกพันธุ์ในปัจจุบัน มีดังนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== '''ลักษณะเด่นที่ใช้จำแนกพันธุ์'''&amp;lt;ref&amp;gt;กรมวิชาการเกษตร. 2552. การจำแนกพันธุ์มันสำปะหลัง. โรงพิมพ์สำนักงานพุทธศาสนาแห่งชาติ.&amp;lt;/ref&amp;gt;&amp;lt;ref&amp;gt;กรมส่งเสริมการเกษตร. 2558. คู่มือการจำแนกพันธุ์มันสำปะหลัง. บริษัท ซัน แพคเกจจิ้ง (2014) จำกัด.&amp;lt;/ref&amp;gt; ==&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''สียอดอ่อน''' สามารถสังเกตได้จากสีของยอดอ่อนมันสำปะหลังที่ยังไม่คลี่ออกมา ได้แก่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
# สีเขียว เช่น พันธุ์[[ห้านาที]] [[ห้วยบง 90]] [[ระยอง 90]]  [[ระยอง 7]] [[ห้วยบง 80]] และ[[ระยอง 9]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีม่วงอมเขียว เช่น พันธุ์[[ระยอง 11]]  เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีม่วงอมน้ำตาล เช่น พันธุ์[[ระยอง 86-13]] [[ระยอง 5]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีม่วง เช่น พันธุ์[[ระยอง 72]] [[ระยอง 1]] [[เกษตรศาสตร์ 50]] [[เกษตรศาสตร์ 72]] และ[[ห้วยบง 60]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''ขนที่ยอดอ่อน''' มันสำปะหลังพันธุ์ที่ไม่มีขนอ่อนมักจะมีลักษณะเงา มัน ส่วนมันสำปะหลังที่มีขนอ่อนมักจะมีลักษณะด้าน เมื่อสัมผัสจะนุ่มมือ ได้แก่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
# ยอดอ่อนมีขน เช่น พันธุ์[[ระยอง 60]]  และ[[ระยอง 1]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# ยอดอ่อนไม่มีขน เช่น พันธุ์[[ห้านาที]] [[ห้วยบง 90]] [[ระยอง 90]] [[ระยอง 7]] [[ห้วยบง 80]] [[ระยอง 9]] [[ระยอง 11]] [[ระยอง 86-13]] [[ระยอง 5]] [[ระยอง 72]] [[เกษตรศาสตร์ 50]] [[เกษตรศาสตร์ 72]] และ [[ห้วยบง 60]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''สีก้านใบ''' สีของก้านใบ ดูที่ก้านใบในตำแหน่งใบที่ 5 จากใบยอดที่คลี่เต็มที่แล้ว 5 ใบจากยอด เมื่ออายุประมาณ 3 – 6 เดือนหลังปลูก ได้แก่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
# สีเขียวอ่อน เช่น พันธุ์[[ระยอง 90]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีเขียวอมชมพู เช่น พันธุ์[[ระยอง 7]] และ[[ระยอง 9]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีเขียวอมแดง เช่น พันธุ์[[ระยอง 1]]  [[ระยอง 11]] [[ระยอง 86-13]] [[ห้วยบง 90]] และ[[ห้วยบง 80]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีแดงเข้ม เช่น พันธุ์[[ห้านาที]] [[ระยอง 5]] และ[[ระยอง 72]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีเขียวอมม่วง เช่น พันธุ์[[เกษตรศาสตร์ 72]] [[เกษตรศาสตร์ 50]] และ[[ห้วยบง 60]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''รูปร่างของแฉกที่อยู่กลางใบ''' ใบมันสำปะหลังเป็นแบบใบเดี่ยว แผ่นใบเว้าเป็นแฉก มีรูปร่างและจำนวนแฉกแตกต่างกันไปตามพันธุ์ โดยปกติมี 3 – 9 แฉก ยาวประมาณ 4 – 20 เซนติเมตร                 กว้างประมาณ 1 – 6 เซนติเมตร รูปทรงของแฉกแตกต่างกัน เช่น เรียวยาว สั้นป้อม สังเกตุเมื่ออายุประมาณ 3 – 4 เดือนหลังปลูก โดยดูในตำแหน่งใบที่ 5 จากใบยอดที่คลี่เต็มที่ ได้แก่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
# รูปแถบ (linear)&lt;br /&gt;
# รูปรี (elliptic)&lt;br /&gt;
# รูปใบหอก (lanceolate) เช่น พันธุ์[[ห้านาที]] [[ระยอง 1]] [[ระยอง 90]] [[ระยอง 5]] [[ระยอง 7]] [[ระยอง 9]] [[ระยอง 72]] [[ห้วยบง 60]] [[ห้วยบง 80]] [[ห้วยบง 90]] [[เกษตรศาสตร์ 50]] [[เกษตรศาสตร์ 72]]  และ[[ระยอง 11]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# รูปใบหอกกลับ (oblanceolate) เช่น [[ระยอง 86-13]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# รูปไวโอลิน (pandurate)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''สีลำต้น''' ได้แก่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
# สีเขียวเงิน เช่น พันธุ์[[ระยอง 1]] [[ระยอง 72]] [[ระยอง 11]] [[ระยอง 86-13]] [[เกษตรศาสตร์ 50]] [[เกษตรศาสตร์ 72]] [[ห้วยบง 60]] [[ห้วยบง 90]] และ[[ห้วยบง 80]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีเขียวอมน้ำตาล เช่น พันธุ์[[ระยอง 5]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีน้ำตาลอมเหลือง เช่น พันธุ์[[ระยอง 9]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีน้ำตาลอมส้ม เช่น พันธุ์[[ระยอง 90]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีน้ำตาลอ่อน เช่น พันธุ์[[ระยอง 7]] และ[[ระยอง 60]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''ลักษณะหูใบ''' ส่วนของโคนก้านใบที่ติดกับลำต้นมีหูใบ (stipule) มีรูปร่าง ขนาด และสีเฉพาะแต่ละพันธุ์ เช่น พันธุ์[[ระยอง 72]] หูใบมีสีแดงเข้มปลายหูใบงอนขึ้นคล้ายขนตา พันธุ์[[ระยอง 11]] หูใบมีสีเขียวคาดสีแดง และพันธุ์[[ห้วยบง 60]] หูใบมีสีเขียวยาว เป็นต้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''ลักษณะทรงต้นหรือการแตกกิ่ง''' บางพันธุ์ลำต้นเป็นต้นเดี่ยว ไม่มีการแตกกิ่ง บางพันธุ์มีการแตกกิ่งหลายระดับ โดยเท่าที่พบจะไม่เกิน 4 กิ่ง พันธุ์ที่มีการแตกกิ่งมากและแตกกิ่งหลายระดับจะมีลักษณะเป็นพุ่มเตี้ย พันธุ์ที่มีการแตกกิ่งน้อยจะสูง ได้แก่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
# ทรงต้นแตกกิ่ง 0 – 1 ระดับ เช่น พันธุ์[[ห้านาที]] [[ระยอง 1]] [[ระยอง 7]] [[ระยอง 9]]  [[ระยอง 86-13]] [[เกษตรศาสตร์ 72]] [[ห้วยบง 90]] และ[[ระยอง 72]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# ทรงต้นแตกกิ่ง 1 – 3 ระดับ เช่น พันธุ์[[ระยอง 11]] [[ระยอง 5]] [[ห้วยบง 60]] [[ห้วยบง 80]] และ[[เกษตรศาสตร์ 50]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# ทรงต้นแตกกิ่ง 2 – 4 ระดับ เช่น พันธุ์[[ระยอง 90]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''สีเปลือกหัว''' เป็นลักษณะที่สังเกตได้ในระยะเก็บเกี่ยว ได้แก่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
# สีขาวครีม เช่นพันธุ์[[ระยอง 7]] และ[[ระยอง 72]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีน้ำตาล เช่น พันธุ์[[ระยอง 11]]  เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีน้ำตาลอ่อน เช่น พันธุ์[[ระยอง 1]]  [[ระยอง 5]] [[ระยอง 9]]  [[ระยอง 86-13]] [[เกษตรศาสตร์ 50]] [[เกษตรศาสตร์ 72]] [[ห้วยบง 60]] [[ห้วยบง 90]] และ[[ห้วยบง 80]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีน้ำตาลเข้ม เช่น พันธุ์[[ห้านาที]] และ[[ระยอง 90]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''สีเนื้อหัว''' ได้แก่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
# สีขาว เช่น พันธุ์[[ห้านาที]] [[ระยอง 1]] [[ระยอง 5]] [[ระยอง 7]] [[ระยอง 72]] [[ระยอง 90]] [[ระยอง 9]] [[ระยอง 11]] [[ระยอง 86-13]] [[เกษตรศาสตร์ 50]] [[เกษตรศาสตร์ 72]] [[ห้วยบง 60]] [[ห้วยบง 90]] และ[[ห้วยบง 80]] เป็นต้น__FORCETOC__&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== '''อ้างอิง''' ==&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>บงกฤช จันทรารัตนสกุล</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B9%81%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C&amp;diff=843</id>
		<title>การจำแนกพันธุ์</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B9%81%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C&amp;diff=843"/>
		<updated>2021-11-23T14:50:27Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;บงกฤช จันทรารัตนสกุล: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;=== '''มันสำปะหลังที่พัฒนาโดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์''' ===&lt;br /&gt;
[[เกษตรศาสตร์ 50]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[เกษตรศาสตร์ 72]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[ห้วยบง 60]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[ห้วยบง 80]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[ห้วยบง 90]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
=== '''มันสำปะหลังที่พัฒนาโดยกรมวิชาการเกษตร''' ===&lt;br /&gt;
[[ระยอง 1]] &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[ระยอง 5]] &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[ระยอง 72]]        &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[ระยอง 90]] &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[ระยอง 9]] &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[ระยอง 11]] &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[ระยอง 7]] &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[ระยอง 86-13]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
มันสำปะหลัง (ชื่อวิทยาศาสตร์: ''Manihot esculenta'' (L.) Crantz) เป็นพืชหัวชนิดหนึ่ง มีชื่อเรียกทั่วไปในภาษาอังกฤษว่า แคสซาวา (Cassava) หรือทาปิโอก้า (Tapioca) ประเทศแถบแอฟริกาเรียกชื่อภาษาฝรั่งเศสว่า แมนิออค (Manioc) มีถิ่นกำเนิดในอเมริกาใต้ ซึ่งมีการปลูกมันสำปะหลังมา 3,000 ถึง 7,000 ปีต่อมาได้ขยายไปสู่แหล่งอื่นๆ สำหรับประเทศไทยนั้นไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดว่ามีการนำมันสำปะหลังเข้ามาปลูกเมื่อใด แต่คาดว่ามีการนำมันสำปะหลังมาจากประเทศมาเลเซียเมื่อปี พ.ศ.2329 โดยมีชื่อเรียกในระยะต่อมาว่า มันไม้และมันสำโรง &amp;lt;ref name=&amp;quot;:0&amp;quot;&amp;gt;มูลนิธิสถาบันพัฒนามันสำปะหลังแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี. สืบค้นเมื่อ 5 มิถุนายน 2564. จาก https://www.tapiocathai.org/C.html&amp;lt;/ref&amp;gt;&lt;br /&gt;
{| class=&amp;quot;wikitable&amp;quot;&lt;br /&gt;
| colspan=&amp;quot;2&amp;quot; |          '''มันสำปะหลัง'''&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|'''อาณาจักร:'''&lt;br /&gt;
|Plantae&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|'''หมวด:'''&lt;br /&gt;
|Magnoliophyta&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|'''ชั้น:'''&lt;br /&gt;
|Magnoliopsida&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|'''อันดับ:'''&lt;br /&gt;
|Malpighiales&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|'''วงศ์:'''&lt;br /&gt;
|Euphorbiaceae&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|'''วงศ์ย่อย:'''&lt;br /&gt;
|Crotonoideae&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|'''เผ่า:'''&lt;br /&gt;
|Manihoteae&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|'''สกุล:'''&lt;br /&gt;
|''Manihot''&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|'''สปีชีส์:'''&lt;br /&gt;
|''M. esculenta''&lt;br /&gt;
|}&lt;br /&gt;
มันสำปะหลังมีทั้งชนิดหวาน (Sweet Type) มีปริมาณกรดไฮโดรไซยานิคต่ำ ใช้เพื่อการบริโภค เช่น พันธุ์[[ห้านาที]] และมันสำปะหลังชนิดขม (Bitter Type) มีกรดไฮโดรไซยานิคสูง เป็นพิษและมีรสขม             ไม่เหมาะสำหรับการบริโภค แต่เหมาะใช้ในอุตสาหกรรมผลิตแป้งและอาหารสัตว์ เช่น พันธุ์[[ระยอง 90]]  [[ระยอง 7]] [[ระยอง 9]]  [[ระยอง 5]] [[ระยอง 11]] [[ระยอง 72]] [[ระยอง 1]] [[ห้วยบง 80]] [[ห้วยบง 60]] [[เกษตรศาสตร์ 50]] [[เกษตรศาสตร์ 72]] [[ระยอง 86-13]] และ[[ห้วยบง 90]] เป็นต้น   &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
หน่วยงานที่มีบทบาทในการพัฒนาพันธุ์มันสำปะหลัง ได้แก่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และกรมวิชาการเกษตร ได้จำแนกพันธุ์มันสำปะหลังในประเทศไทย ตามลักษณะของสี รูปร่าง ลักษณะทรงต้น ใบ และ การแตกกิ่ง โดยลักษณะเด่นที่สามารถใช้จำแนกพันธุ์ในปัจจุบัน มีดังนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== ลักษณะเด่นที่ใช้จำแนกพันธุ์&amp;lt;ref&amp;gt;กรมวิชาการเกษตร. 2552. การจำแนกพันธุ์มันสำปะหลัง. โรงพิมพ์สำนักงานพุทธศาสนาแห่งชาติ.&amp;lt;/ref&amp;gt;&amp;lt;ref&amp;gt;กรมส่งเสริมการเกษตร. 2558. คู่มือการจำแนกพันธุ์มันสำปะหลัง. บริษัท ซัน แพคเกจจิ้ง (2014) จำกัด.&amp;lt;/ref&amp;gt; ==&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''สียอดอ่อน''' สามารถสังเกตได้จากสีของยอดอ่อนมันสำปะหลังที่ยังไม่คลี่ออกมา ได้แก่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
# สีเขียว เช่น พันธุ์[[ห้านาที]] [[ห้วยบง 90]] [[ระยอง 90]]  [[ระยอง 7]] [[ห้วยบง 80]] และ[[ระยอง 9]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีม่วงอมเขียว เช่น พันธุ์[[ระยอง 11]]  เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีม่วงอมน้ำตาล เช่น พันธุ์[[ระยอง 86-13]] [[ระยอง 5]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีม่วง เช่น พันธุ์[[ระยอง 72]] [[ระยอง 1]] [[เกษตรศาสตร์ 50]] [[เกษตรศาสตร์ 72]] และ[[ห้วยบง 60]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''ขนที่ยอดอ่อน''' มันสำปะหลังพันธุ์ที่ไม่มีขนอ่อนมักจะมีลักษณะเงา มัน ส่วนมันสำปะหลังที่มีขนอ่อนมักจะมีลักษณะด้าน เมื่อสัมผัสจะนุ่มมือ ได้แก่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
# ยอดอ่อนมีขน เช่น พันธุ์[[ระยอง 60]]  และ[[ระยอง 1]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# ยอดอ่อนไม่มีขน เช่น พันธุ์[[ห้านาที]] [[ห้วยบง 90]] [[ระยอง 90]] [[ระยอง 7]] [[ห้วยบง 80]] [[ระยอง 9]] [[ระยอง 11]] [[ระยอง 86-13]] [[ระยอง 5]] [[ระยอง 72]] [[เกษตรศาสตร์ 50]] [[เกษตรศาสตร์ 72]] และ [[ห้วยบง 60]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''สีก้านใบ''' สีของก้านใบ ดูที่ก้านใบในตำแหน่งใบที่ 5 จากใบยอดที่คลี่เต็มที่แล้ว 5 ใบจากยอด เมื่ออายุประมาณ 3 – 6 เดือนหลังปลูก ได้แก่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
# สีเขียวอ่อน เช่น พันธุ์[[ระยอง 90]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีเขียวอมชมพู เช่น พันธุ์[[ระยอง 7]] และ[[ระยอง 9]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีเขียวอมแดง เช่น พันธุ์[[ระยอง 1]]  [[ระยอง 11]] [[ระยอง 86-13]] [[ห้วยบง 90]] และ[[ห้วยบง 80]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีแดงเข้ม เช่น พันธุ์[[ห้านาที]] [[ระยอง 5]] และ[[ระยอง 72]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีเขียวอมม่วง เช่น พันธุ์[[เกษตรศาสตร์ 72]] [[เกษตรศาสตร์ 50]] และ[[ห้วยบง 60]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''รูปร่างของแฉกที่อยู่กลางใบ''' ใบมันสำปะหลังเป็นแบบใบเดี่ยว แผ่นใบเว้าเป็นแฉก มีรูปร่างและจำนวนแฉกแตกต่างกันไปตามพันธุ์ โดยปกติมี 3 – 9 แฉก ยาวประมาณ 4 – 20 เซนติเมตร                 กว้างประมาณ 1 – 6 เซนติเมตร รูปทรงของแฉกแตกต่างกัน เช่น เรียวยาว สั้นป้อม สังเกตุเมื่ออายุประมาณ 3 – 4 เดือนหลังปลูก โดยดูในตำแหน่งใบที่ 5 จากใบยอดที่คลี่เต็มที่ ได้แก่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
# รูปแถบ (linear)&lt;br /&gt;
# รูปรี (elliptic)&lt;br /&gt;
# รูปใบหอก (lanceolate) เช่น พันธุ์[[ห้านาที]] [[ระยอง 1]] [[ระยอง 90]] [[ระยอง 5]] [[ระยอง 7]] [[ระยอง 9]] [[ระยอง 72]] [[ห้วยบง 60]] [[ห้วยบง 80]] [[ห้วยบง 90]] [[เกษตรศาสตร์ 50]] [[เกษตรศาสตร์ 72]]  และ[[ระยอง 11]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# รูปใบหอกกลับ (oblanceolate) เช่น [[ระยอง 86-13]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# รูปไวโอลิน (pandurate)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''สีลำต้น''' ได้แก่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
# สีเขียวเงิน เช่น พันธุ์[[ระยอง 1]] [[ระยอง 72]] [[ระยอง 11]] [[ระยอง 86-13]] [[เกษตรศาสตร์ 50]] [[เกษตรศาสตร์ 72]] [[ห้วยบง 60]] [[ห้วยบง 90]] และ[[ห้วยบง 80]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีเขียวอมน้ำตาล เช่น พันธุ์[[ระยอง 5]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีน้ำตาลอมเหลือง เช่น พันธุ์[[ระยอง 9]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีน้ำตาลอมส้ม เช่น พันธุ์[[ระยอง 90]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีน้ำตาลอ่อน เช่น พันธุ์[[ระยอง 7]] และ[[ระยอง 60]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''ลักษณะหูใบ''' ส่วนของโคนก้านใบที่ติดกับลำต้นมีหูใบ (stipule) มีรูปร่าง ขนาด และสีเฉพาะแต่ละพันธุ์ เช่น พันธุ์[[ระยอง 72]] หูใบมีสีแดงเข้มปลายหูใบงอนขึ้นคล้ายขนตา พันธุ์[[ระยอง 11]] หูใบมีสีเขียวคาดสีแดง และพันธุ์[[ห้วยบง 60]] หูใบมีสีเขียวยาว เป็นต้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''ลักษณะทรงต้นหรือการแตกกิ่ง''' บางพันธุ์ลำต้นเป็นต้นเดี่ยว ไม่มีการแตกกิ่ง บางพันธุ์มีการแตกกิ่งหลายระดับ โดยเท่าที่พบจะไม่เกิน 4 กิ่ง พันธุ์ที่มีการแตกกิ่งมากและแตกกิ่งหลายระดับจะมีลักษณะเป็นพุ่มเตี้ย พันธุ์ที่มีการแตกกิ่งน้อยจะสูง ได้แก่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
# ทรงต้นแตกกิ่ง 0 – 1 ระดับ เช่น พันธุ์[[ห้านาที]] [[ระยอง 1]] [[ระยอง 7]] [[ระยอง 9]]  [[ระยอง 86-13]] [[เกษตรศาสตร์ 72]] [[ห้วยบง 90]] และ[[ระยอง 72]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# ทรงต้นแตกกิ่ง 1 – 3 ระดับ เช่น พันธุ์[[ระยอง 11]] [[ระยอง 5]] [[ห้วยบง 60]] [[ห้วยบง 80]] และ[[เกษตรศาสตร์ 50]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# ทรงต้นแตกกิ่ง 2 – 4 ระดับ เช่น พันธุ์[[ระยอง 90]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''สีเปลือกหัว''' เป็นลักษณะที่สังเกตได้ในระยะเก็บเกี่ยว ได้แก่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
# สีขาวครีม เช่นพันธุ์[[ระยอง 7]] และ[[ระยอง 72]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีน้ำตาล เช่น พันธุ์[[ระยอง 11]]  เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีน้ำตาลอ่อน เช่น พันธุ์[[ระยอง 1]]  [[ระยอง 5]] [[ระยอง 9]]  [[ระยอง 86-13]] [[เกษตรศาสตร์ 50]] [[เกษตรศาสตร์ 72]] [[ห้วยบง 60]] [[ห้วยบง 90]] และ[[ห้วยบง 80]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
# สีน้ำตาลเข้ม เช่น พันธุ์[[ห้านาที]] และ[[ระยอง 90]] เป็นต้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''สีเนื้อหัว''' ได้แก่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
# สีขาว เช่น พันธุ์[[ห้านาที]] [[ระยอง 1]] [[ระยอง 5]] [[ระยอง 7]] [[ระยอง 72]] [[ระยอง 90]] [[ระยอง 9]] [[ระยอง 11]] [[ระยอง 86-13]] [[เกษตรศาสตร์ 50]] [[เกษตรศาสตร์ 72]] [[ห้วยบง 60]] [[ห้วยบง 90]] และ[[ห้วยบง 80]] เป็นต้น__FORCETOC__&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== อ้างอิง ==&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>บงกฤช จันทรารัตนสกุล</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B9%81%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C&amp;diff=842</id>
		<title>การทำแปลงขยายพันธุ์</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B9%81%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C&amp;diff=842"/>
		<updated>2021-11-23T14:39:13Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;บงกฤช จันทรารัตนสกุล: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;br /&gt;
ต้นพันธุ์มันสำปะหลังคิดเป็นส่วนของต้นทุนประมาณ 5 – 10 เปอร์เซ็นต์ ของต้นทุนการผลิตทั้งหมด การลงทุนปลูกมันสำปะหลังในพื้นที่ขนาดใหญ่หากต้องพึ่งพาต้นพันธุ์จากแหล่งอื่นทุกปีจัดว่ามีความเสี่ยงสูง เนื่องจากราคาต้นพันธุ์จะผันแปรตลอดเวลาในแต่ละปี ขึ้นอยู่กับปริมาณความต้องการของเกษตรกรและสภาพอากาศในปีนั้นๆ อีกทั้งไม่สามารถควบคุมคุณภาพต้นพันธุ์ที่จัดซื้อมาได้  ส่งผลต่อผลผลิตมันสำปะหลังในที่สุด แต่เนื่องจากมันสำปะหลังสามารถขยายพันธุ์โดยใช้ท่อนพันธุ์ปลูก ดังนั้นจึงสามารถปลูกขยายต้นพันธุ์ไว้ใช้เองในพื้นที่ ซึ่งพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังส่วนใหญ่อาศัยน้ำฝนเป็นหลัก ผลผลิตแต่ละพื้นที่จึงขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำฝน และคุณลักษณะของดินที่ปลูกเป็นสำคัญ อีกทั้งการระบาดของเพลี้ยแป้งในมันสำปะหลัง ทำให้ต้องมีการจัดทำแปลงขยายท่อนพันธุ์สะอาด เพื่อกระจายพันธุ์ดีในพื้นที่ที่เหมาะสม เพื่อรักษาระดับการให้ผลผลิตมันสำปะหลังให้เพียงพอต่อความต้องการ จำหน่าย หรือแจกจ่ายเกษตรกรลูกไร่ และลดการระบาดของเพลี้ยแป้ง มีหลักในการพิจารณาและปฏิบัติ ดังนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== '''สภาพพื้นที่และดิน''' &amp;lt;ref name=&amp;quot;:0&amp;quot;&amp;gt;มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. (2556) เทคโนโลยี 52 สัปดาห์ มันสำปะหลัง. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์:กรุงเทพฯ.&amp;lt;/ref&amp;gt; ==&lt;br /&gt;
สภาพพื้นที่เหมาะสมในการปลูกมันสำปะหลังควรเป็นพื้นที่ที่ระบายน้ำได้ดีไม่เป็นที่ลุ่ม หรือมีน้ำท่วมขัง มีความสูงจากระดับน้ำทะเลไม่เกิน 2,000 เมตร พื้นที่ราบสม่ำเสมอ มีความลาดเอียงไม่เกิน 5 เปอร์เซนต์ ลักษณะดินเป็นดินร่วน ดินร่วนปนทราย หรือดินทราย ความอุดมสมบูรณ์ปานกลาง อินทรียวัตถุไม่ต่ำกว่า 1.0 มันสำปะหลังปรับตัวได้ดีในสภาพดินเลว ทนทานต่อดินที่มี pH ต่ำ  ฟอสฟอรัสต่ำ อย่างไรก็ตามดินที่เหมาะสมสำหรับปลูกมันสำปะหลัง คือ ดินที่มีเนื้อค่อนข้างหยาบ ตั้งแต่ดินร่วนปนทรายถึงดินร่วนเหนียวปนทราย เพราะมีเปอร์เซ็นต์การระบายน้ำและการถ่ายเทอากาศดี ระดับหน้าดินลึกไม่น้อยกว่า 50 เซนติเมตร ความเป็นกรดด่างอยู่ระหว่าง 5.5 – 7.5 ปริมาณน้ำฝนกระจายสม่ำเสมอ 1,000 – 1,500 มิลลิเมตรต่อปีมีแสงแดดจัด&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== '''อุณหภูมิ''' ==&lt;br /&gt;
อุณหภูมิที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตคือ 25 – 37 องศาเซลเซียส ซึ่งมีผลกระทบต่อการงอกของท่อนพันธุ์ปลูก ขนาดใบ การสร้างใบ การสร้างหัวสะสมอาหาร และการเจริญเติบโตทั่วไปในสภาพที่อุณหภูมิต่ำที่ 16 องศาเซลเซียส มีผลต่อการแตกใบและการงอกรากจากท่อนปลูก อัตราการสร้างใบ การสร้างน้ำหนักแห้งทั้งต้น และการสะสมน้ำหนักแห้งของหัวลดลง การแตกใบและการงอกรากจากท่อนปลูกได้ดีเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้นจนถึง 30 องศาเซลเซียส และถูกยับยั้งเมื่ออุณหภูมิสูงถึง 37 องศาเซลเซียส&amp;lt;ref&amp;gt;ชินพัฒน์ธนา สุขวิบูลย์. 2558. การบริหารและจัดการระบบพัฒนาที่ดินเพื่อเพิ่มผลผลิตมันสำปะหลังในประเทศไทย. วารสารอนุรักษ์ดินและน้ำ. 31, 2 (เม.ย. 2559) :36-47 &amp;lt;/ref&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== '''การเตรียมดิน''' ==&lt;br /&gt;
แปลงขยายพันธุ์ควรเป็นแปลงที่มีระดับความอุดมสมบูรณ์ของดินปานกลางถึงสูง มีการระบายน้ำดี ไม่มีน้ำท่วมขังในช่วงฤดูฝน ควรหลีกเลี่ยงปลูกในดินที่ชื้นแฉะ เพราะหัวมันสำปะหลังจะเน่าเสียได้ง่ายและมีปริมาณกรดไฮโดรไซยานิคสูง การเตรียมดินควรไถ 2 ครั้ง โดยผาน 3 และผาน 7 ควรไถให้ลึกประมาณ 8 – 12 นิ้ว โดยไถกลบเศษเหลือของพืช เช่น ลําต้น เหง้า ใบ และยอดของมันสําปะหลังที่เหลือจากการเก็บเกี่ยว ไม่ควรเผาหรือเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่เพาะปลูก เพราะการเผาทิ้งหรือขนย้ายไปทิ้งจะทําให้ธาตุอาหารสญหายไปเป็นจํานวนมาก สำหรับพื้นที่ปลูกที่ลาดเอียง เพื่อลดการสูญเสียหน้าดิน และพื้นที่ปลูกที่มีน้ำท่วมขัง ควรทำร่องระบายน้ำและยกร่องปลูก&amp;lt;ref name=&amp;quot;:2&amp;quot; /&amp;gt; การเตรียมดินสำหรับปลูกมันสำปะหลังทำได้ ดังนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''การไม่ไถพรวนดิน''' จะมีการยกร่องหรือไม่ยกร่องก็ได้ เหมาะสำหรับการปลูกมันสำปะหลังปลายฤดูฝนในดินทราย หรือดินทรายปนร่วน เนื่องจากความชื้นในดินมีเพียงพอต่อการงอก&amp;lt;ref name=&amp;quot;:1&amp;quot;&amp;gt;สมลักษณ์ จูฑังคะ. 2551. เทคโนโลยีการผลิตมันสำปะหลัง. วารสารวิชาการ. ศูนย์วิจัยพืชไร่ระยอง กรมวิชาการเกษตร. &amp;lt;/ref&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''การไถพรวนน้อยครั้ง''' ทำการไถพรวนโดยใช้ผาล 7 เพียงครั้งเดียว ตามด้วยการยกร่อง หรือไม่ยกร่อง แต่ไม่ควรใช้วิธีนี้ติดต่อกันหลายปี เพราะจะทำให้เกิดชั้นดินดานในระดับดินล่างตื้น&amp;lt;ref name=&amp;quot;:1&amp;quot; /&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''การไถพรวนมากกว่า 1 ครั้ง''' ทำการไถพลิกฟื้นดินโดยใช้ผาล 3 และพรวนดินโดยใช้ผาล 7 เพียงครั้งเดียว หรือ 2 ครั้งขึ้นอยู่กับสภาพของดิน ตามด้วยการยกร่องหรือไม่ยกร่อง การไถพรวนบ่อยครั้งเกินไป ทำให้ดินสูญเสียธาตุอาหารได้เร็ว เนื่องจากจะไปช่วยเร่งให้ขบวนการย่อยสลายเกิดขึ้นเร็วขึ้น และทำให้เกิดการสูญเสียน้ำในดิน&amp;lt;ref name=&amp;quot;:1&amp;quot; /&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
หากดินที่ทำการเพาะปลูกมันติดต่อกันหลายปี ควรปรับปรุงดิน เพื่อรักษาระดับผลผลิตในระยะยาว ด้วยการใส่ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมักเปลือกมันชนิดเก่าค้างปี (จากโรงแป้งทั่วไป) ที่หาได้ในท้องถิ่น หรือ ปลูกพืชตระกูลถั่วต่าง ๆ หมุนเวียนบำรุงดิน ในกรณีที่พื้นที่ประเภทหญ้าคา ควรใช้ยาราวด์อัพหากเป็นเครือเถาต่าง ๆ ควรใช้ยาสตาร์เรน ฉีดพ่นยาจำกัดเสียก่อนการไถ จากนั้นไถครั้งแรกโดยไถกลบวัชพืชก่อนปลูกด้วยผาน 3 (ห้ามเผาทำลายวัชพืช) ให้ลึกประมาณ 20 – 30 เซนติเมตร แล้วทิ้งระยะไว้ประมาณ 20 – 30 วัน เพื่อหมักวัชพืชเป็นปุ๋ยในดินต่อไป ไถพรวนด้วยผาน 7 อีก 1 - 2 ครั้ง ตามความเหมาะสม และรีบปลูกโดยเร็ว ในขณะที่ดินยังมีความชื้นอยู่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== '''การทำแปลงขยายพันธุ์แบบปกติ''' &amp;lt;ref name=&amp;quot;:0&amp;quot; /&amp;gt; ==&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
=== '''การปลูกด้วยท่อนพันธุ์''' ===&lt;br /&gt;
ปลูกมันสำปะหลังด้วยท่อนพันธุ์ที่มีความยาวประมาณ 20 – 25 เซนติเมตร ระยะปลูก ระยะปลูกมันสำปะหลังสามารถปลูกได้ตั้งแต่ระยะ 60 X 60 เซนติเมตร จนถึง 120 X 120 เซนติเมตร โดยระยะ                   100 X 100 เซนติเมตร จะมีแนวโน้มให้ผลผลิตสูงกว่าระยะอื่นๆ แต่ถ้าหากเกษตรกรมีการใช้เครื่องทุ่นแรงระยะปลูกระหว่างแถว X ต้น อาจใช้ 120 X 80 เซนติเมตร เพื่อสะดวกในการใช้เครื่องทุ่นแรง&amp;lt;ref name=&amp;quot;:2&amp;quot;&amp;gt;ไกวัล กล้าแข็ง และวิลาวัลย์ วงษ์เกษม. 2548. การปลูกมันสำปะหลัง. กรมส่งเสริมการเกษตร สำนักพัฒนาการถ่ายทอดเทคโนโลยี.&amp;lt;/ref&amp;gt;                วิธีการปลูกมันสำปะหลังของเกษตรกรมี ดังนี้ คือ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''การปลูกแบบนอน''' (ปัจจุบันไม่นิยมปลูกด้วยวิธีนี้) เป็นวิธีการปลูกแบบเก่า เพราะต้นมันสำปะหลังจะงอกโผล่พ้นดินช้ากว่าวัชพืช ทำให้การกำจัดวัชพืชลำบากมากขึ้น แต่มีข้อดี คือ ถ้าดินมีความชื้นน้อยการปลูกด้วยวิธีนี้จะทำให้มีจำนวนต้นอยู่รอดมาก และไม่ต้องระวังว่าจะปลูกโดยเอายอดลงดินซึ่งจะทำให้ตาไม่งอก&amp;lt;ref&amp;gt;กลุ่มสาระสนเทศการเกษตร. 2563. เอกสารเรื่องมันสำปะหลังจังหวัดพะเยา ปี 2563. สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดพะเยา&amp;lt;/ref&amp;gt;&lt;br /&gt;
* '''การปลูกแบบปัก''' การปลูกแบบปักจะให้ผลดีกว่าการปลูกแนวนอน เนื่องจากมันสำปะหลังงอกได้เร็วกว่า สม่ำเสมอกว่า สะดวกต่อการปลูกซ่อม และกำจัดวัชพืช ในฤดูฝน ถ้าพื้นที่แฉะควรยกร่องและปลูกบนสันร่อง ถ้าดินระบายน้ำดีปลูกบนพื้นที่ราบก็ได้ การปักท่อนพันธุ์ตั้งตรงหรือเอียงให้ลึกประมาณ 10 – 15 เซนติเมตร สำหรับการปลูกในฤดูแล้งไม่จำเป็นต้องยกร่องแต่ควรปักตั้งตรงหรือเอียง ให้ลึกกว่าการปลูกในฤดูฝน 10 – 15 เซนติเมตร&amp;lt;ref&amp;gt;ไกวัล กล้าแข็ง. 2551. คู่มือนักวิชาการส่งเสริมการเกษตรมันสำปะหลัง. สำนักส่งเสริมและจัดการสินค้าเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร&amp;lt;/ref&amp;gt; จะช่วยให้ท่อนพันธุ์มีความงอกและมีความอยู่รอดสูง ส่วนการปลูกในพื้นที่ที่มีความเอียง ควรปลูกโดยการยกร่องขวางแนวลาดเอียง  &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== '''การทำแปลงขยายต้นพันธุ์แบบเร่งรัด''' &amp;lt;ref name=&amp;quot;:0&amp;quot; /&amp;gt; ==&lt;br /&gt;
วิธีการขยายพันธุ์แบบเร่งรัด เป็นการตัดท่อนพันธุ์สั้นกว่าปกติหรือตัดต้นอ่อนไปปลูกโดยไม่ต้องรอให้มันสำปะหลังอายุครบ 8 – 12 เดือนตามวิธีการปกติ เพื่อให้ได้ปริมาณท่อนพันธุ์จำนวนมากภายในเวลาอันสั้น สามารถปฏิบัติได้หลายวิธี ดังนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
=== '''การขยายพันธุ์โดยการตัดยอดอ่อน''' ===&lt;br /&gt;
มันสำปะหลังที่ปลูกโดยท่อนพันธุ์ปกติ ส่วนใหญ่จะแตกตาและเจริญเป็นลำต้นหลักที่สมบูรณ์ประมาณ 1 – 3 ลำต่อต้น ขึ้นอยู่กับพันธุ์ คุณภาพท่อนพันธุ์ และสภาพแวดล้อมขณะปลูก ซึ่งโดยเฉลี่ยจะเท่ากับ 2 ลำต่อต้น แต่หากตัดส่วนยอดทิ้งในขณะที่ต้นยังเล็กอายุประมาณ 2 เดือนหลังปลูก มันสำปะหลังจะแตกตาใหม่ขึ้นมาจากต้นเดิม ทำให้ได้ลำต่อต้นมากขึ้น 2 – 3 เท่า โดยมีวิธีการ ดังนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
# ปลูกมันสำปะหลังโดยใช้ท่อนพันธุ์ขนาดและความยาวปกติ จัดการด้านเขตกรรมตามวิธีปฏิบัติทั่วไป แต่ในขั้นตอนการกำจัดวัชพืชไม่ควรใช้สารเคมีตั้งแต่ต้นยังเล็กเนื่องจากอาจทำให้ต้นอ่อนเสียหายจากการถูกสารเคมีทำลาย&lt;br /&gt;
# ตัดยอดอ่อนเมื่อมันสำปะหลังมีอายุประมาณ 2 เดือนหลังปลูก โดยใช้กรรไกรตัดแต่งกิ่งตัดที่ระดับความสูงประมาณ 30 เซนติเมตรจากพื้นดิน&lt;br /&gt;
# ภายหลังตัดยอดอ่อน ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 อัตรา 50 กิโลกรัมต่อไร่ โดยวิธีขุดหลุมใส่ข้างต้นแล้วกลบและให้น้ำตามทันที เพื่อให้มันสำปะหลังสามารถดึงปุ๋ยไปใช้และแตกยอดอ่อนสร้างลำต้นใหม่ได้เร็วและสมบูรณ์ยิ่งขึ้น&lt;br /&gt;
# เมื่อมันสำปะหลังแตกยอดใหม่และมีจำนวนมากเกินไป ให้เด็ดยอดทิ้งเหลือลำต้นหลักเพียง 4 ลำต่อต้น เพื่อให้ได้ต้นพันธุ์ที่สมบูรณ์แข็งแรง มีขนาดพอเหมาะสำหรับปลูก&lt;br /&gt;
# เก็บเกี่ยวต้นพันธุ์ภายหลังการตัดยอดประมาณ 10 เดือน หรือเมื่อมันสำปะหลังมีอายุประมาณ 12 เดือนหลังปลูก&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Image s8.png|center|thumb|257x257px|ภาพแสดงการตัดยอดต้นพันธุ์เมื่ออายุ 2 เดือนหลังปลูกเพื่อให้แตกลำเพิ่ม (ภาพจาก ศูนย์วิจัยพืชไร่ระยอง)]]&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Untitled-1.png|center|thumb|400x400px|ภาพแสดงต้นพันธุ์ที่มีการตัดยอดเพื่อเพิ่มจำนวนลำต่อต้น (A) เปรียบเทียบกับต้นพันธุ์ปกติที่ไม่มีการตัดยอดเมื่ออายุน้อย (B)(ภาพจาก ศูนย์วิจัยพืชไร่ระยอง)]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
=== '''การขยายพันธุ์โดยใช้ท่อนพันธุ์สั้น''' ===&lt;br /&gt;
ท่อนพันธุ์ที่ใช้ปลูกปกติมีความยาวประมาณ 20 – 25 เซนติเมตร ดังนั้นมันสำปะหลัง 1 ลำที่มีความยาวประมาณ 100 – 120 เซนติเมตร จะสามารถตัดได้เพียง 4 – 6 ท่อนเท่านั้น แต่หากตัดท่อนพันธุ์ให้สั้นลงเป็นท่อนละ 5 เซนติเมตร จะได้ปริมาณท่อนพันธุ์มากถึง 20 – 25 ท่อน หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 5 เท่า ภายในระยะเวลาเท่ากัน แต่การปลูกท่อนพันธุ์สั้นในสภาพแปลงมีผลให้ความงอกต่ำ ดังนั้นจึงมีวิธีการปฏิบัติดังนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
# ใช้เลื่อยตัดเหล็กตัดท่อนพันธุ์ให้มีความยาวท่อนละ 5 เซนติเมตร นำไปแช่ในสารเคมีป้องกันเชื้อราตามอัตราแนะนำ&lt;br /&gt;
# จัดเตรียมวัสดุเพาะได้แก่ ดินทรายหรือดินร่วนทราย ขุยมะพร้าว และแกลบเผา ผสมคลุกเคล้าให้เข้ากันดี แล้วบรรจุดินผสมลงในถุงเพาะชำขนาด 4 x 7 เซนติเมตร จัดเรียงถุงเพาะชำไว้ในที่พรางแสงหรือมีแสงแดดรำไร&lt;br /&gt;
# ปักท่อนพันธุ์ที่ตัดไว้ในถุงเพาะชำที่เตรียมไว้ให้ลึกลงไปในดินประมาณ 4 เซนติเมตร จนได้ตามปริมาณที่ต้องการ&lt;br /&gt;
# รดน้ำให้ให้ชุ่มตลอดเวลาจนมันสำปะหลังงอกและย้ายลงแปลง&lt;br /&gt;
# หลังจากมันสำปะหลังงอกหรือมีอายุประมาณ 25 – 30 วันหลังปลูก ให้ย้ายต้นกล้าที่แข็งแรงลงแปลงที่จัดเตรียมไว้ โดยขุดหลุมเป็นแถว ลึกประมาณ 10 เซนติเมตร ใช้ระยะปลูก 100 x 80 เซนติเมตร โดยควรเป็นแปลงที่สามารถให้น้ำได้ &lt;br /&gt;
# จัดการด้านเขตกรรมตามวิธีปกติ&lt;br /&gt;
# ตัดต้นพันธุ์เมื่อมันสำปะหลังมีอายุประมาณ 10 – 11 เดือนหลังย้ายต้นกล้าลงแปลง&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Imageท่อนพันธุ์สั้น.png|center|thumb|ภาพแสดงการขยายโดยใช้ท่อนพันธุ์สั้น(ภาพจาก ศูนย์วิจัยพืชไร่ระยอง)]]&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Imageตัดท่อนพันธุ์สั้นใส่ถุงเพาะ.png|center|thumb|ภาพแสดงการขยายโดยใช้ท่อนพันธุ์สั้น (ต่อ)(ภาพจาก ศูนย์วิจัยพืชไร่ระยอง)]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
=== '''การขยายพันธุ์โดยใช้ท่อนพันธุ์สั้น และตัดยอดต้นอ่อน''' ===&lt;br /&gt;
เป็นวิธีผสมผสานระหว่างการใช้ท่อนพันธุ์สั้นและการตัดยอดต้นอ่อนมาปลูก เพื่อให้ได้อัตราการขยายพันธุ์ที่สูงขึ้น สามารถลดข้อจำกัดหรืออุปสรรคในขั้นตอนการปฏิบัติงานที่มีอยู่ของ 2 วิธีการข้างต้น ซึ่งสามารถปฏิบัติได้ตามขั้นตอน ดังนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
# การปลูกโดยใช้ท่อนพันธุ์สั้น (ความยาว 10 เซนติเมตร) ตัดต้นพันธุ์ให้มีความยาวท่อนละ 10 เซนติเมตร ถือว่าเป็นขนาดสั้นปานกลาง ซึ่งสั้นกว่าท่อนพันธุ์ปลูกปกติ 0.5 เท่า ทั้งนี้เพื่อให้สามารถนำไปปลูกในแปลงได้โดยไม่ต้องเพาะชำในถุงก่อนซึ่งเป็นการเพิ่มต้นทุนและไม่สะดวกในทางปฏิบัติ ต้นพันธุ์ขนาดดังกล่าวสามารถงอกได้ในสภาพแปลงปกติ หากฝนตกหรือมีการให้น้ำหลังปลูกให้ดินมีความชื้นพอเหมาะจะช่วยเพิ่มอัตราความงอกให้สูงขึ้นได้เช่นเดียวกับท่อนพันธุ์ยาวปกติ &lt;br /&gt;
# การตัดยอดต้นอ่อน (อายุ 4 เดือนหลังปลูก) เมื่อมันสำปะหลังอายุได้ 4 เดือนหลังปลูก ซึ่งเป็นช่วงที่มันสำปะหลังเริ่มทิ้งใบล่าง มีความสูงต้นประมาณ 80 – 120 เซนติเมตร ให้ตัดต้นออกที่ระดับความสูงจากพื้นดินประมาณ 30 เซนติเมตร และเด็ดใบที่ติดอยู่ตามลำต้นออกให้หมด จะได้ลำต้นที่ยังอ่อนและมีสีเขียวอยู่ซึ่งสามารถนำไปตัดเป็นท่อนเพื่อปลูกในสภาพแปลงได้เช่นเดียวกับท่อนพันธุ์ปกติหากดินมีความชื้นเหมาะสม ท่อนพันธุ์จะงอกได้ดีเมื่อมีการเด็ดยอดของต้นพันธุ์ 3 วันก่อนที่จะตัดต้นไปขยายพันธุ์ และเมื่อปลูกขยายพันธุ์ในแปลงแล้วต้องให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ &lt;br /&gt;
# การปลูกขยายต้นอ่อน และบำรุงต้นตอเดิม หลังจากได้ต้นพันธุ์จากขั้นตอนที่ 2 แล้วนำมาตัดเป็นท่อน ให้ได้ความยาวท่อนพันธุ์ประมาณ 10 – 15 เซนติเมตร นำไปแช่ในสารเคมีป้องกันเชื้อราตามอัตราแนะนำ จากนั้นนำขึ้นมาผึ่งลมไว้ให้แห้งก่อนนำไปปลูกในแปลงปกติซึ่งควรเป็นแปลงที่มีการเตรียมดินที่ดี และสามารถให้น้ำได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 1 – 2 เดือนหลังปลูก ส่วนแปลงต้นพันธุ์เดิมที่ตัดไว้ตอต้องให้น้ำเพื่อให้แตกลำต้นขึ้นมาใหม่ และตัดแต่งให้มีจำนวนลำไม่เกิน 4 ลำต่อต้น จะทำให้ได้ต้นพันธุ์ที่สมบูรณ์ขึ้น การจัดการด้านเขตกรรมอื่น ๆ ทำเช่นเดียวกับการปลูกทั่วไป&lt;br /&gt;
# การเก็บเกี่ยวต้นพันธุ์ ต้นพันธุ์ที่ได้จากการปลูกทั้งสองวิธีการสามารถเก็บเกี่ยวต้นพันธุ์พร้อมกันได้ คือ แปลงที่ปลูกโดยใช้ต้นพันธุ์อ่อนเก็บเกี่ยวต้นพันธุ์ที่อายุ 10 เดือนหลังปลูก และแปลงที่ไว้ตอสามารถเก็บเกี่ยวต้นพันธุ์ที่อายุ 10 เดือนหลังการตัดต้นไว้ตอ ซึ่งต้นพันธุ์ที่ได้จากทั้งสองแปลงจะมีคุณภาพต้นพันธุ์ใกล้เคียงกัน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== '''เทคนิคการตัดต้นไว้ตอมันสำปะหลัง''' &amp;lt;ref name=&amp;quot;:0&amp;quot; /&amp;gt; ==&lt;br /&gt;
การไว้ตอมันสำปะหลังเป็นวิธีการตัดต้นพันธุ์ออกไปปลูกก่อน โดยยังไม่ขุดเก็บเกี่ยวผลผลิตหัวสดออกจากแปลง หลังตัดต้นพันธุ์ออกไปแล้วมันสำปะหลังจะแตกตาใหม่ขึ้นมาและสามารถเจริญเติบโตเป็นต้นปกติ ในขณะเดียวกันก็สามารถสร้างอาหารและนำไปสะสมที่รากทำให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นได้อีกในภายหลัง การไว้ตอมันสำปะหลังมีข้อควรพิจารณาดังต่อไปนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
# การตัดต้นไว้ตอแนะนำให้ทำในฤดูปลูกต้นฝน เนื่องจากดินมีความชื้นเพียงพอสำหรับแตกตาใหม่ขึ้นมาภายหลังการตัดต้น ไม่แนะนำให้ทำในช่วงฤดูปลายฝน เนื่องจากหลังการตัดต้นจะกระทบแล้งยาวนาน ความชื้นในดินต่ำทำให้การแตกตาใหม่และการเจริญเติบโตช้ากว่าปกติ ส่งผลให้ได้ต้นพันธุ์สั้น และไม่สมบูรณ์ ยกเว้นแปลงที่สามารถให้น้ำชลประทานในช่วงฤดูแล้งได้&lt;br /&gt;
# การตัดต้นพันธุ์ครั้งแรกควรทำที่อายุ 8 – 10 เดือน และขุดเก็บเกี่ยวหลังการตัดต้นครั้งแรกไปแล้ว 6 เดือนขึ้นไป หรือเมื่อมันสำปะหลังมีอายุประมาณ 16 – 18 เดือนหลังปลูก&lt;br /&gt;
# หลังการตัดต้นพันธุ์ครั้งแรกจะมีการสร้างลำต้นและใบขึ้นมาใหม่จำนวนมาก ควรตัดแต่งให้แต่ละต้นเหลือลำต้นหลักเพียง 2 – 3 ลำต่อต้น เพื่อให้ลำต้นมีความสมบูรณ์และมีจำนวนใบพอเหมาะสำหรับการเจริญเติบโต สร้างผลผลิต และปริมาณแป้งในหัว&lt;br /&gt;
# หลังการตัดต้นพันธุ์จะมีการแตกตาใหม่ขึ้นมาทำให้ต้องดึงอาหารที่สะสมไว้ในหัวมาใช้สร้างลำต้นและใบ ส่งผลให้ปริมาณแป้งในหัวต่ำลงในช่วง 1 – 3 เดือนแรก หลังจากนั้นผลผลิตหัวสดและปริมาณแป้งจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเพิ่มอย่างเด่นชัดเมื่ออายุ 6 เดือนหลังการตัดต้น ดังนั้นจึงควรเก็บเกี่ยวที่อายุ 6 เดือนขึ้นไปหลังการตัดต้นครั้งแรก&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== อ้างอิง ==&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>บงกฤช จันทรารัตนสกุล</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C&amp;diff=841</id>
		<title>คุณภาพต้นพันธุ์</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C&amp;diff=841"/>
		<updated>2021-11-23T14:12:42Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;บงกฤช จันทรารัตนสกุล: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;การเลือกใช้ต้นพันธุ์ที่สมบูรณ์ คุณภาพดี ปราศจากแมลงศัตรูพืช และโรคระบาด เป็นเรื่องที่มีความสำคัญ นอกเหนือจากการเลือกใช้วิธีการเขตกรรมต่าง ๆ เนื่องจากท่อนพันธุ์ที่สมบูรณ์จะมีผลต่อความงอกและความอยู่รอดของมันสำปะหลังในแปลง เพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายดังกล่าว จึงควรตรวจสอบความงอกภายใน 2 - 3 สัปดาห์หลังปลูกแล้วเร่งปลูกซ่อมทันที การปลูกซ่อมช้าจะทำให้ต้นจากท่อนพันธุ์ที่ปลูกซ่อมเจริญเติบโตไม่ทันต้นที่ปลูกก่อน ส่งผลให้ผลผลิตต่อพื้นที่ลดลง อย่างไรก็ตามการปลูกซ่อมต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมทั้งด้านต้นพันธุ์และแรงงาน จึงควรเลือกใช้ต้นพันธุ์ที่สมบูรณ์ที่สุดมาปลูกเพื่อให้มีความงอกและความอยู่รอดสูงสุด ข้อควรพิจารณาในการเลือกใช้ต้นพันธุ์คุณภาพดี มีดังนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== '''อายุต้นมันสำปะหลัง''' ==&lt;br /&gt;
ต้นพันธุ์ที่มีคุณภาพดี ควรมีอายุประมาณ 8 – 14 เดือน อาจสังเกตได้จากสีของลำต้นที่เปลี่ยนเป็นสีเข้ม หลีกเลี่ยงการใช้ต้นพันธุ์จากแหล่งที่มีโรคหรือแมลงระบาด หรือตรวจสอบว่าต้นพันธุ์ไม่มีโรคและแมลงติดมาด้วย&amp;lt;ref name=&amp;quot;:1&amp;quot;&amp;gt;http://web.sut.ac.th/cassava/?name=14cas_plant&amp;amp;file=readknowledge&amp;amp;id=59 &amp;lt;/ref&amp;gt; เช่น โรคใบด่างมันสำปะหลังที่เกิดจากเชื้อไวรัสในสกุล ''Begomovirus'' และมีแมลงหวี่ขาวยาสูบเป็นพาหะ สังเกตุได้จากใบและลำต้น ใบด่างและใบหงิก เสียรูปทรง อาการด่างมีหลายแบบ เช่น ด่างเขียวซีดสลับเขียวเข้ม ด่างเหลือสลับเขียว ใบหงิก หรือ หงิกเหลือง ใบย่อยบิดเบี้ยวหงิกงอ โค้งเสียรูปทรง ใบอ่อนและใบที่เจริญใหม่มีขนาดเล็กลง ยอดหงิก ต้นแคระแกร็น&amp;lt;ref&amp;gt;https://www.doa.go.th/fc/rayong/?p=530&amp;lt;/ref&amp;gt; แต่ละส่วนของต้นพันธุ์มันสำปะหลังมีเปอร์เซ็นต์การอยู่รอดไม่เท่ากัน โดยพบว่าท่อนพันธุ์จากส่วนกลางของต้นจะมีเปอร์เซ็นต์อยู่รอด 69 – 84 เปอร์เซ็นต์ แต่ท่อนพันธุ์จากส่วนปลายของลำต้นมีเปอร์เซ็นต์อยู่รอดเพียง 35 เปอร์เซ็นต์&amp;lt;ref&amp;gt;จรุงสิทธิ์ ลิ่มศิลา และคณะ. 2547. เอกสารวิชาการมันสำปะหลัง. สถาบันวิจัยพืชไร่ กรมวิชาการเกษตร. หจก. ไอเดีย สแควร์ กรุงเทพฯ&amp;lt;/ref&amp;gt; ต้นพันธุ์ที่มีอายุน้อยกว่า 8 เดือน เมื่อนำไปปลูกในแปลงจะสูญเสียความชื้นง่าย มีความงอกต่ำ ส่วนต้นพันธุ์ที่อายุ 14 เดือนขึ้นไป จะมีอัตราการงอกต่ำ งอกช้า รากน้อย เจริญเติบโตช้า และให้ผลผลิตต่ำ เมื่อต้นพันธุ์มีอายุมากจะมีสีน้ำตาลเข้ม มีขนาดใหญ่ แตกกิ่งมาก ซึ่งกิ่งที่แตกในระดับแรกอาจใช้เป็นท่อนพันธุ์ได้ แต่ต้องพิจารณาให้ดีว่ากิ่งดังกล่าวมีอายุพอเหมาะ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== '''อายุการเก็บรักษาต้นพันธุ์หลังการตัดต้น''' &amp;lt;ref name=&amp;quot;:0&amp;quot;&amp;gt;มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. (2556) เทคโนโลยี 52 สัปดาห์ มันสำปะหลัง. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์:กรุงเทพฯ.&amp;lt;/ref&amp;gt; ==&lt;br /&gt;
เกษตรกรควรใช้ต้นพันธุ์ที่สดใหม่ ตัดแล้วนำมาปลูกทันที หากต้องการเก็บต้นพันธุ์ไว้รอปลูก ให้รีบนำต้นพันธุ์ออกจากแปลงเพื่อป้องกันแดดเผาต้น นำมาเก็บรักษาโดยใช้วิธีมัดต้นพันธุ์แล้วนำมาวางตั้งเป็นกองให้ส่วนโคนของต้นสัมผัสผิวดิน '''ดังภาพที่ 1''' เมื่อเก็บไว้นาน ตาบนต้นพันธุ์จะแตกยอดอ่อนออกมา เกษตรกรควรตัดท่อนพันธุ์ส่วนที่แตกยอดอ่อนทิ้ง และเลือกเฉพาะส่วนที่ไม่มีการแตกยอดอ่อนไปปลูก วิธีนี้จะช่วยเก็บรักษาต้นพันธุ์ให้คงความสดไว้ได้นานกว่าการเก็บด้วยวิธีอื่น ๆ และสามารถเก็บไว้ได้นานถึง 2 เดือน อย่างไรก็ตามระยะเวลาในการเก็บรักษาต้นพันธุ์ยิ่งนานเท่าใด ส่วนของต้นพันธุ์ที่จะตัดเป็นท่อนพันธุ์ได้จะยิ่งน้อยลง และความงอกของท่อนพันธุ์ก็จะลดลงด้วย ดังนั้นท่อนพันธุ์ที่ดีไม่ควรเก็บไว้นานเกิน 15 – 30 วัน และแต่ละพันธุ์จะมีอายุการเก็บรักษาต้นพันธุ์แตกต่างกัน                            '''ดังตารางที่ 1'''[[ไฟล์:ท่อนพันธุ์สะอาด.jpg|thumb|424x424px|'''ภาพที่ 1''' แสดงวิธีการเก็บรักษาต้นพันธุ์ที่ดี]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
'''ตารางที่ 1''' อายุการเก็บรักษาต้นพันธุ์ของมันสำปะหลังพันธุ์ต่าง ๆ&lt;br /&gt;
{| class=&amp;quot;wikitable&amp;quot;&lt;br /&gt;
|'''พันธุ์'''&lt;br /&gt;
|'''ระยะเวลาเก็บรักษาต้นพันธุ์'''&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ระยอง 90&lt;br /&gt;
|ไม่ควรเกิน 15 วัน&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ระยอง 5 ระยอง 9 และห้วยบง 60&lt;br /&gt;
|ไม่ควรเกิน 30 วัน&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ระยอง 11 ระยอง  72  เกษตรศาสตร์ 50  และห้วยบง 80&lt;br /&gt;
|ไม่ควรเกิน 45 วัน&lt;br /&gt;
|}&lt;br /&gt;
== '''ส่วนของต้นพันธุ์ที่ใช้''' ==&lt;br /&gt;
ส่วนของต้นพันธุ์ที่ใช้ปลูกมักใช้ส่วนกลางค่อนมาทางส่วนโคน&amp;lt;ref name=&amp;quot;:1&amp;quot; /&amp;gt; ซึ่งจะมีเปอร์เซ็นต์ความงอกสูงกว่าการปลูกโดยใช้ส่วนปลายหรือส่วนยอด ไม่ควรใช้ส่วนของกิ่งมาปลูกเนื่องจากมีความงอกและความอยู่รอดต่ำกว่าส่วนของลำต้น ในการเตรียมท่อนพันธุ์ควรตัดส่วนปลายต้นที่มีตาห่าง ส่วนโคนต้นที่มีตาถี่มาก และส่วนที่มีบาดแผลจากการถูกสารกำจัดวัชพืชในช่วงที่ต้นยังเล็กทิ้ง &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== '''ขนาดและความยาวท่อนพันธุ์''' ==&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Image s3.png|thumb|'''ภาพที่ 2''' แสดงขนาดของท่อนพันธุ์ที่เหมาะสำหรับปลูกจะมีเส้นผ่าศูนย์กลางใกล้เคียงกับเหรียญ 5 หรือ 10 บาท|293x293px]]ท่อนพันธุ์ที่สมบูรณ์ แข็งแรง และมีขนาดพอเหมาะสำหรับปลูกควรมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1.5 – 2.5 เซนติเมตร และมีความยาวท่อนพันธุ์ประมาณ 20 – 30  เซนติเมตร มีตาอยู่ประมาณ 5 – 6  ตาต่อ 1 ท่อนพันธุ์ การปลูกมันสำปะหลังในช่วงต้นฤดูฝนควรใช้ท่อนพันธุ์ยาว 20 – 25 เซนติเมตร ส่วนในช่วงปลายฤดูฝนใช้ท่อนพันธุ์ยาว 25 – 30  เซนติเมตร&amp;lt;ref name=&amp;quot;:1&amp;quot; /&amp;gt; จึงจะให้เปอร์เซ็นต์ความงอกและความอยู่รอดสูง โดยปกติส่วนปลาย ของท่อนพันธุ์จะสูญเสียความชื้นจากสภาพอากาศที่ร้อนและแห้ง ทำให้ท่อนพันธุ์เริ่มแห้งจากส่วนปลายลงมา การใช้ท่อนพันธุ์ยาวในการปลูกมีข้อดี คือ มีจำนวนตาบนท่อนพันธุ์มากกว่าและถึงแม้ท่อนพันธุ์จะมีการแห้งจากยอด แต่ยังมีตาที่เหลือถัดลงมาซึ่งสามารถงอกได้ นอกจากนี้การใช้ท่อนพันธุ์ยาวยังช่วยลดความเสียหายจากการใช้สารกำจัดวัชพืชขณะที่ต้นยังเล็กได้มากกว่าการใช้ท่อนพันธุ์สั้น &lt;br /&gt;
== '''ต้นพันธุ์ที่ปราศจากโรคและแมลง''' &amp;lt;ref name=&amp;quot;:0&amp;quot; /&amp;gt; ==&lt;br /&gt;
ต้นพันธุ์ที่นำมาปลูกควรปลอดจากโรคและแมลง เช่น โรคใบด่าง ซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัส หรือ โรคใบไหม้ ซึ่งเกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในท่อน้ำท่ออาหารภายในลำต้น โดยสามารถสังเกตอาการจากแปลงปลูกเดิมว่ามีต้นมันสำปะหลังที่เป็นโรคดังกล่าวหรือไม่ หากมีไม่ควรนำไปปลูกต่อ ควรนำไปเผาทำลายทิ้งและไม่ควรไถกลบเศษซากต้นลงไปในดินเนื่องจากเชื้อจะสะสมอยู่ในดินต่อไป นอกจากนี้หากบริเวณผิวของลำต้นมีเพลี้ยแป้งหรือเพลี้ยหอยอาศัยอยู่ก็ไม่ควรนำต้นพันธุ์นั้นมาใช้ปลูกเช่นกัน หรือต้นพันธุ์ที่ได้รับความเสียหายจากการใช้สารเคมีกำจัดวัชพืช เช่น สารพาราควอต ซึ่งเมื่อฉีดพ่นโดนบริเวณที่มีสีเขียวของลำต้นในช่วงอายุ 1 – 4 เดือนหลังปลูก พอลำต้นแก่ เปลือกลำต้นจะมีสีดำ แห้ง และปริแตก ไม่ควรนำมาใช้เป็นท่อนพันธุ์เนื่องจากมีเปอร์เซ็นต์ความงอกต่ำ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== '''ความบริสุทธิ์ของต้นพันธุ์''' &amp;lt;ref name=&amp;quot;:0&amp;quot; /&amp;gt; ==&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Image s4.png|thumb|614x614px|'''ภาพที่ 3''' แสดงการตรวจสอบพันธุ์ปนและความสมบูรณ์]]การจัดหาต้นพันธุ์มันสำปะหลังควรซื้อจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ และการจัดซื้อควรมีขั้นตอนการตรวจสอบพันธุ์ปนทุกครั้ง โดยตรวจสอบพันธุ์ปน 2 ครั้ง โดยครั้งที่ 1 เป็นการสุ่มตรวจในแปลงก่อนตัดต้นพันธุ์โดยให้มีพันธุ์ปนไม่เกิน 5 เปอร์เซ็นต์ และตรวจสอบครั้งที่ 2 หลังการตัดต้นพันธุ์ เป็นการสุ่มตรวจในกองต้นพันธุ์ซึ่งควรมีพันธุ์ปนไม่เกิน 2 เปอร์เซ็นต์ ดังนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''วิธีการตรวจสอบพันธุ์ปนในแปลงก่อนตัดต้นพันธุ์'''&lt;br /&gt;
ควรดำเนินการในช่วงที่มันสำปะหลังมีอายุประมาณ 1 – 2 เดือนหลังปลูก เนื่องจากต้นยังเล็กและสามารถจำแนกพันธุ์ได้ง่ายกว่าช่วงอายุอื่น ๆ โดยใช้ลักษณะสียอดอ่อน และสีก้านใบในการจำแนกพันธุ์เป็นหลัก หรืออาจทำพร้อมกับการตรวจสอบความงอก โดยสุ่มตรวจเป็นจุด จุดละ 100 ต้น แปลงขนาด 25 ไร่ ควรสุ่มตรวจอย่างน้อย 5 จุด แล้วหาค่าเฉลี่ยของเปอร์เซ็นต์พันธุ์ปนในแปลงนั้น ๆ การตรวจสอบพันธุ์ปนในช่วงนี้จะเป็นประโยชน์ในการวางแผนจัดการด้านแรงงานที่ต้องใช้ในการคัดพันธุ์ปนทิ้งเพื่อให้ได้แปลงพันธุ์ที่บริสุทธิ์ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
กรณีการตรวจสอบพันธุ์ปนในแปลงขายต้นพันธุ์ ควรดำเนินการในช่วงก่อนการตัดต้นออกจากแปลงโดยใช้ลักษณะทรงต้น สีลำต้น ความนูนของรอยแผลก้านใบในการจำแนกพันธุ์เป็นหลัก วิธีการคือควรสุ่มตรวจอย่างน้อย 5 จุด จุดละ 100 ต้น ถ้าแปลงมีขนาด 25 ไร่ แล้วหาค่าเฉลี่ย โดยให้มีพันธุ์ปนได้ไม่เกิน 5 เปอร์เซ็นต์ หากมีเปอร์เซ็นต์พันธุ์ปนสูงกว่านี้จะทำให้การคัดพันธุ์ปนทั้งหมดทิ้งหลังซื้อทำได้ยาก และต้องสิ้นเปลืองค่าแรงงานในการคัดพันธุ์ปนในแปลงปลูกใหม่ จึงไม่ควรจัดซื้อต้นพันธุ์จากแปลงดังกล่าว&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''วิธีการตรวจสอบพันธุ์ปนในกองต้นพันธุ์หรือหลังการตัดต้นพันธุ์'''&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ในกรณีที่เป็นการซื้อต้นพันธุ์ที่ตัดไว้แล้ว สามารถตรวจสอบพันธุ์ปนในกองต้นพันธุ์ได้โดยใช้ลักษณะสีลำต้น และความนูนของรอยแผลก้านใบในการจำแนกพันธุ์เป็นหลัก โดยสุ่มจากมัดของต้นพันธุ์ที่อยู่ในกองมากองละ 4 มัด โดยปกติ 1 มัดจะมีต้นพันธุ์ 25 ลำ ดังนั้นจะได้ต้นพันธุ์ 100 ลำ แล้วตรวจสอบว่ามีจำนวนต้นพันธุ์ปนเท่าใด เพื่อคำนวณเป็นเปอร์เซ็นต์พันธุ์ปนของกองนั้น ๆ โดยไม่ควรมีพันธุ์ปนเกิน 2 เปอร์เซ็นต์ กรณีที่ซื้อต้นพันธุ์ในปริมาณมากไม่สามารถตรวจสอบทุกกองได้ ควรสุ่มในปริมาณที่มากพอและทั่วถึงเพื่อให้เป็นตัวแทนของต้นพันธุ์ทั้งหมด&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
กรณีพื้นที่ปลูกขนาดใหญ่ ควรสร้างแปลงขยายพันธุ์ดีไว้ใช้เองในพื้นที่ หรือขยายพันธุ์เพื่อแจกจ่ายเกษตรกรลูกไร่ของตน โดยเริ่มต้นจากการจัดซื้อพันธุ์ดีจากแหล่งที่เชื่อถือได้มาปลูก และจัดเจ้าหน้าที่หรือนักวิชาการเกษตรสำหรับคัดพันธุ์ปนทิ้งในช่วงที่มันสำปะหลังอายุประมาณ 1 – 2  เดือนหลังปลูก ซึ่งเป็นช่วงที่สามารถจำแนกพันธุ์ได้ง่ายและทำได้สะดวกรวดเร็วกว่าช่วงที่มันสำปะหลังมีอายุมาก นอกจากการตรวจสอบพันธุ์ปนแล้ว ควรตรวจสอบคุณภาพต้นพันธุ์ไปพร้อมกันด้วย เช่น ขนาดและความยาวของต้นพันธุ์ อายุการเก็บรักษาต้นพันธุ์หลังการตัด ความสมบูรณ์ของตา โรคและแมลงที่ติดมากับท่อนพันธุ์ เป็นต้น &lt;br /&gt;
== อ้างอิง ==&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>บงกฤช จันทรารัตนสกุล</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C&amp;diff=840</id>
		<title>คุณภาพต้นพันธุ์</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C&amp;diff=840"/>
		<updated>2021-11-23T14:12:12Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;บงกฤช จันทรารัตนสกุล: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;การเลือกใช้ต้นพันธุ์ที่สมบูรณ์ คุณภาพดี ปราศจากแมลงศัตรูพืช และโรคระบาด เป็นเรื่องที่มีความสำคัญ นอกเหนือจากการเลือกใช้วิธีการเขตกรรมต่าง ๆ เนื่องจากท่อนพันธุ์ที่สมบูรณ์จะมีผลต่อความงอกและความอยู่รอดของมันสำปะหลังในแปลง เพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายดังกล่าว จึงควรตรวจสอบความงอกภายใน 2 - 3 สัปดาห์หลังปลูกแล้วเร่งปลูกซ่อมทันที การปลูกซ่อมช้าจะทำให้ต้นจากท่อนพันธุ์ที่ปลูกซ่อมเจริญเติบโตไม่ทันต้นที่ปลูกก่อน ส่งผลให้ผลผลิตต่อพื้นที่ลดลง อย่างไรก็ตามการปลูกซ่อมต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมทั้งด้านต้นพันธุ์และแรงงาน จึงควรเลือกใช้ต้นพันธุ์ที่สมบูรณ์ที่สุดมาปลูกเพื่อให้มีความงอกและความอยู่รอดสูงสุด ข้อควรพิจารณาในการเลือกใช้ต้นพันธุ์คุณภาพดี มีดังนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== '''อายุต้นมันสำปะหลัง''' ==&lt;br /&gt;
ต้นพันธุ์ที่มีคุณภาพดี ควรมีอายุประมาณ 8 – 14 เดือน อาจสังเกตได้จากสีของลำต้นที่เปลี่ยนเป็นสีเข้ม หลีกเลี่ยงการใช้ต้นพันธุ์จากแหล่งที่มีโรคหรือแมลงระบาด หรือตรวจสอบว่าต้นพันธุ์ไม่มีโรคและแมลงติดมาด้วย&amp;lt;ref name=&amp;quot;:1&amp;quot;&amp;gt;http://web.sut.ac.th/cassava/?name=14cas_plant&amp;amp;file=readknowledge&amp;amp;id=59 &amp;lt;/ref&amp;gt; เช่น โรคใบด่างมันสำปะหลังที่เกิดจากเชื้อไวรัสในสกุล ''Begomovirus'' และมีแมลงหวี่ขาวยาสูบเป็นพาหะ สังเกตุได้จากใบและลำต้น ใบด่างและใบหงิก เสียรูปทรง อาการด่างมีหลายแบบ เช่น ด่างเขียวซีดสลับเขียวเข้ม ด่างเหลือสลับเขียว ใบหงิก หรือ หงิกเหลือง ใบย่อยบิดเบี้ยวหงิกงอ โค้งเสียรูปทรง ใบอ่อนและใบที่เจริญใหม่มีขนาดเล็กลง ยอดหงิก ต้นแคระแกร็น&amp;lt;ref&amp;gt;https://www.doa.go.th/fc/rayong/?p=530&amp;lt;/ref&amp;gt; แต่ละส่วนของต้นพันธุ์มันสำปะหลังมีเปอร์เซ็นต์การอยู่รอดไม่เท่ากัน โดยพบว่าท่อนพันธุ์จากส่วนกลางของต้นจะมีเปอร์เซ็นต์อยู่รอด 69 – 84 เปอร์เซ็นต์ แต่ท่อนพันธุ์จากส่วนปลายของลำต้นมีเปอร์เซ็นต์อยู่รอดเพียง 35 เปอร์เซ็นต์&amp;lt;ref&amp;gt;จรุงสิทธิ์ ลิ่มศิลา และคณะ. 2547. เอกสารวิชาการมันสำปะหลัง. สถาบันวิจัยพืชไร่ กรมวิชาการเกษตร. หจก. ไอเดีย สแควร์ กรุงเทพฯ&amp;lt;/ref&amp;gt; ต้นพันธุ์ที่มีอายุน้อยกว่า 8 เดือน เมื่อนำไปปลูกในแปลงจะสูญเสียความชื้นง่าย มีความงอกต่ำ ส่วนต้นพันธุ์ที่อายุ 14 เดือนขึ้นไป จะมีอัตราการงอกต่ำ งอกช้า รากน้อย เจริญเติบโตช้า และให้ผลผลิตต่ำ เมื่อต้นพันธุ์มีอายุมากจะมีสีน้ำตาลเข้ม มีขนาดใหญ่ แตกกิ่งมาก ซึ่งกิ่งที่แตกในระดับแรกอาจใช้เป็นท่อนพันธุ์ได้ แต่ต้องพิจารณาให้ดีว่ากิ่งดังกล่าวมีอายุพอเหมาะ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== '''อายุการเก็บรักษาต้นพันธุ์หลังการตัดต้น''' &amp;lt;ref name=&amp;quot;:0&amp;quot;&amp;gt;มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. (2556) เทคโนโลยี 52 สัปดาห์ มันสำปะหลัง. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์:กรุงเทพฯ.&amp;lt;/ref&amp;gt; ==&lt;br /&gt;
เกษตรกรควรใช้ต้นพันธุ์ที่สดใหม่ ตัดแล้วนำมาปลูกทันที หากต้องการเก็บต้นพันธุ์ไว้รอปลูก ให้รีบนำต้นพันธุ์ออกจากแปลงเพื่อป้องกันแดดเผาต้น นำมาเก็บรักษาโดยใช้วิธีมัดต้นพันธุ์แล้วนำมาวางตั้งเป็นกองให้ส่วนโคนของต้นสัมผัสผิวดิน '''ดังภาพที่ 1''' เมื่อเก็บไว้นาน ตาบนต้นพันธุ์จะแตกยอดอ่อนออกมา เกษตรกรควรตัดท่อนพันธุ์ส่วนที่แตกยอดอ่อนทิ้ง และเลือกเฉพาะส่วนที่ไม่มีการแตกยอดอ่อนไปปลูก วิธีนี้จะช่วยเก็บรักษาต้นพันธุ์ให้คงความสดไว้ได้นานกว่าการเก็บด้วยวิธีอื่น ๆ และสามารถเก็บไว้ได้นานถึง 2 เดือน อย่างไรก็ตามระยะเวลาในการเก็บรักษาต้นพันธุ์ยิ่งนานเท่าใด ส่วนของต้นพันธุ์ที่จะตัดเป็นท่อนพันธุ์ได้จะยิ่งน้อยลง และความงอกของท่อนพันธุ์ก็จะลดลงด้วย ดังนั้นท่อนพันธุ์ที่ดีไม่ควรเก็บไว้นานเกิน 15 – 30 วัน และแต่ละพันธุ์จะมีอายุการเก็บรักษาต้นพันธุ์แตกต่างกัน                            '''ดังตารางที่ 1'''[[ไฟล์:ท่อนพันธุ์สะอาด.jpg|thumb|424x424px|'''ภาพที่ 1''' แสดงวิธีการเก็บรักษาต้นพันธุ์ที่ดี]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
'''ตารางที่ 1''' อายุการเก็บรักษาต้นพันธุ์ของมันสำปะหลังพันธุ์ต่าง ๆ&lt;br /&gt;
{| class=&amp;quot;wikitable&amp;quot;&lt;br /&gt;
|'''พันธุ์'''&lt;br /&gt;
|'''ระยะเวลาเก็บรักษาต้นพันธุ์'''&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ระยอง 90&lt;br /&gt;
|ไม่ควรเกิน 15 วัน&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ระยอง 5 ระยอง 9 และห้วยบง 60&lt;br /&gt;
|ไม่ควรเกิน 30 วัน&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ระยอง 11 ระยอง  72  เกษตรศาสตร์ 50  และห้วยบง 80&lt;br /&gt;
|ไม่ควรเกิน 45 วัน&lt;br /&gt;
|}&lt;br /&gt;
== '''ส่วนของต้นพันธุ์ที่ใช้''' ==&lt;br /&gt;
ส่วนของต้นพันธุ์ที่ใช้ปลูกมักใช้ส่วนกลางค่อนมาทางส่วนโคน&amp;lt;ref name=&amp;quot;:1&amp;quot; /&amp;gt; ซึ่งจะมีเปอร์เซ็นต์ความงอกสูงกว่าการปลูกโดยใช้ส่วนปลายหรือส่วนยอด ไม่ควรใช้ส่วนของกิ่งมาปลูกเนื่องจากมีความงอกและความอยู่รอดต่ำกว่าส่วนของลำต้น ในการเตรียมท่อนพันธุ์ควรตัดส่วนปลายต้นที่มีตาห่าง ส่วนโคนต้นที่มีตาถี่มาก และส่วนที่มีบาดแผลจากการถูกสารกำจัดวัชพืชในช่วงที่ต้นยังเล็กทิ้ง &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== '''ขนาดและความยาวท่อนพันธุ์''' &amp;lt;ref name=&amp;quot;:0&amp;quot; /&amp;gt; ==&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Image s3.png|thumb|'''ภาพที่ 2''' แสดงขนาดของท่อนพันธุ์ที่เหมาะสำหรับปลูกจะมีเส้นผ่าศูนย์กลางใกล้เคียงกับเหรียญ 5 หรือ 10 บาท|293x293px]]ท่อนพันธุ์ที่สมบูรณ์ แข็งแรง และมีขนาดพอเหมาะสำหรับปลูกควรมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1.5 – 2.5 เซนติเมตร และมีความยาวท่อนพันธุ์ประมาณ 20 – 30  เซนติเมตร มีตาอยู่ประมาณ 5 – 6  ตาต่อ 1 ท่อนพันธุ์ การปลูกมันสำปะหลังในช่วงต้นฤดูฝนควรใช้ท่อนพันธุ์ยาว 20 – 25 เซนติเมตร ส่วนในช่วงปลายฤดูฝนใช้ท่อนพันธุ์ยาว 25 – 30  เซนติเมตร&amp;lt;ref name=&amp;quot;:1&amp;quot; /&amp;gt; จึงจะให้เปอร์เซ็นต์ความงอกและความอยู่รอดสูง โดยปกติส่วนปลาย ของท่อนพันธุ์จะสูญเสียความชื้นจากสภาพอากาศที่ร้อนและแห้ง ทำให้ท่อนพันธุ์เริ่มแห้งจากส่วนปลายลงมา การใช้ท่อนพันธุ์ยาวในการปลูกมีข้อดี คือ มีจำนวนตาบนท่อนพันธุ์มากกว่าและถึงแม้ท่อนพันธุ์จะมีการแห้งจากยอด แต่ยังมีตาที่เหลือถัดลงมาซึ่งสามารถงอกได้ นอกจากนี้การใช้ท่อนพันธุ์ยาวยังช่วยลดความเสียหายจากการใช้สารกำจัดวัชพืชขณะที่ต้นยังเล็กได้มากกว่าการใช้ท่อนพันธุ์สั้น &lt;br /&gt;
== '''ต้นพันธุ์ที่ปราศจากโรคและแมลง''' &amp;lt;ref name=&amp;quot;:0&amp;quot; /&amp;gt; ==&lt;br /&gt;
ต้นพันธุ์ที่นำมาปลูกควรปลอดจากโรคและแมลง เช่น โรคใบด่าง ซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัส หรือ โรคใบไหม้ ซึ่งเกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในท่อน้ำท่ออาหารภายในลำต้น โดยสามารถสังเกตอาการจากแปลงปลูกเดิมว่ามีต้นมันสำปะหลังที่เป็นโรคดังกล่าวหรือไม่ หากมีไม่ควรนำไปปลูกต่อ ควรนำไปเผาทำลายทิ้งและไม่ควรไถกลบเศษซากต้นลงไปในดินเนื่องจากเชื้อจะสะสมอยู่ในดินต่อไป นอกจากนี้หากบริเวณผิวของลำต้นมีเพลี้ยแป้งหรือเพลี้ยหอยอาศัยอยู่ก็ไม่ควรนำต้นพันธุ์นั้นมาใช้ปลูกเช่นกัน หรือต้นพันธุ์ที่ได้รับความเสียหายจากการใช้สารเคมีกำจัดวัชพืช เช่น สารพาราควอต ซึ่งเมื่อฉีดพ่นโดนบริเวณที่มีสีเขียวของลำต้นในช่วงอายุ 1 – 4 เดือนหลังปลูก พอลำต้นแก่ เปลือกลำต้นจะมีสีดำ แห้ง และปริแตก ไม่ควรนำมาใช้เป็นท่อนพันธุ์เนื่องจากมีเปอร์เซ็นต์ความงอกต่ำ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== '''ความบริสุทธิ์ของต้นพันธุ์''' &amp;lt;ref name=&amp;quot;:0&amp;quot; /&amp;gt; ==&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Image s4.png|thumb|614x614px|'''ภาพที่ 3''' แสดงการตรวจสอบพันธุ์ปนและความสมบูรณ์]]การจัดหาต้นพันธุ์มันสำปะหลังควรซื้อจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ และการจัดซื้อควรมีขั้นตอนการตรวจสอบพันธุ์ปนทุกครั้ง โดยตรวจสอบพันธุ์ปน 2 ครั้ง โดยครั้งที่ 1 เป็นการสุ่มตรวจในแปลงก่อนตัดต้นพันธุ์โดยให้มีพันธุ์ปนไม่เกิน 5 เปอร์เซ็นต์ และตรวจสอบครั้งที่ 2 หลังการตัดต้นพันธุ์ เป็นการสุ่มตรวจในกองต้นพันธุ์ซึ่งควรมีพันธุ์ปนไม่เกิน 2 เปอร์เซ็นต์ ดังนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''วิธีการตรวจสอบพันธุ์ปนในแปลงก่อนตัดต้นพันธุ์'''&lt;br /&gt;
ควรดำเนินการในช่วงที่มันสำปะหลังมีอายุประมาณ 1 – 2 เดือนหลังปลูก เนื่องจากต้นยังเล็กและสามารถจำแนกพันธุ์ได้ง่ายกว่าช่วงอายุอื่น ๆ โดยใช้ลักษณะสียอดอ่อน และสีก้านใบในการจำแนกพันธุ์เป็นหลัก หรืออาจทำพร้อมกับการตรวจสอบความงอก โดยสุ่มตรวจเป็นจุด จุดละ 100 ต้น แปลงขนาด 25 ไร่ ควรสุ่มตรวจอย่างน้อย 5 จุด แล้วหาค่าเฉลี่ยของเปอร์เซ็นต์พันธุ์ปนในแปลงนั้น ๆ การตรวจสอบพันธุ์ปนในช่วงนี้จะเป็นประโยชน์ในการวางแผนจัดการด้านแรงงานที่ต้องใช้ในการคัดพันธุ์ปนทิ้งเพื่อให้ได้แปลงพันธุ์ที่บริสุทธิ์ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
กรณีการตรวจสอบพันธุ์ปนในแปลงขายต้นพันธุ์ ควรดำเนินการในช่วงก่อนการตัดต้นออกจากแปลงโดยใช้ลักษณะทรงต้น สีลำต้น ความนูนของรอยแผลก้านใบในการจำแนกพันธุ์เป็นหลัก วิธีการคือควรสุ่มตรวจอย่างน้อย 5 จุด จุดละ 100 ต้น ถ้าแปลงมีขนาด 25 ไร่ แล้วหาค่าเฉลี่ย โดยให้มีพันธุ์ปนได้ไม่เกิน 5 เปอร์เซ็นต์ หากมีเปอร์เซ็นต์พันธุ์ปนสูงกว่านี้จะทำให้การคัดพันธุ์ปนทั้งหมดทิ้งหลังซื้อทำได้ยาก และต้องสิ้นเปลืองค่าแรงงานในการคัดพันธุ์ปนในแปลงปลูกใหม่ จึงไม่ควรจัดซื้อต้นพันธุ์จากแปลงดังกล่าว&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''วิธีการตรวจสอบพันธุ์ปนในกองต้นพันธุ์หรือหลังการตัดต้นพันธุ์'''&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ในกรณีที่เป็นการซื้อต้นพันธุ์ที่ตัดไว้แล้ว สามารถตรวจสอบพันธุ์ปนในกองต้นพันธุ์ได้โดยใช้ลักษณะสีลำต้น และความนูนของรอยแผลก้านใบในการจำแนกพันธุ์เป็นหลัก โดยสุ่มจากมัดของต้นพันธุ์ที่อยู่ในกองมากองละ 4 มัด โดยปกติ 1 มัดจะมีต้นพันธุ์ 25 ลำ ดังนั้นจะได้ต้นพันธุ์ 100 ลำ แล้วตรวจสอบว่ามีจำนวนต้นพันธุ์ปนเท่าใด เพื่อคำนวณเป็นเปอร์เซ็นต์พันธุ์ปนของกองนั้น ๆ โดยไม่ควรมีพันธุ์ปนเกิน 2 เปอร์เซ็นต์ กรณีที่ซื้อต้นพันธุ์ในปริมาณมากไม่สามารถตรวจสอบทุกกองได้ ควรสุ่มในปริมาณที่มากพอและทั่วถึงเพื่อให้เป็นตัวแทนของต้นพันธุ์ทั้งหมด&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
กรณีพื้นที่ปลูกขนาดใหญ่ ควรสร้างแปลงขยายพันธุ์ดีไว้ใช้เองในพื้นที่ หรือขยายพันธุ์เพื่อแจกจ่ายเกษตรกรลูกไร่ของตน โดยเริ่มต้นจากการจัดซื้อพันธุ์ดีจากแหล่งที่เชื่อถือได้มาปลูก และจัดเจ้าหน้าที่หรือนักวิชาการเกษตรสำหรับคัดพันธุ์ปนทิ้งในช่วงที่มันสำปะหลังอายุประมาณ 1 – 2  เดือนหลังปลูก ซึ่งเป็นช่วงที่สามารถจำแนกพันธุ์ได้ง่ายและทำได้สะดวกรวดเร็วกว่าช่วงที่มันสำปะหลังมีอายุมาก นอกจากการตรวจสอบพันธุ์ปนแล้ว ควรตรวจสอบคุณภาพต้นพันธุ์ไปพร้อมกันด้วย เช่น ขนาดและความยาวของต้นพันธุ์ อายุการเก็บรักษาต้นพันธุ์หลังการตัด ความสมบูรณ์ของตา โรคและแมลงที่ติดมากับท่อนพันธุ์ เป็นต้น &lt;br /&gt;
== อ้างอิง ==&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>บงกฤช จันทรารัตนสกุล</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C&amp;diff=839</id>
		<title>คุณภาพต้นพันธุ์</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C&amp;diff=839"/>
		<updated>2021-11-23T14:11:10Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;บงกฤช จันทรารัตนสกุล: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;การเลือกใช้ต้นพันธุ์ที่สมบูรณ์ คุณภาพดี ปราศจากแมลงศัตรูพืช และโรคระบาด เป็นเรื่องที่มีความสำคัญ นอกเหนือจากการเลือกใช้วิธีการเขตกรรมต่าง ๆ เนื่องจากท่อนพันธุ์ที่สมบูรณ์จะมีผลต่อความงอกและความอยู่รอดของมันสำปะหลังในแปลง เพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายดังกล่าว จึงควรตรวจสอบความงอกภายใน 2 - 3 สัปดาห์หลังปลูกแล้วเร่งปลูกซ่อมทันที การปลูกซ่อมช้าจะทำให้ต้นจากท่อนพันธุ์ที่ปลูกซ่อมเจริญเติบโตไม่ทันต้นที่ปลูกก่อน ส่งผลให้ผลผลิตต่อพื้นที่ลดลง อย่างไรก็ตามการปลูกซ่อมต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมทั้งด้านต้นพันธุ์และแรงงาน จึงควรเลือกใช้ต้นพันธุ์ที่สมบูรณ์ที่สุดมาปลูกเพื่อให้มีความงอกและความอยู่รอดสูงสุด ข้อควรพิจารณาในการเลือกใช้ต้นพันธุ์คุณภาพดี มีดังนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== '''อายุต้นมันสำปะหลัง''' ==&lt;br /&gt;
ต้นพันธุ์ที่มีคุณภาพดี ควรมีอายุประมาณ 8 – 14 เดือน อาจสังเกตได้จากสีของลำต้นที่เปลี่ยนเป็นสีเข้ม หลีกเลี่ยงการใช้ต้นพันธุ์จากแหล่งที่มีโรคหรือแมลงระบาด หรือตรวจสอบว่าต้นพันธุ์ไม่มีโรคและแมลงติดมาด้วย&amp;lt;ref name=&amp;quot;:1&amp;quot;&amp;gt;http://web.sut.ac.th/cassava/?name=14cas_plant&amp;amp;file=readknowledge&amp;amp;id=59 &amp;lt;/ref&amp;gt; เช่น โรคใบด่างมันสำปะหลังที่เกิดจากเชื้อไวรัสในสกุล ''Begomovirus'' และมีแมลงหวี่ขาวยาสูบเป็นพาหะ สังเกตุได้จากใบและลำต้น ใบด่างและใบหงิก เสียรูปทรง อาการด่างมีหลายแบบ เช่น ด่างเขียวซีดสลับเขียวเข้ม ด่างเหลือสลับเขียว ใบหงิก หรือ หงิกเหลือง ใบย่อยบิดเบี้ยวหงิกงอ โค้งเสียรูปทรง ใบอ่อนและใบที่เจริญใหม่มีขนาดเล็กลง ยอดหงิก ต้นแคระแกร็น&amp;lt;ref&amp;gt;https://www.doa.go.th/fc/rayong/?p=530&amp;lt;/ref&amp;gt; แต่ละส่วนของต้นพันธุ์มันสำปะหลังมีเปอร์เซ็นต์การอยู่รอดไม่เท่ากัน โดยพบว่าท่อนพันธุ์จากส่วนกลางของต้นจะมีเปอร์เซ็นต์อยู่รอด 69 – 84 เปอร์เซ็นต์ แต่ท่อนพันธุ์จากส่วนปลายของลำต้นมีเปอร์เซ็นต์อยู่รอดเพียง 35 เปอร์เซ็นต์&amp;lt;ref&amp;gt;จรุงสิทธิ์ ลิ่มศิลา และคณะ. 2547. เอกสารวิชาการมันสำปะหลัง. สถาบันวิจัยพืชไร่ กรมวิชาการเกษตร. หจก. ไอเดีย สแควร์ กรุงเทพฯ&amp;lt;/ref&amp;gt; ต้นพันธุ์ที่มีอายุน้อยกว่า 8 เดือน เมื่อนำไปปลูกในแปลงจะสูญเสียความชื้นง่าย มีความงอกต่ำ ส่วนต้นพันธุ์ที่อายุ 14 เดือนขึ้นไป จะมีอัตราการงอกต่ำ งอกช้า รากน้อย เจริญเติบโตช้า และให้ผลผลิตต่ำ เมื่อต้นพันธุ์มีอายุมากจะมีสีน้ำตาลเข้ม มีขนาดใหญ่ แตกกิ่งมาก ซึ่งกิ่งที่แตกในระดับแรกอาจใช้เป็นท่อนพันธุ์ได้ แต่ต้องพิจารณาให้ดีว่ากิ่งดังกล่าวมีอายุพอเหมาะ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== '''อายุการเก็บรักษาต้นพันธุ์หลังการตัดต้น''' &amp;lt;ref name=&amp;quot;:0&amp;quot;&amp;gt;มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. (2556) เทคโนโลยี 52 สัปดาห์ มันสำปะหลัง. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์:กรุงเทพฯ.&amp;lt;/ref&amp;gt; ==&lt;br /&gt;
เกษตรกรควรใช้ต้นพันธุ์ที่สดใหม่ ตัดแล้วนำมาปลูกทันที หากต้องการเก็บต้นพันธุ์ไว้รอปลูก ให้รีบนำต้นพันธุ์ออกจากแปลงเพื่อป้องกันแดดเผาต้น นำมาเก็บรักษาโดยใช้วิธีมัดต้นพันธุ์แล้วนำมาวางตั้งเป็นกองให้ส่วนโคนของต้นสัมผัสผิวดิน '''ดังภาพที่ 1''' เมื่อเก็บไว้นาน ตาบนต้นพันธุ์จะแตกยอดอ่อนออกมา เกษตรกรควรตัดท่อนพันธุ์ส่วนที่แตกยอดอ่อนทิ้ง และเลือกเฉพาะส่วนที่ไม่มีการแตกยอดอ่อนไปปลูก วิธีนี้จะช่วยเก็บรักษาต้นพันธุ์ให้คงความสดไว้ได้นานกว่าการเก็บด้วยวิธีอื่น ๆ และสามารถเก็บไว้ได้นานถึง 2 เดือน อย่างไรก็ตามระยะเวลาในการเก็บรักษาต้นพันธุ์ยิ่งนานเท่าใด ส่วนของต้นพันธุ์ที่จะตัดเป็นท่อนพันธุ์ได้จะยิ่งน้อยลง และความงอกของท่อนพันธุ์ก็จะลดลงด้วย ดังนั้นท่อนพันธุ์ที่ดีไม่ควรเก็บไว้นานเกิน 15 – 30 วัน และแต่ละพันธุ์จะมีอายุการเก็บรักษาต้นพันธุ์แตกต่างกัน                            '''ดังตารางที่ 1'''[[ไฟล์:ท่อนพันธุ์สะอาด.jpg|thumb|424x424px|'''ภาพที่ 1''' แสดงวิธีการเก็บรักษาต้นพันธุ์ที่ดี]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
'''ตารางที่ 1''' อายุการเก็บรักษาต้นพันธุ์ของมันสำปะหลังพันธุ์ต่าง ๆ&lt;br /&gt;
{| class=&amp;quot;wikitable&amp;quot;&lt;br /&gt;
|'''พันธุ์'''&lt;br /&gt;
|'''ระยะเวลาเก็บรักษาต้นพันธุ์'''&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ระยอง 90&lt;br /&gt;
|ไม่ควรเกิน 15 วัน&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ระยอง 5 ระยอง 9 และห้วยบง 60&lt;br /&gt;
|ไม่ควรเกิน 30 วัน&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ระยอง 11 ระยอง  72  เกษตรศาสตร์ 50  และห้วยบง 80&lt;br /&gt;
|ไม่ควรเกิน 45 วัน&lt;br /&gt;
|}&lt;br /&gt;
== '''ส่วนของต้นพันธุ์ที่ใช้''' ==&lt;br /&gt;
ส่วนของต้นพันธุ์ที่ใช้ปลูกมักใช้ส่วนกลางค่อนมาทางส่วนโคน ซึ่งจะมีเปอร์เซ็นต์ความงอกสูงกว่าการปลูกโดยใช้ส่วนปลายหรือส่วนยอด ไม่ควรใช้ส่วนของกิ่งมาปลูกเนื่องจากมีความงอกและความอยู่รอดต่ำกว่าส่วนของลำต้น ในการเตรียมท่อนพันธุ์ควรตัดส่วนปลายต้นที่มีตาห่าง ส่วนโคนต้นที่มีตาถี่มาก และส่วนที่มีบาดแผลจากการถูกสารกำจัดวัชพืชในช่วงที่ต้นยังเล็กทิ้ง &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== '''ขนาดและความยาวท่อนพันธุ์''' &amp;lt;ref name=&amp;quot;:0&amp;quot; /&amp;gt; ==&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Image s3.png|thumb|'''ภาพที่ 2''' แสดงขนาดของท่อนพันธุ์ที่เหมาะสำหรับปลูกจะมีเส้นผ่าศูนย์กลางใกล้เคียงกับเหรียญ 5 หรือ 10 บาท|293x293px]]ท่อนพันธุ์ที่สมบูรณ์ แข็งแรง และมีขนาดพอเหมาะสำหรับปลูกควรมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1.5 – 2.5 เซนติเมตร และมีความยาวท่อนพันธุ์ประมาณ 20 – 30  เซนติเมตร มีตาอยู่ประมาณ 5 – 6  ตาต่อ 1 ท่อนพันธุ์ การปลูกมันสำปะหลังในช่วงต้นฤดูฝนควรใช้ท่อนพันธุ์ยาว 20 – 25 เซนติเมตร ส่วนในช่วงปลายฤดูฝนใช้ท่อนพันธุ์ยาว 25 – 30  เซนติเมตร&amp;lt;ref name=&amp;quot;:1&amp;quot; /&amp;gt; จึงจะให้เปอร์เซ็นต์ความงอกและความอยู่รอดสูง โดยปกติส่วนปลาย ของท่อนพันธุ์จะสูญเสียความชื้นจากสภาพอากาศที่ร้อนและแห้ง ทำให้ท่อนพันธุ์เริ่มแห้งจากส่วนปลายลงมา การใช้ท่อนพันธุ์ยาวในการปลูกมีข้อดี คือ มีจำนวนตาบนท่อนพันธุ์มากกว่าและถึงแม้ท่อนพันธุ์จะมีการแห้งจากยอด แต่ยังมีตาที่เหลือถัดลงมาซึ่งสามารถงอกได้ นอกจากนี้การใช้ท่อนพันธุ์ยาวยังช่วยลดความเสียหายจากการใช้สารกำจัดวัชพืชขณะที่ต้นยังเล็กได้มากกว่าการใช้ท่อนพันธุ์สั้น &lt;br /&gt;
== '''ต้นพันธุ์ที่ปราศจากโรคและแมลง''' &amp;lt;ref name=&amp;quot;:0&amp;quot; /&amp;gt; ==&lt;br /&gt;
ต้นพันธุ์ที่นำมาปลูกควรปลอดจากโรคและแมลง เช่น โรคใบด่าง ซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัส หรือ โรคใบไหม้ ซึ่งเกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในท่อน้ำท่ออาหารภายในลำต้น โดยสามารถสังเกตอาการจากแปลงปลูกเดิมว่ามีต้นมันสำปะหลังที่เป็นโรคดังกล่าวหรือไม่ หากมีไม่ควรนำไปปลูกต่อ ควรนำไปเผาทำลายทิ้งและไม่ควรไถกลบเศษซากต้นลงไปในดินเนื่องจากเชื้อจะสะสมอยู่ในดินต่อไป นอกจากนี้หากบริเวณผิวของลำต้นมีเพลี้ยแป้งหรือเพลี้ยหอยอาศัยอยู่ก็ไม่ควรนำต้นพันธุ์นั้นมาใช้ปลูกเช่นกัน หรือต้นพันธุ์ที่ได้รับความเสียหายจากการใช้สารเคมีกำจัดวัชพืช เช่น สารพาราควอต ซึ่งเมื่อฉีดพ่นโดนบริเวณที่มีสีเขียวของลำต้นในช่วงอายุ 1 – 4 เดือนหลังปลูก พอลำต้นแก่ เปลือกลำต้นจะมีสีดำ แห้ง และปริแตก ไม่ควรนำมาใช้เป็นท่อนพันธุ์เนื่องจากมีเปอร์เซ็นต์ความงอกต่ำ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== '''ความบริสุทธิ์ของต้นพันธุ์''' &amp;lt;ref name=&amp;quot;:0&amp;quot; /&amp;gt; ==&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Image s4.png|thumb|614x614px|'''ภาพที่ 3''' แสดงการตรวจสอบพันธุ์ปนและความสมบูรณ์]]การจัดหาต้นพันธุ์มันสำปะหลังควรซื้อจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ และการจัดซื้อควรมีขั้นตอนการตรวจสอบพันธุ์ปนทุกครั้ง โดยตรวจสอบพันธุ์ปน 2 ครั้ง โดยครั้งที่ 1 เป็นการสุ่มตรวจในแปลงก่อนตัดต้นพันธุ์โดยให้มีพันธุ์ปนไม่เกิน 5 เปอร์เซ็นต์ และตรวจสอบครั้งที่ 2 หลังการตัดต้นพันธุ์ เป็นการสุ่มตรวจในกองต้นพันธุ์ซึ่งควรมีพันธุ์ปนไม่เกิน 2 เปอร์เซ็นต์ ดังนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''วิธีการตรวจสอบพันธุ์ปนในแปลงก่อนตัดต้นพันธุ์'''&lt;br /&gt;
ควรดำเนินการในช่วงที่มันสำปะหลังมีอายุประมาณ 1 – 2 เดือนหลังปลูก เนื่องจากต้นยังเล็กและสามารถจำแนกพันธุ์ได้ง่ายกว่าช่วงอายุอื่น ๆ โดยใช้ลักษณะสียอดอ่อน และสีก้านใบในการจำแนกพันธุ์เป็นหลัก หรืออาจทำพร้อมกับการตรวจสอบความงอก โดยสุ่มตรวจเป็นจุด จุดละ 100 ต้น แปลงขนาด 25 ไร่ ควรสุ่มตรวจอย่างน้อย 5 จุด แล้วหาค่าเฉลี่ยของเปอร์เซ็นต์พันธุ์ปนในแปลงนั้น ๆ การตรวจสอบพันธุ์ปนในช่วงนี้จะเป็นประโยชน์ในการวางแผนจัดการด้านแรงงานที่ต้องใช้ในการคัดพันธุ์ปนทิ้งเพื่อให้ได้แปลงพันธุ์ที่บริสุทธิ์ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
กรณีการตรวจสอบพันธุ์ปนในแปลงขายต้นพันธุ์ ควรดำเนินการในช่วงก่อนการตัดต้นออกจากแปลงโดยใช้ลักษณะทรงต้น สีลำต้น ความนูนของรอยแผลก้านใบในการจำแนกพันธุ์เป็นหลัก วิธีการคือควรสุ่มตรวจอย่างน้อย 5 จุด จุดละ 100 ต้น ถ้าแปลงมีขนาด 25 ไร่ แล้วหาค่าเฉลี่ย โดยให้มีพันธุ์ปนได้ไม่เกิน 5 เปอร์เซ็นต์ หากมีเปอร์เซ็นต์พันธุ์ปนสูงกว่านี้จะทำให้การคัดพันธุ์ปนทั้งหมดทิ้งหลังซื้อทำได้ยาก และต้องสิ้นเปลืองค่าแรงงานในการคัดพันธุ์ปนในแปลงปลูกใหม่ จึงไม่ควรจัดซื้อต้นพันธุ์จากแปลงดังกล่าว&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''วิธีการตรวจสอบพันธุ์ปนในกองต้นพันธุ์หรือหลังการตัดต้นพันธุ์'''&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ในกรณีที่เป็นการซื้อต้นพันธุ์ที่ตัดไว้แล้ว สามารถตรวจสอบพันธุ์ปนในกองต้นพันธุ์ได้โดยใช้ลักษณะสีลำต้น และความนูนของรอยแผลก้านใบในการจำแนกพันธุ์เป็นหลัก โดยสุ่มจากมัดของต้นพันธุ์ที่อยู่ในกองมากองละ 4 มัด โดยปกติ 1 มัดจะมีต้นพันธุ์ 25 ลำ ดังนั้นจะได้ต้นพันธุ์ 100 ลำ แล้วตรวจสอบว่ามีจำนวนต้นพันธุ์ปนเท่าใด เพื่อคำนวณเป็นเปอร์เซ็นต์พันธุ์ปนของกองนั้น ๆ โดยไม่ควรมีพันธุ์ปนเกิน 2 เปอร์เซ็นต์ กรณีที่ซื้อต้นพันธุ์ในปริมาณมากไม่สามารถตรวจสอบทุกกองได้ ควรสุ่มในปริมาณที่มากพอและทั่วถึงเพื่อให้เป็นตัวแทนของต้นพันธุ์ทั้งหมด&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
กรณีพื้นที่ปลูกขนาดใหญ่ ควรสร้างแปลงขยายพันธุ์ดีไว้ใช้เองในพื้นที่ หรือขยายพันธุ์เพื่อแจกจ่ายเกษตรกรลูกไร่ของตน โดยเริ่มต้นจากการจัดซื้อพันธุ์ดีจากแหล่งที่เชื่อถือได้มาปลูก และจัดเจ้าหน้าที่หรือนักวิชาการเกษตรสำหรับคัดพันธุ์ปนทิ้งในช่วงที่มันสำปะหลังอายุประมาณ 1 – 2  เดือนหลังปลูก ซึ่งเป็นช่วงที่สามารถจำแนกพันธุ์ได้ง่ายและทำได้สะดวกรวดเร็วกว่าช่วงที่มันสำปะหลังมีอายุมาก นอกจากการตรวจสอบพันธุ์ปนแล้ว ควรตรวจสอบคุณภาพต้นพันธุ์ไปพร้อมกันด้วย เช่น ขนาดและความยาวของต้นพันธุ์ อายุการเก็บรักษาต้นพันธุ์หลังการตัด ความสมบูรณ์ของตา โรคและแมลงที่ติดมากับท่อนพันธุ์ เป็นต้น &lt;br /&gt;
== อ้างอิง ==&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>บงกฤช จันทรารัตนสกุล</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C&amp;diff=838</id>
		<title>คุณภาพต้นพันธุ์</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C&amp;diff=838"/>
		<updated>2021-11-23T14:04:56Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;บงกฤช จันทรารัตนสกุล: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;การเลือกใช้ต้นพันธุ์ที่สมบูรณ์ คุณภาพดี ปราศจากแมลงศัตรูพืช และโรคระบาด เป็นเรื่องที่มีความสำคัญ นอกเหนือจากการเลือกใช้วิธีการเขตกรรมต่าง ๆ เนื่องจากท่อนพันธุ์ที่สมบูรณ์จะมีผลต่อความงอกและความอยู่รอดของมันสำปะหลังในแปลง เพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายดังกล่าว จึงควรตรวจสอบความงอกภายใน 2 - 3 สัปดาห์หลังปลูกแล้วเร่งปลูกซ่อมทันที การปลูกซ่อมช้าจะทำให้ต้นจากท่อนพันธุ์ที่ปลูกซ่อมเจริญเติบโตไม่ทันต้นที่ปลูกก่อน ส่งผลให้ผลผลิตต่อพื้นที่ลดลง อย่างไรก็ตามการปลูกซ่อมต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมทั้งด้านต้นพันธุ์และแรงงาน จึงควรเลือกใช้ต้นพันธุ์ที่สมบูรณ์ที่สุดมาปลูกเพื่อให้มีความงอกและความอยู่รอดสูงสุด ข้อควรพิจารณาในการเลือกใช้ต้นพันธุ์คุณภาพดี มีดังนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== '''อายุต้นมันสำปะหลัง''' ==&lt;br /&gt;
ต้นพันธุ์ที่มีคุณภาพดี ควรมีอายุประมาณ 8 – 14 เดือน อาจสังเกตได้จากสีของลำต้นที่เปลี่ยนเป็นสีเข้ม หลีกเลี่ยงการใช้ต้นพันธุ์จากแหล่งที่มีโรคหรือแมลงระบาด หรือตรวจสอบว่าต้นพันธุ์ไม่มีโรคและแมลงติดมาด้วย&amp;lt;ref&amp;gt;http://web.sut.ac.th/cassava/?name=14cas_plant&amp;amp;file=readknowledge&amp;amp;id=59 &amp;lt;/ref&amp;gt; เช่น โรคใบด่างมันสำปะหลังที่เกิดจากเชื้อไวรัสในสกุล ''Begomovirus'' และมีแมลงหวี่ขาวยาสูบเป็นพาหะ สังเกตุได้จากใบและลำต้น ใบด่างและใบหงิก เสียรูปทรง อาการด่างมีหลายแบบ เช่น ด่างเขียวซีดสลับเขียวเข้ม ด่างเหลือสลับเขียว ใบหงิก หรือ หงิกเหลือง ใบย่อยบิดเบี้ยวหงิกงอ โค้งเสียรูปทรง ใบอ่อนและใบที่เจริญใหม่มีขนาดเล็กลง ยอดหงิก ต้นแคระแกร็น&amp;lt;ref&amp;gt;https://www.doa.go.th/fc/rayong/?p=530&amp;lt;/ref&amp;gt; แต่ละส่วนของต้นพันธุ์มันสำปะหลังมีเปอร์เซ็นต์การอยู่รอดไม่เท่ากัน โดยพบว่าท่อนพันธุ์จากส่วนกลางของต้นจะมีเปอร์เซ็นต์อยู่รอด 69 – 84 เปอร์เซ็นต์ แต่ท่อนพันธุ์จากส่วนปลายของลำต้นมีเปอร์เซ็นต์อยู่รอดเพียง 35 เปอร์เซ็นต์&amp;lt;ref&amp;gt;จรุงสิทธิ์ ลิ่มศิลา และคณะ. 2547. เอกสารวิชาการมันสำปะหลัง. สถาบันวิจัยพืชไร่ กรมวิชาการเกษตร. หจก. ไอเดีย สแควร์ กรุงเทพฯ&amp;lt;/ref&amp;gt; ต้นพันธุ์ที่มีอายุน้อยกว่า 8 เดือน เมื่อนำไปปลูกในแปลงจะสูญเสียความชื้นง่าย มีความงอกต่ำ ส่วนต้นพันธุ์ที่อายุ 14 เดือนขึ้นไป จะมีอัตราการงอกต่ำ งอกช้า รากน้อย เจริญเติบโตช้า และให้ผลผลิตต่ำ เมื่อต้นพันธุ์มีอายุมากจะมีสีน้ำตาลเข้ม มีขนาดใหญ่ แตกกิ่งมาก ซึ่งกิ่งที่แตกในระดับแรกอาจใช้เป็นท่อนพันธุ์ได้ แต่ต้องพิจารณาให้ดีว่ากิ่งดังกล่าวมีอายุพอเหมาะ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== '''อายุการเก็บรักษาต้นพันธุ์หลังการตัดต้น''' &amp;lt;ref name=&amp;quot;:0&amp;quot;&amp;gt;มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. (2556) เทคโนโลยี 52 สัปดาห์ มันสำปะหลัง. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์:กรุงเทพฯ.&amp;lt;/ref&amp;gt; ==&lt;br /&gt;
เกษตรกรควรใช้ต้นพันธุ์ที่สดใหม่ ตัดแล้วนำมาปลูกทันที หากต้องการเก็บต้นพันธุ์ไว้รอปลูก ให้รีบนำต้นพันธุ์ออกจากแปลงเพื่อป้องกันแดดเผาต้น นำมาเก็บรักษาโดยใช้วิธีมัดต้นพันธุ์แล้วนำมาวางตั้งเป็นกองให้ส่วนโคนของต้นสัมผัสผิวดิน '''ดังภาพที่ 1''' เมื่อเก็บไว้นาน ตาบนต้นพันธุ์จะแตกยอดอ่อนออกมา เกษตรกรควรตัดท่อนพันธุ์ส่วนที่แตกยอดอ่อนทิ้ง และเลือกเฉพาะส่วนที่ไม่มีการแตกยอดอ่อนไปปลูก วิธีนี้จะช่วยเก็บรักษาต้นพันธุ์ให้คงความสดไว้ได้นานกว่าการเก็บด้วยวิธีอื่น ๆ และสามารถเก็บไว้ได้นานถึง 2 เดือน อย่างไรก็ตามระยะเวลาในการเก็บรักษาต้นพันธุ์ยิ่งนานเท่าใด ส่วนของต้นพันธุ์ที่จะตัดเป็นท่อนพันธุ์ได้จะยิ่งน้อยลง และความงอกของท่อนพันธุ์ก็จะลดลงด้วย ดังนั้นท่อนพันธุ์ที่ดีไม่ควรเก็บไว้นานเกิน 15 – 30 วัน และแต่ละพันธุ์จะมีอายุการเก็บรักษาต้นพันธุ์แตกต่างกัน                            '''ดังตารางที่ 1'''[[ไฟล์:ท่อนพันธุ์สะอาด.jpg|thumb|424x424px|'''ภาพที่ 1''' แสดงวิธีการเก็บรักษาต้นพันธุ์ที่ดี]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
'''ตารางที่ 1''' อายุการเก็บรักษาต้นพันธุ์ของมันสำปะหลังพันธุ์ต่าง ๆ&lt;br /&gt;
{| class=&amp;quot;wikitable&amp;quot;&lt;br /&gt;
|'''พันธุ์'''&lt;br /&gt;
|'''ระยะเวลาเก็บรักษาต้นพันธุ์'''&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ระยอง 90&lt;br /&gt;
|ไม่ควรเกิน 15 วัน&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ระยอง 5 ระยอง 9 และห้วยบง 60&lt;br /&gt;
|ไม่ควรเกิน 30 วัน&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ระยอง 11 ระยอง  72  เกษตรศาสตร์ 50  และห้วยบง 80&lt;br /&gt;
|ไม่ควรเกิน 45 วัน&lt;br /&gt;
|}&lt;br /&gt;
== '''ส่วนของต้นพันธุ์ที่ใช้''' ==&lt;br /&gt;
ส่วนของต้นพันธุ์ที่ใช้ปลูกมักใช้ส่วนกลางค่อนมาทางส่วนโคน ซึ่งจะมีเปอร์เซ็นต์ความงอกสูงกว่าการปลูกโดยใช้ส่วนปลายหรือส่วนยอด ไม่ควรใช้ส่วนของกิ่งมาปลูกเนื่องจากมีความงอกและความอยู่รอดต่ำกว่าส่วนของลำต้น ในการเตรียมท่อนพันธุ์ควรตัดส่วนปลายต้นที่มีตาห่าง ส่วนโคนต้นที่มีตาถี่มาก และส่วนที่มีบาดแผลจากการถูกสารกำจัดวัชพืชในช่วงที่ต้นยังเล็กทิ้ง &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== '''ขนาดและความยาวท่อนพันธุ์''' &amp;lt;ref name=&amp;quot;:0&amp;quot; /&amp;gt; ==&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Image s3.png|thumb|'''ภาพที่ 2''' แสดงขนาดของท่อนพันธุ์ที่เหมาะสำหรับปลูกจะมีเส้นผ่าศูนย์กลางใกล้เคียงกับเหรียญ 5 หรือ 10 บาท|293x293px]]ท่อนพันธุ์ที่สมบูรณ์ แข็งแรง และมีขนาดพอเหมาะสำหรับปลูกควรมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1.5 – 2.5 เซนติเมตร และมีความยาวท่อนพันธุ์ประมาณ 20 – 30  เซนติเมตร มีตาอยู่ประมาณ 5 – 6  ตาต่อ 1 ท่อนพันธุ์ การปลูกมันสำปะหลังในช่วงต้นฤดูฝนควรใช้ท่อนพันธุ์ยาว 20 – 25  เซนติเมตร ส่วนในช่วงปลายฤดูฝนใช้ท่อนพันธุ์ยาว 25 – 30  เซนติเมตร จึงจะให้เปอร์เซ็นต์ความงอกและความอยู่รอดสูง โดยปกติส่วนปลาย ของท่อนพันธุ์จะสูญเสียความชื้นจากสภาพอากาศที่ร้อนและแห้ง ทำให้ท่อนพันธุ์เริ่มแห้งจากส่วนปลายลงมา การใช้ท่อนพันธุ์ยาวในการปลูกมีข้อดี คือ มีจำนวนตาบนท่อนพันธุ์มากกว่าและถึงแม้ท่อนพันธุ์จะมีการแห้งจากยอด แต่ยังมีตาที่เหลือถัดลงมาซึ่งสามารถงอกได้ นอกจากนี้การใช้ท่อนพันธุ์ยาวยังช่วยลดความเสียหายจากการใช้สารกำจัดวัชพืชขณะที่ต้นยังเล็กได้มากกว่าการใช้ท่อนพันธุ์สั้น &lt;br /&gt;
== '''ต้นพันธุ์ที่ปราศจากโรคและแมลง''' &amp;lt;ref name=&amp;quot;:0&amp;quot; /&amp;gt; ==&lt;br /&gt;
ต้นพันธุ์ที่นำมาปลูกควรปลอดจากโรคและแมลง เช่น โรคใบด่าง ซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัส หรือ โรคใบไหม้ ซึ่งเกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในท่อน้ำท่ออาหารภายในลำต้น โดยสามารถสังเกตอาการจากแปลงปลูกเดิมว่ามีต้นมันสำปะหลังที่เป็นโรคดังกล่าวหรือไม่ หากมีไม่ควรนำไปปลูกต่อ ควรนำไปเผาทำลายทิ้งและไม่ควรไถกลบเศษซากต้นลงไปในดินเนื่องจากเชื้อจะสะสมอยู่ในดินต่อไป นอกจากนี้หากบริเวณผิวของลำต้นมีเพลี้ยแป้งหรือเพลี้ยหอยอาศัยอยู่ก็ไม่ควรนำต้นพันธุ์นั้นมาใช้ปลูกเช่นกัน หรือต้นพันธุ์ที่ได้รับความเสียหายจากการใช้สารเคมีกำจัดวัชพืช เช่น สารพาราควอต ซึ่งเมื่อฉีดพ่นโดนบริเวณที่มีสีเขียวของลำต้นในช่วงอายุ 1 – 4 เดือนหลังปลูก พอลำต้นแก่ เปลือกลำต้นจะมีสีดำ แห้ง และปริแตก ไม่ควรนำมาใช้เป็นท่อนพันธุ์เนื่องจากมีเปอร์เซ็นต์ความงอกต่ำ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== '''ความบริสุทธิ์ของต้นพันธุ์''' &amp;lt;ref name=&amp;quot;:0&amp;quot; /&amp;gt; ==&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Image s4.png|thumb|614x614px|'''ภาพที่ 3''' แสดงการตรวจสอบพันธุ์ปนและความสมบูรณ์]]การจัดหาต้นพันธุ์มันสำปะหลังควรซื้อจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ และการจัดซื้อควรมีขั้นตอนการตรวจสอบพันธุ์ปนทุกครั้ง โดยตรวจสอบพันธุ์ปน 2 ครั้ง โดยครั้งที่ 1 เป็นการสุ่มตรวจในแปลงก่อนตัดต้นพันธุ์โดยให้มีพันธุ์ปนไม่เกิน 5 เปอร์เซ็นต์ และตรวจสอบครั้งที่ 2 หลังการตัดต้นพันธุ์ เป็นการสุ่มตรวจในกองต้นพันธุ์ซึ่งควรมีพันธุ์ปนไม่เกิน 2 เปอร์เซ็นต์ ดังนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''วิธีการตรวจสอบพันธุ์ปนในแปลงก่อนตัดต้นพันธุ์'''&lt;br /&gt;
ควรดำเนินการในช่วงที่มันสำปะหลังมีอายุประมาณ 1 – 2 เดือนหลังปลูก เนื่องจากต้นยังเล็กและสามารถจำแนกพันธุ์ได้ง่ายกว่าช่วงอายุอื่น ๆ โดยใช้ลักษณะสียอดอ่อน และสีก้านใบในการจำแนกพันธุ์เป็นหลัก หรืออาจทำพร้อมกับการตรวจสอบความงอก โดยสุ่มตรวจเป็นจุด จุดละ 100 ต้น แปลงขนาด 25 ไร่ ควรสุ่มตรวจอย่างน้อย 5 จุด แล้วหาค่าเฉลี่ยของเปอร์เซ็นต์พันธุ์ปนในแปลงนั้น ๆ การตรวจสอบพันธุ์ปนในช่วงนี้จะเป็นประโยชน์ในการวางแผนจัดการด้านแรงงานที่ต้องใช้ในการคัดพันธุ์ปนทิ้งเพื่อให้ได้แปลงพันธุ์ที่บริสุทธิ์ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
กรณีการตรวจสอบพันธุ์ปนในแปลงขายต้นพันธุ์ ควรดำเนินการในช่วงก่อนการตัดต้นออกจากแปลงโดยใช้ลักษณะทรงต้น สีลำต้น ความนูนของรอยแผลก้านใบในการจำแนกพันธุ์เป็นหลัก วิธีการคือควรสุ่มตรวจอย่างน้อย 5 จุด จุดละ 100 ต้น ถ้าแปลงมีขนาด 25 ไร่ แล้วหาค่าเฉลี่ย โดยให้มีพันธุ์ปนได้ไม่เกิน 5 เปอร์เซ็นต์ หากมีเปอร์เซ็นต์พันธุ์ปนสูงกว่านี้จะทำให้การคัดพันธุ์ปนทั้งหมดทิ้งหลังซื้อทำได้ยาก และต้องสิ้นเปลืองค่าแรงงานในการคัดพันธุ์ปนในแปลงปลูกใหม่ จึงไม่ควรจัดซื้อต้นพันธุ์จากแปลงดังกล่าว&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''วิธีการตรวจสอบพันธุ์ปนในกองต้นพันธุ์หรือหลังการตัดต้นพันธุ์'''&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ในกรณีที่เป็นการซื้อต้นพันธุ์ที่ตัดไว้แล้ว สามารถตรวจสอบพันธุ์ปนในกองต้นพันธุ์ได้โดยใช้ลักษณะสีลำต้น และความนูนของรอยแผลก้านใบในการจำแนกพันธุ์เป็นหลัก โดยสุ่มจากมัดของต้นพันธุ์ที่อยู่ในกองมากองละ 4 มัด โดยปกติ 1 มัดจะมีต้นพันธุ์ 25 ลำ ดังนั้นจะได้ต้นพันธุ์ 100 ลำ แล้วตรวจสอบว่ามีจำนวนต้นพันธุ์ปนเท่าใด เพื่อคำนวณเป็นเปอร์เซ็นต์พันธุ์ปนของกองนั้น ๆ โดยไม่ควรมีพันธุ์ปนเกิน 2 เปอร์เซ็นต์ กรณีที่ซื้อต้นพันธุ์ในปริมาณมากไม่สามารถตรวจสอบทุกกองได้ ควรสุ่มในปริมาณที่มากพอและทั่วถึงเพื่อให้เป็นตัวแทนของต้นพันธุ์ทั้งหมด&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
กรณีพื้นที่ปลูกขนาดใหญ่ ควรสร้างแปลงขยายพันธุ์ดีไว้ใช้เองในพื้นที่ หรือขยายพันธุ์เพื่อแจกจ่ายเกษตรกรลูกไร่ของตน โดยเริ่มต้นจากการจัดซื้อพันธุ์ดีจากแหล่งที่เชื่อถือได้มาปลูก และจัดเจ้าหน้าที่หรือนักวิชาการเกษตรสำหรับคัดพันธุ์ปนทิ้งในช่วงที่มันสำปะหลังอายุประมาณ 1 – 2  เดือนหลังปลูก ซึ่งเป็นช่วงที่สามารถจำแนกพันธุ์ได้ง่ายและทำได้สะดวกรวดเร็วกว่าช่วงที่มันสำปะหลังมีอายุมาก นอกจากการตรวจสอบพันธุ์ปนแล้ว ควรตรวจสอบคุณภาพต้นพันธุ์ไปพร้อมกันด้วย เช่น ขนาดและความยาวของต้นพันธุ์ อายุการเก็บรักษาต้นพันธุ์หลังการตัด ความสมบูรณ์ของตา โรคและแมลงที่ติดมากับท่อนพันธุ์ เป็นต้น &lt;br /&gt;
== อ้างอิง ==&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>บงกฤช จันทรารัตนสกุล</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C&amp;diff=837</id>
		<title>คุณภาพต้นพันธุ์</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C&amp;diff=837"/>
		<updated>2021-11-23T14:02:11Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;บงกฤช จันทรารัตนสกุล: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;การเลือกใช้ต้นพันธุ์ที่สมบูรณ์ คุณภาพดี ปราศจากแมลงศัตรูพืช และโรคระบาด เป็นเรื่องที่มีความสำคัญ นอกเหนือจากการเลือกใช้วิธีการเขตกรรมต่าง ๆ เนื่องจากท่อนพันธุ์ที่สมบูรณ์จะมีผลต่อความงอกและความอยู่รอดของมันสำปะหลังในแปลง เพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายดังกล่าว จึงควรตรวจสอบความงอกภายใน 2 - 3 สัปดาห์หลังปลูกแล้วเร่งปลูกซ่อมทันที การปลูกซ่อมช้าจะทำให้ต้นจากท่อนพันธุ์ที่ปลูกซ่อมเจริญเติบโตไม่ทันต้นที่ปลูกก่อน ส่งผลให้ผลผลิตต่อพื้นที่ลดลง อย่างไรก็ตามการปลูกซ่อมต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมทั้งด้านต้นพันธุ์และแรงงาน จึงควรเลือกใช้ต้นพันธุ์ที่สมบูรณ์ที่สุดมาปลูกเพื่อให้มีความงอกและความอยู่รอดสูงสุด ข้อควรพิจารณาในการเลือกใช้ต้นพันธุ์คุณภาพดี มีดังนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== '''อายุต้นมันสำปะหลัง''' ==&lt;br /&gt;
ต้นพันธุ์ที่มีคุณภาพดี ควรมีอายุประมาณ 8 – 14 เดือน อาจสังเกตได้จากสีของลำต้นที่เปลี่ยนเป็นสีเข้ม หลีกเลี่ยงการใช้ต้นพันธุ์จากแหล่งที่มีโรคหรือแมลงระบาด หรือตรวจสอบว่าต้นพันธุ์ไม่มีโรคและแมลงติดมาด้วย&amp;lt;ref&amp;gt;ศูนย์วิจัยมันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์เทคโนธานี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี. การเพิ่มผลผลิตมันสำปะหลัง ด้วยวิธีการเลือกใช้ต้นพันธุ์ที่สมบูรณ์. สืบค้นเมื่อ 5 เมษายน 2564. จาก &amp;lt;nowiki&amp;gt;http://web.sut.ac.th/cassava/?name=14cas_plant&amp;amp;file=readknowledge&amp;amp;id=59&amp;lt;/nowiki&amp;gt; &amp;lt;/ref&amp;gt; เช่น โรคใบด่างมันสำปะหลังที่เกิดจากเชื้อไวรัสในสกุล ''Begomovirus'' และมีแมลงหวี่ขาวยาสูบเป็นพาหะ สังเกตุได้จากใบและลำต้น ใบด่างและใบหงิก เสียรูปทรง อาการด่างมีหลายแบบ เช่น ด่างเขียวซีดสลับเขียวเข้ม ด่างเหลือสลับเขียว ใบหงิก หรือ หงิกเหลือง ใบย่อยบิดเบี้ยวหงิกงอ โค้งเสียรูปทรง ใบอ่อนและใบที่เจริญใหม่มีขนาดเล็กลง ยอดหงิก ต้นแคระแกร็น&amp;lt;ref&amp;gt;https://www.doa.go.th/fc/rayong/?p=530&amp;lt;/ref&amp;gt; แต่ละส่วนของต้นพันธุ์มันสำปะหลังมีเปอร์เซ็นต์การอยู่รอดไม่เท่ากัน โดยพบว่าท่อนพันธุ์จากส่วนกลางของต้นจะมีเปอร์เซ็นต์อยู่รอด 69 – 84 เปอร์เซ็นต์ แต่ท่อนพันธุ์จากส่วนปลายของลำต้นมีเปอร์เซ็นต์อยู่รอดเพียง 35 เปอร์เซ็นต์&amp;lt;ref&amp;gt;จรุงสิทธิ์ ลิ่มศิลา และคณะ. 2547. เอกสารวิชาการมันสำปะหลัง. สถาบันวิจัยพืชไร่ กรมวิชาการเกษตร. หจก. ไอเดีย สแควร์ กรุงเทพฯ&amp;lt;/ref&amp;gt; ต้นพันธุ์ที่มีอายุน้อยกว่า 8 เดือน เมื่อนำไปปลูกในแปลงจะสูญเสียความชื้นง่าย มีความงอกต่ำ ส่วนต้นพันธุ์ที่อายุ 14 เดือนขึ้นไป จะมีอัตราการงอกต่ำ งอกช้า รากน้อย เจริญเติบโตช้า และให้ผลผลิตต่ำ เมื่อต้นพันธุ์มีอายุมากจะมีสีน้ำตาลเข้ม มีขนาดใหญ่ แตกกิ่งมาก ซึ่งกิ่งที่แตกในระดับแรกอาจใช้เป็นท่อนพันธุ์ได้ แต่ต้องพิจารณาให้ดีว่ากิ่งดังกล่าวมีอายุพอเหมาะ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== '''อายุการเก็บรักษาต้นพันธุ์หลังการตัดต้น''' &amp;lt;ref name=&amp;quot;:0&amp;quot;&amp;gt;มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. (2556) เทคโนโลยี 52 สัปดาห์ มันสำปะหลัง. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์:กรุงเทพฯ.&amp;lt;/ref&amp;gt; ==&lt;br /&gt;
เกษตรกรควรใช้ต้นพันธุ์ที่สดใหม่ ตัดแล้วนำมาปลูกทันที หากต้องการเก็บต้นพันธุ์ไว้รอปลูก ให้รีบนำต้นพันธุ์ออกจากแปลงเพื่อป้องกันแดดเผาต้น นำมาเก็บรักษาโดยใช้วิธีมัดต้นพันธุ์แล้วนำมาวางตั้งเป็นกองให้ส่วนโคนของต้นสัมผัสผิวดิน '''ดังภาพที่ 1''' เมื่อเก็บไว้นาน ตาบนต้นพันธุ์จะแตกยอดอ่อนออกมา เกษตรกรควรตัดท่อนพันธุ์ส่วนที่แตกยอดอ่อนทิ้ง และเลือกเฉพาะส่วนที่ไม่มีการแตกยอดอ่อนไปปลูก วิธีนี้จะช่วยเก็บรักษาต้นพันธุ์ให้คงความสดไว้ได้นานกว่าการเก็บด้วยวิธีอื่น ๆ และสามารถเก็บไว้ได้นานถึง 2 เดือน อย่างไรก็ตามระยะเวลาในการเก็บรักษาต้นพันธุ์ยิ่งนานเท่าใด ส่วนของต้นพันธุ์ที่จะตัดเป็นท่อนพันธุ์ได้จะยิ่งน้อยลง และความงอกของท่อนพันธุ์ก็จะลดลงด้วย ดังนั้นท่อนพันธุ์ที่ดีไม่ควรเก็บไว้นานเกิน 15 – 30 วัน และแต่ละพันธุ์จะมีอายุการเก็บรักษาต้นพันธุ์แตกต่างกัน                            '''ดังตารางที่ 1'''[[ไฟล์:ท่อนพันธุ์สะอาด.jpg|thumb|424x424px|'''ภาพที่ 1''' แสดงวิธีการเก็บรักษาต้นพันธุ์ที่ดี]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
'''ตารางที่ 1''' อายุการเก็บรักษาต้นพันธุ์ของมันสำปะหลังพันธุ์ต่าง ๆ&lt;br /&gt;
{| class=&amp;quot;wikitable&amp;quot;&lt;br /&gt;
|'''พันธุ์'''&lt;br /&gt;
|'''ระยะเวลาเก็บรักษาต้นพันธุ์'''&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ระยอง 90&lt;br /&gt;
|ไม่ควรเกิน 15 วัน&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ระยอง 5 ระยอง 9 และห้วยบง 60&lt;br /&gt;
|ไม่ควรเกิน 30 วัน&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ระยอง 11 ระยอง  72  เกษตรศาสตร์ 50  และห้วยบง 80&lt;br /&gt;
|ไม่ควรเกิน 45 วัน&lt;br /&gt;
|}&lt;br /&gt;
== '''ส่วนของต้นพันธุ์ที่ใช้''' ==&lt;br /&gt;
ส่วนของต้นพันธุ์ที่ใช้ปลูกมักใช้ส่วนกลางค่อนมาทางส่วนโคน ซึ่งจะมีเปอร์เซ็นต์ความงอกสูงกว่าการปลูกโดยใช้ส่วนปลายหรือส่วนยอด ไม่ควรใช้ส่วนของกิ่งมาปลูกเนื่องจากมีความงอกและความอยู่รอดต่ำกว่าส่วนของลำต้น ในการเตรียมท่อนพันธุ์ควรตัดส่วนปลายต้นที่มีตาห่าง ส่วนโคนต้นที่มีตาถี่มาก และส่วนที่มีบาดแผลจากการถูกสารกำจัดวัชพืชในช่วงที่ต้นยังเล็กทิ้ง &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== '''ขนาดและความยาวท่อนพันธุ์''' &amp;lt;ref name=&amp;quot;:0&amp;quot; /&amp;gt; ==&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Image s3.png|thumb|'''ภาพที่ 2''' แสดงขนาดของท่อนพันธุ์ที่เหมาะสำหรับปลูกจะมีเส้นผ่าศูนย์กลางใกล้เคียงกับเหรียญ 5 หรือ 10 บาท|293x293px]]ท่อนพันธุ์ที่สมบูรณ์ แข็งแรง และมีขนาดพอเหมาะสำหรับปลูกควรมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1.5 – 2.5 เซนติเมตร และมีความยาวท่อนพันธุ์ประมาณ 20 – 30  เซนติเมตร มีตาอยู่ประมาณ 5 – 6  ตาต่อ 1 ท่อนพันธุ์ การปลูกมันสำปะหลังในช่วงต้นฤดูฝนควรใช้ท่อนพันธุ์ยาว 20 – 25  เซนติเมตร ส่วนในช่วงปลายฤดูฝนใช้ท่อนพันธุ์ยาว 25 – 30  เซนติเมตร จึงจะให้เปอร์เซ็นต์ความงอกและความอยู่รอดสูง โดยปกติส่วนปลาย ของท่อนพันธุ์จะสูญเสียความชื้นจากสภาพอากาศที่ร้อนและแห้ง ทำให้ท่อนพันธุ์เริ่มแห้งจากส่วนปลายลงมา การใช้ท่อนพันธุ์ยาวในการปลูกมีข้อดี คือ มีจำนวนตาบนท่อนพันธุ์มากกว่าและถึงแม้ท่อนพันธุ์จะมีการแห้งจากยอด แต่ยังมีตาที่เหลือถัดลงมาซึ่งสามารถงอกได้ นอกจากนี้การใช้ท่อนพันธุ์ยาวยังช่วยลดความเสียหายจากการใช้สารกำจัดวัชพืชขณะที่ต้นยังเล็กได้มากกว่าการใช้ท่อนพันธุ์สั้น &lt;br /&gt;
== '''ต้นพันธุ์ที่ปราศจากโรคและแมลง''' &amp;lt;ref name=&amp;quot;:0&amp;quot; /&amp;gt; ==&lt;br /&gt;
ต้นพันธุ์ที่นำมาปลูกควรปลอดจากโรคและแมลง เช่น โรคใบด่าง ซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัส หรือ โรคใบไหม้ ซึ่งเกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในท่อน้ำท่ออาหารภายในลำต้น โดยสามารถสังเกตอาการจากแปลงปลูกเดิมว่ามีต้นมันสำปะหลังที่เป็นโรคดังกล่าวหรือไม่ หากมีไม่ควรนำไปปลูกต่อ ควรนำไปเผาทำลายทิ้งและไม่ควรไถกลบเศษซากต้นลงไปในดินเนื่องจากเชื้อจะสะสมอยู่ในดินต่อไป นอกจากนี้หากบริเวณผิวของลำต้นมีเพลี้ยแป้งหรือเพลี้ยหอยอาศัยอยู่ก็ไม่ควรนำต้นพันธุ์นั้นมาใช้ปลูกเช่นกัน หรือต้นพันธุ์ที่ได้รับความเสียหายจากการใช้สารเคมีกำจัดวัชพืช เช่น สารพาราควอต ซึ่งเมื่อฉีดพ่นโดนบริเวณที่มีสีเขียวของลำต้นในช่วงอายุ 1 – 4 เดือนหลังปลูก พอลำต้นแก่ เปลือกลำต้นจะมีสีดำ แห้ง และปริแตก ไม่ควรนำมาใช้เป็นท่อนพันธุ์เนื่องจากมีเปอร์เซ็นต์ความงอกต่ำ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== '''ความบริสุทธิ์ของต้นพันธุ์''' &amp;lt;ref name=&amp;quot;:0&amp;quot; /&amp;gt; ==&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Image s4.png|thumb|614x614px|'''ภาพที่ 3''' แสดงการตรวจสอบพันธุ์ปนและความสมบูรณ์]]การจัดหาต้นพันธุ์มันสำปะหลังควรซื้อจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ และการจัดซื้อควรมีขั้นตอนการตรวจสอบพันธุ์ปนทุกครั้ง โดยตรวจสอบพันธุ์ปน 2 ครั้ง โดยครั้งที่ 1 เป็นการสุ่มตรวจในแปลงก่อนตัดต้นพันธุ์โดยให้มีพันธุ์ปนไม่เกิน 5 เปอร์เซ็นต์ และตรวจสอบครั้งที่ 2 หลังการตัดต้นพันธุ์ เป็นการสุ่มตรวจในกองต้นพันธุ์ซึ่งควรมีพันธุ์ปนไม่เกิน 2 เปอร์เซ็นต์ ดังนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''วิธีการตรวจสอบพันธุ์ปนในแปลงก่อนตัดต้นพันธุ์'''&lt;br /&gt;
ควรดำเนินการในช่วงที่มันสำปะหลังมีอายุประมาณ 1 – 2 เดือนหลังปลูก เนื่องจากต้นยังเล็กและสามารถจำแนกพันธุ์ได้ง่ายกว่าช่วงอายุอื่น ๆ โดยใช้ลักษณะสียอดอ่อน และสีก้านใบในการจำแนกพันธุ์เป็นหลัก หรืออาจทำพร้อมกับการตรวจสอบความงอก โดยสุ่มตรวจเป็นจุด จุดละ 100 ต้น แปลงขนาด 25 ไร่ ควรสุ่มตรวจอย่างน้อย 5 จุด แล้วหาค่าเฉลี่ยของเปอร์เซ็นต์พันธุ์ปนในแปลงนั้น ๆ การตรวจสอบพันธุ์ปนในช่วงนี้จะเป็นประโยชน์ในการวางแผนจัดการด้านแรงงานที่ต้องใช้ในการคัดพันธุ์ปนทิ้งเพื่อให้ได้แปลงพันธุ์ที่บริสุทธิ์ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
กรณีการตรวจสอบพันธุ์ปนในแปลงขายต้นพันธุ์ ควรดำเนินการในช่วงก่อนการตัดต้นออกจากแปลงโดยใช้ลักษณะทรงต้น สีลำต้น ความนูนของรอยแผลก้านใบในการจำแนกพันธุ์เป็นหลัก วิธีการคือควรสุ่มตรวจอย่างน้อย 5 จุด จุดละ 100 ต้น ถ้าแปลงมีขนาด 25 ไร่ แล้วหาค่าเฉลี่ย โดยให้มีพันธุ์ปนได้ไม่เกิน 5 เปอร์เซ็นต์ หากมีเปอร์เซ็นต์พันธุ์ปนสูงกว่านี้จะทำให้การคัดพันธุ์ปนทั้งหมดทิ้งหลังซื้อทำได้ยาก และต้องสิ้นเปลืองค่าแรงงานในการคัดพันธุ์ปนในแปลงปลูกใหม่ จึงไม่ควรจัดซื้อต้นพันธุ์จากแปลงดังกล่าว&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''วิธีการตรวจสอบพันธุ์ปนในกองต้นพันธุ์หรือหลังการตัดต้นพันธุ์'''&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ในกรณีที่เป็นการซื้อต้นพันธุ์ที่ตัดไว้แล้ว สามารถตรวจสอบพันธุ์ปนในกองต้นพันธุ์ได้โดยใช้ลักษณะสีลำต้น และความนูนของรอยแผลก้านใบในการจำแนกพันธุ์เป็นหลัก โดยสุ่มจากมัดของต้นพันธุ์ที่อยู่ในกองมากองละ 4 มัด โดยปกติ 1 มัดจะมีต้นพันธุ์ 25 ลำ ดังนั้นจะได้ต้นพันธุ์ 100 ลำ แล้วตรวจสอบว่ามีจำนวนต้นพันธุ์ปนเท่าใด เพื่อคำนวณเป็นเปอร์เซ็นต์พันธุ์ปนของกองนั้น ๆ โดยไม่ควรมีพันธุ์ปนเกิน 2 เปอร์เซ็นต์ กรณีที่ซื้อต้นพันธุ์ในปริมาณมากไม่สามารถตรวจสอบทุกกองได้ ควรสุ่มในปริมาณที่มากพอและทั่วถึงเพื่อให้เป็นตัวแทนของต้นพันธุ์ทั้งหมด&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
กรณีพื้นที่ปลูกขนาดใหญ่ ควรสร้างแปลงขยายพันธุ์ดีไว้ใช้เองในพื้นที่ หรือขยายพันธุ์เพื่อแจกจ่ายเกษตรกรลูกไร่ของตน โดยเริ่มต้นจากการจัดซื้อพันธุ์ดีจากแหล่งที่เชื่อถือได้มาปลูก และจัดเจ้าหน้าที่หรือนักวิชาการเกษตรสำหรับคัดพันธุ์ปนทิ้งในช่วงที่มันสำปะหลังอายุประมาณ 1 – 2  เดือนหลังปลูก ซึ่งเป็นช่วงที่สามารถจำแนกพันธุ์ได้ง่ายและทำได้สะดวกรวดเร็วกว่าช่วงที่มันสำปะหลังมีอายุมาก นอกจากการตรวจสอบพันธุ์ปนแล้ว ควรตรวจสอบคุณภาพต้นพันธุ์ไปพร้อมกันด้วย เช่น ขนาดและความยาวของต้นพันธุ์ อายุการเก็บรักษาต้นพันธุ์หลังการตัด ความสมบูรณ์ของตา โรคและแมลงที่ติดมากับท่อนพันธุ์ เป็นต้น &lt;br /&gt;
== อ้างอิง ==&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>บงกฤช จันทรารัตนสกุล</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C&amp;diff=836</id>
		<title>คุณภาพต้นพันธุ์</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C&amp;diff=836"/>
		<updated>2021-11-23T13:42:59Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;บงกฤช จันทรารัตนสกุล: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;การเลือกใช้ต้นพันธุ์ที่สมบูรณ์ คุณภาพดี ปราศจากแมลงศัตรูพืช และโรคระบาด เป็นเรื่องที่มีความสำคัญ นอกเหนือจากการเลือกใช้วิธีการเขตกรรมต่าง ๆ เนื่องจากท่อนพันธุ์ที่สมบูรณ์จะมีผลต่อความงอกและความอยู่รอดของมันสำปะหลังในแปลง เพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายดังกล่าว จึงควรตรวจสอบความงอกภายใน 2 - 3 สัปดาห์หลังปลูกแล้วเร่งปลูกซ่อมทันที การปลูกซ่อมช้าจะทำให้ต้นจากท่อนพันธุ์ที่ปลูกซ่อมเจริญเติบโตไม่ทันต้นที่ปลูกก่อน ส่งผลให้ผลผลิตต่อพื้นที่ลดลง อย่างไรก็ตามการปลูกซ่อมต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมทั้งด้านต้นพันธุ์และแรงงาน จึงควรเลือกใช้ต้นพันธุ์ที่สมบูรณ์ที่สุดมาปลูกเพื่อให้มีความงอกและความอยู่รอดสูงสุด ข้อควรพิจารณาในการเลือกใช้ต้นพันธุ์คุณภาพดี มีดังนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== '''อายุต้นมันสำปะหลัง''' ==&lt;br /&gt;
ต้นพันธุ์ที่มีคุณภาพดี ควรมีอายุประมาณ 8 – 14 เดือน อาจสังเกตได้จากสีของลำต้นที่เปลี่ยนเป็นสีเข้ม หลีกเลี่ยงการใช้ต้นพันธุ์จากแหล่งที่มีโรคหรือแมลงระบาด หรือตรวจสอบว่าต้นพันธุ์ไม่มีโรคและแมลงติดมาด้วย เช่น โรคใบด่างมันสำปะหลังที่เกิดจากเชื้อไวรัสในสกุล ''Begomovirus'' และมีแมลงหวี่ขาวยาสูบเป็นพาหะ สังเกตุได้จากใบและลำต้น ใบด่างและใบหงิก เสียรูปทรง อาการด่างมีหลายแบบ เช่น ด่างเขียวซีดสลับเขียวเข้ม ด่างเหลือสลับเขียว ใบหงิก หรือ หงิกเหลือง ใบย่อยบิดเบี้ยวหงิกงอ โค้งเสียรูปทรง ใบอ่อนและใบที่เจริญใหม่มีขนาดเล็กลง ยอดหงิก ต้นแคระแกร็น&amp;lt;ref&amp;gt;https://www.doa.go.th/fc/rayong/?p=530&amp;lt;/ref&amp;gt; แต่ละส่วนของต้นพันธุ์มันสำปะหลังมีเปอร์เซ็นต์การอยู่รอดไม่เท่ากัน โดยพบว่าท่อนพันธุ์จากส่วนกลางของต้นจะมีเปอร์เซ็นต์อยู่รอด 69 – 84 เปอร์เซ็นต์ แต่ท่อนพันธุ์จากส่วนปลายของลำต้นมีเปอร์เซ็นต์อยู่รอดเพียง 35 เปอร์เซ็นต์&amp;lt;ref&amp;gt;จรุงสิทธิ์ ลิ่มศิลา และคณะ. 2547. เอกสารวิชาการมันสำปะหลัง. สถาบันวิจัยพืชไร่ กรมวิชาการเกษตร. หจก. ไอเดีย สแควร์ กรุงเทพฯ&amp;lt;/ref&amp;gt; ต้นพันธุ์ที่มีอายุน้อยกว่า 8 เดือน เมื่อนำไปปลูกในแปลงจะสูญเสียความชื้นง่าย มีความงอกต่ำ ส่วนต้นพันธุ์ที่อายุ 14 เดือนขึ้นไป จะมีอัตราการงอกต่ำ งอกช้า รากน้อย เจริญเติบโตช้า และให้ผลผลิตต่ำ เมื่อต้นพันธุ์มีอายุมากจะมีสีน้ำตาลเข้ม มีขนาดใหญ่ แตกกิ่งมาก ซึ่งกิ่งที่แตกในระดับแรกอาจใช้เป็นท่อนพันธุ์ได้ แต่ต้องพิจารณาให้ดีว่ากิ่งดังกล่าวมีอายุพอเหมาะ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== '''อายุการเก็บรักษาต้นพันธุ์หลังการตัดต้น''' &amp;lt;ref name=&amp;quot;:0&amp;quot;&amp;gt;มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. (2556) เทคโนโลยี 52 สัปดาห์ มันสำปะหลัง. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์:กรุงเทพฯ.&amp;lt;/ref&amp;gt; ==&lt;br /&gt;
เกษตรกรควรใช้ต้นพันธุ์ที่สดใหม่ ตัดแล้วนำมาปลูกทันที หากต้องการเก็บต้นพันธุ์ไว้รอปลูก ให้รีบนำต้นพันธุ์ออกจากแปลงเพื่อป้องกันแดดเผาต้น นำมาเก็บรักษาโดยใช้วิธีมัดต้นพันธุ์แล้วนำมาวางตั้งเป็นกองให้ส่วนโคนของต้นสัมผัสผิวดิน '''ดังภาพที่ 1''' เมื่อเก็บไว้นาน ตาบนต้นพันธุ์จะแตกยอดอ่อนออกมา เกษตรกรควรตัดท่อนพันธุ์ส่วนที่แตกยอดอ่อนทิ้ง และเลือกเฉพาะส่วนที่ไม่มีการแตกยอดอ่อนไปปลูก วิธีนี้จะช่วยเก็บรักษาต้นพันธุ์ให้คงความสดไว้ได้นานกว่าการเก็บด้วยวิธีอื่น ๆ และสามารถเก็บไว้ได้นานถึง 2 เดือน อย่างไรก็ตามระยะเวลาในการเก็บรักษาต้นพันธุ์ยิ่งนานเท่าใด ส่วนของต้นพันธุ์ที่จะตัดเป็นท่อนพันธุ์ได้จะยิ่งน้อยลง และความงอกของท่อนพันธุ์ก็จะลดลงด้วย ดังนั้นท่อนพันธุ์ที่ดีไม่ควรเก็บไว้นานเกิน 15 – 30 วัน และแต่ละพันธุ์จะมีอายุการเก็บรักษาต้นพันธุ์แตกต่างกัน                            '''ดังตารางที่ 1'''[[ไฟล์:ท่อนพันธุ์สะอาด.jpg|thumb|424x424px|'''ภาพที่ 1''' แสดงวิธีการเก็บรักษาต้นพันธุ์ที่ดี]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
'''ตารางที่ 1''' อายุการเก็บรักษาต้นพันธุ์ของมันสำปะหลังพันธุ์ต่าง ๆ&lt;br /&gt;
{| class=&amp;quot;wikitable&amp;quot;&lt;br /&gt;
|'''พันธุ์'''&lt;br /&gt;
|'''ระยะเวลาเก็บรักษาต้นพันธุ์'''&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ระยอง 90&lt;br /&gt;
|ไม่ควรเกิน 15 วัน&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ระยอง 5 ระยอง 9 และห้วยบง 60&lt;br /&gt;
|ไม่ควรเกิน 30 วัน&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ระยอง 11 ระยอง  72  เกษตรศาสตร์ 50  และห้วยบง 80&lt;br /&gt;
|ไม่ควรเกิน 45 วัน&lt;br /&gt;
|}&lt;br /&gt;
== '''ส่วนของต้นพันธุ์ที่ใช้''' ==&lt;br /&gt;
ส่วนของต้นพันธุ์ที่ใช้ปลูกมักใช้ส่วนกลางค่อนมาทางส่วนโคน ซึ่งจะมีเปอร์เซ็นต์ความงอกสูงกว่าการปลูกโดยใช้ส่วนปลายหรือส่วนยอด ไม่ควรใช้ส่วนของกิ่งมาปลูกเนื่องจากมีความงอกและความอยู่รอดต่ำกว่าส่วนของลำต้น ในการเตรียมท่อนพันธุ์ควรตัดส่วนปลายต้นที่มีตาห่าง ส่วนโคนต้นที่มีตาถี่มาก และส่วนที่มีบาดแผลจากการถูกสารกำจัดวัชพืชในช่วงที่ต้นยังเล็กทิ้ง &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== '''ขนาดและความยาวท่อนพันธุ์''' &amp;lt;ref name=&amp;quot;:0&amp;quot; /&amp;gt; ==&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Image s3.png|thumb|'''ภาพที่ 2''' แสดงขนาดของท่อนพันธุ์ที่เหมาะสำหรับปลูกจะมีเส้นผ่าศูนย์กลางใกล้เคียงกับเหรียญ 5 หรือ 10 บาท|293x293px]]ท่อนพันธุ์ที่สมบูรณ์ แข็งแรง และมีขนาดพอเหมาะสำหรับปลูกควรมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1.5 – 2.5 เซนติเมตร และมีความยาวท่อนพันธุ์ประมาณ 20 – 30  เซนติเมตร มีตาอยู่ประมาณ 5 – 6  ตาต่อ 1 ท่อนพันธุ์ การปลูกมันสำปะหลังในช่วงต้นฤดูฝนควรใช้ท่อนพันธุ์ยาว 20 – 25  เซนติเมตร ส่วนในช่วงปลายฤดูฝนใช้ท่อนพันธุ์ยาว 25 – 30  เซนติเมตร จึงจะให้เปอร์เซ็นต์ความงอกและความอยู่รอดสูง โดยปกติส่วนปลาย ของท่อนพันธุ์จะสูญเสียความชื้นจากสภาพอากาศที่ร้อนและแห้ง ทำให้ท่อนพันธุ์เริ่มแห้งจากส่วนปลายลงมา การใช้ท่อนพันธุ์ยาวในการปลูกมีข้อดี คือ มีจำนวนตาบนท่อนพันธุ์มากกว่าและถึงแม้ท่อนพันธุ์จะมีการแห้งจากยอด แต่ยังมีตาที่เหลือถัดลงมาซึ่งสามารถงอกได้ นอกจากนี้การใช้ท่อนพันธุ์ยาวยังช่วยลดความเสียหายจากการใช้สารกำจัดวัชพืชขณะที่ต้นยังเล็กได้มากกว่าการใช้ท่อนพันธุ์สั้น &lt;br /&gt;
== '''ต้นพันธุ์ที่ปราศจากโรคและแมลง''' &amp;lt;ref name=&amp;quot;:0&amp;quot; /&amp;gt; ==&lt;br /&gt;
ต้นพันธุ์ที่นำมาปลูกควรปลอดจากโรคและแมลง เช่น โรคใบด่าง ซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัส หรือ โรคใบไหม้ ซึ่งเกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในท่อน้ำท่ออาหารภายในลำต้น โดยสามารถสังเกตอาการจากแปลงปลูกเดิมว่ามีต้นมันสำปะหลังที่เป็นโรคดังกล่าวหรือไม่ หากมีไม่ควรนำไปปลูกต่อ ควรนำไปเผาทำลายทิ้งและไม่ควรไถกลบเศษซากต้นลงไปในดินเนื่องจากเชื้อจะสะสมอยู่ในดินต่อไป นอกจากนี้หากบริเวณผิวของลำต้นมีเพลี้ยแป้งหรือเพลี้ยหอยอาศัยอยู่ก็ไม่ควรนำต้นพันธุ์นั้นมาใช้ปลูกเช่นกัน หรือต้นพันธุ์ที่ได้รับความเสียหายจากการใช้สารเคมีกำจัดวัชพืช เช่น สารพาราควอต ซึ่งเมื่อฉีดพ่นโดนบริเวณที่มีสีเขียวของลำต้นในช่วงอายุ 1 – 4 เดือนหลังปลูก พอลำต้นแก่ เปลือกลำต้นจะมีสีดำ แห้ง และปริแตก ไม่ควรนำมาใช้เป็นท่อนพันธุ์เนื่องจากมีเปอร์เซ็นต์ความงอกต่ำ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== '''ความบริสุทธิ์ของต้นพันธุ์''' &amp;lt;ref name=&amp;quot;:0&amp;quot; /&amp;gt; ==&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Image s4.png|thumb|614x614px|'''ภาพที่ 3''' แสดงการตรวจสอบพันธุ์ปนและความสมบูรณ์]]การจัดหาต้นพันธุ์มันสำปะหลังควรซื้อจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ และการจัดซื้อควรมีขั้นตอนการตรวจสอบพันธุ์ปนทุกครั้ง โดยตรวจสอบพันธุ์ปน 2 ครั้ง โดยครั้งที่ 1 เป็นการสุ่มตรวจในแปลงก่อนตัดต้นพันธุ์โดยให้มีพันธุ์ปนไม่เกิน 5 เปอร์เซ็นต์ และตรวจสอบครั้งที่ 2 หลังการตัดต้นพันธุ์ เป็นการสุ่มตรวจในกองต้นพันธุ์ซึ่งควรมีพันธุ์ปนไม่เกิน 2 เปอร์เซ็นต์ ดังนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''วิธีการตรวจสอบพันธุ์ปนในแปลงก่อนตัดต้นพันธุ์'''&lt;br /&gt;
ควรดำเนินการในช่วงที่มันสำปะหลังมีอายุประมาณ 1 – 2 เดือนหลังปลูก เนื่องจากต้นยังเล็กและสามารถจำแนกพันธุ์ได้ง่ายกว่าช่วงอายุอื่น ๆ โดยใช้ลักษณะสียอดอ่อน และสีก้านใบในการจำแนกพันธุ์เป็นหลัก หรืออาจทำพร้อมกับการตรวจสอบความงอก โดยสุ่มตรวจเป็นจุด จุดละ 100 ต้น แปลงขนาด 25 ไร่ ควรสุ่มตรวจอย่างน้อย 5 จุด แล้วหาค่าเฉลี่ยของเปอร์เซ็นต์พันธุ์ปนในแปลงนั้น ๆ การตรวจสอบพันธุ์ปนในช่วงนี้จะเป็นประโยชน์ในการวางแผนจัดการด้านแรงงานที่ต้องใช้ในการคัดพันธุ์ปนทิ้งเพื่อให้ได้แปลงพันธุ์ที่บริสุทธิ์ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
กรณีการตรวจสอบพันธุ์ปนในแปลงขายต้นพันธุ์ ควรดำเนินการในช่วงก่อนการตัดต้นออกจากแปลงโดยใช้ลักษณะทรงต้น สีลำต้น ความนูนของรอยแผลก้านใบในการจำแนกพันธุ์เป็นหลัก วิธีการคือควรสุ่มตรวจอย่างน้อย 5 จุด จุดละ 100 ต้น ถ้าแปลงมีขนาด 25 ไร่ แล้วหาค่าเฉลี่ย โดยให้มีพันธุ์ปนได้ไม่เกิน 5 เปอร์เซ็นต์ หากมีเปอร์เซ็นต์พันธุ์ปนสูงกว่านี้จะทำให้การคัดพันธุ์ปนทั้งหมดทิ้งหลังซื้อทำได้ยาก และต้องสิ้นเปลืองค่าแรงงานในการคัดพันธุ์ปนในแปลงปลูกใหม่ จึงไม่ควรจัดซื้อต้นพันธุ์จากแปลงดังกล่าว&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''วิธีการตรวจสอบพันธุ์ปนในกองต้นพันธุ์หรือหลังการตัดต้นพันธุ์'''&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ในกรณีที่เป็นการซื้อต้นพันธุ์ที่ตัดไว้แล้ว สามารถตรวจสอบพันธุ์ปนในกองต้นพันธุ์ได้โดยใช้ลักษณะสีลำต้น และความนูนของรอยแผลก้านใบในการจำแนกพันธุ์เป็นหลัก โดยสุ่มจากมัดของต้นพันธุ์ที่อยู่ในกองมากองละ 4 มัด โดยปกติ 1 มัดจะมีต้นพันธุ์ 25 ลำ ดังนั้นจะได้ต้นพันธุ์ 100 ลำ แล้วตรวจสอบว่ามีจำนวนต้นพันธุ์ปนเท่าใด เพื่อคำนวณเป็นเปอร์เซ็นต์พันธุ์ปนของกองนั้น ๆ โดยไม่ควรมีพันธุ์ปนเกิน 2 เปอร์เซ็นต์ กรณีที่ซื้อต้นพันธุ์ในปริมาณมากไม่สามารถตรวจสอบทุกกองได้ ควรสุ่มในปริมาณที่มากพอและทั่วถึงเพื่อให้เป็นตัวแทนของต้นพันธุ์ทั้งหมด&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
กรณีพื้นที่ปลูกขนาดใหญ่ ควรสร้างแปลงขยายพันธุ์ดีไว้ใช้เองในพื้นที่ หรือขยายพันธุ์เพื่อแจกจ่ายเกษตรกรลูกไร่ของตน โดยเริ่มต้นจากการจัดซื้อพันธุ์ดีจากแหล่งที่เชื่อถือได้มาปลูก และจัดเจ้าหน้าที่หรือนักวิชาการเกษตรสำหรับคัดพันธุ์ปนทิ้งในช่วงที่มันสำปะหลังอายุประมาณ 1 – 2  เดือนหลังปลูก ซึ่งเป็นช่วงที่สามารถจำแนกพันธุ์ได้ง่ายและทำได้สะดวกรวดเร็วกว่าช่วงที่มันสำปะหลังมีอายุมาก นอกจากการตรวจสอบพันธุ์ปนแล้ว ควรตรวจสอบคุณภาพต้นพันธุ์ไปพร้อมกันด้วย เช่น ขนาดและความยาวของต้นพันธุ์ อายุการเก็บรักษาต้นพันธุ์หลังการตัด ความสมบูรณ์ของตา โรคและแมลงที่ติดมากับท่อนพันธุ์ เป็นต้น &lt;br /&gt;
== อ้างอิง ==&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>บงกฤช จันทรารัตนสกุล</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C&amp;diff=835</id>
		<title>คุณภาพต้นพันธุ์</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C&amp;diff=835"/>
		<updated>2021-11-23T13:29:31Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;บงกฤช จันทรารัตนสกุล: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;การเลือกใช้ต้นพันธุ์ที่สมบูรณ์ คุณภาพดี ปราศจากแมลงศัตรูพืช และโรคระบาด เป็นเรื่องที่มีความสำคัญ นอกเหนือจากการเลือกใช้วิธีการเขตกรรมต่าง ๆ เนื่องจากท่อนพันธุ์ที่สมบูรณ์จะมีผลต่อความงอกและความอยู่รอดของมันสำปะหลังในแปลง เพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายดังกล่าว จึงควรตรวจสอบความงอกภายใน 2 - 3 สัปดาห์หลังปลูกแล้วเร่งปลูกซ่อมทันที การปลูกซ่อมช้าจะทำให้ต้นจากท่อนพันธุ์ที่ปลูกซ่อมเจริญเติบโตไม่ทันต้นที่ปลูกก่อน ส่งผลให้ผลผลิตต่อพื้นที่ลดลง อย่างไรก็ตามการปลูกซ่อมต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมทั้งด้านต้นพันธุ์และแรงงาน จึงควรเลือกใช้ต้นพันธุ์ที่สมบูรณ์ที่สุดมาปลูกเพื่อให้มีความงอกและความอยู่รอดสูงสุด ข้อควรพิจารณาในการเลือกใช้ต้นพันธุ์คุณภาพดี มีดังนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== '''อายุต้นมันสำปะหลัง''' ==&lt;br /&gt;
ต้นพันธุ์ที่มีคุณภาพดี ควรมีอายุประมาณ 8 – 14 เดือน อาจสังเกตได้จากสีของลำต้นที่เปลี่ยนเป็นสีเข้ม หลีกเลี่ยงการใช้ต้นพันธุ์จากแหล่งที่มีโรคหรือแมลงระบาด หรือตรวจสอบว่าต้นพันธุ์ไม่มีโรคและแมลงติดมาด้วย เช่น โรคใบด่างมันสำปะหลังที่เกิดจากเชื้อไวรัสในสกุล ''Begomovirus'' และมีแมลงหวี่ขาวยาสูบเป็นพาหะ สังเกตุได้จากใบและลำต้น โดยจะแสดงอาการใบด่าง ใบหงิกงอ และลำต้นแคระแกร็น แต่ละส่วนของต้นพันธุ์มันสำปะหลังมีเปอร์เซ็นต์การอยู่รอดไม่เท่ากัน โดยพบว่าท่อนพันธุ์จากส่วนกลางของต้นจะมีเปอร์เซ็นต์อยู่รอด 69 – 84 เปอร์เซ็นต์ แต่ท่อนพันธุ์จากส่วนปลายของลำต้นมีเปอร์เซ็นต์อยู่รอดเพียง 35 เปอร์เซ็นต์&amp;lt;ref&amp;gt;จรุงสิทธิ์ ลิ่มศิลา และคณะ. 2547. เอกสารวิชาการมันสำปะหลัง. สถาบันวิจัยพืชไร่ กรมวิชาการเกษตร. หจก. ไอเดีย สแควร์ กรุงเทพฯ&amp;lt;/ref&amp;gt; ต้นพันธุ์ที่มีอายุน้อยกว่า 8 เดือน เมื่อนำไปปลูกในแปลงจะสูญเสียความชื้นง่าย มีความงอกต่ำ ส่วนต้นพันธุ์ที่อายุ 14 เดือนขึ้นไป จะมีอัตราการงอกต่ำ งอกช้า รากน้อย เจริญเติบโตช้า และให้ผลผลิตต่ำ เมื่อต้นพันธุ์มีอายุมากจะมีสีน้ำตาลเข้ม มีขนาดใหญ่ แตกกิ่งมาก ซึ่งกิ่งที่แตกในระดับแรกอาจใช้เป็นท่อนพันธุ์ได้ แต่ต้องพิจารณาให้ดีว่ากิ่งดังกล่าวมีอายุพอเหมาะ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== '''อายุการเก็บรักษาต้นพันธุ์หลังการตัดต้น''' &amp;lt;ref name=&amp;quot;:0&amp;quot;&amp;gt;มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. (2556) เทคโนโลยี 52 สัปดาห์ มันสำปะหลัง. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์:กรุงเทพฯ.&amp;lt;/ref&amp;gt; ==&lt;br /&gt;
เกษตรกรควรใช้ต้นพันธุ์ที่สดใหม่ ตัดแล้วนำมาปลูกทันที หากต้องการเก็บต้นพันธุ์ไว้รอปลูก ให้รีบนำต้นพันธุ์ออกจากแปลงเพื่อป้องกันแดดเผาต้น นำมาเก็บรักษาโดยใช้วิธีมัดต้นพันธุ์แล้วนำมาวางตั้งเป็นกองให้ส่วนโคนของต้นสัมผัสผิวดิน '''ดังภาพที่ 1''' เมื่อเก็บไว้นาน ตาบนต้นพันธุ์จะแตกยอดอ่อนออกมา เกษตรกรควรตัดท่อนพันธุ์ส่วนที่แตกยอดอ่อนทิ้ง และเลือกเฉพาะส่วนที่ไม่มีการแตกยอดอ่อนไปปลูก วิธีนี้จะช่วยเก็บรักษาต้นพันธุ์ให้คงความสดไว้ได้นานกว่าการเก็บด้วยวิธีอื่น ๆ และสามารถเก็บไว้ได้นานถึง 2 เดือน อย่างไรก็ตามระยะเวลาในการเก็บรักษาต้นพันธุ์ยิ่งนานเท่าใด ส่วนของต้นพันธุ์ที่จะตัดเป็นท่อนพันธุ์ได้จะยิ่งน้อยลง และความงอกของท่อนพันธุ์ก็จะลดลงด้วย ดังนั้นท่อนพันธุ์ที่ดีไม่ควรเก็บไว้นานเกิน 15 – 30 วัน และแต่ละพันธุ์จะมีอายุการเก็บรักษาต้นพันธุ์แตกต่างกัน                            '''ดังตารางที่ 1'''[[ไฟล์:ท่อนพันธุ์สะอาด.jpg|thumb|424x424px|'''ภาพที่ 1''' แสดงวิธีการเก็บรักษาต้นพันธุ์ที่ดี]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
'''ตารางที่ 1''' อายุการเก็บรักษาต้นพันธุ์ของมันสำปะหลังพันธุ์ต่าง ๆ&lt;br /&gt;
{| class=&amp;quot;wikitable&amp;quot;&lt;br /&gt;
|'''พันธุ์'''&lt;br /&gt;
|'''ระยะเวลาเก็บรักษาต้นพันธุ์'''&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ระยอง 90&lt;br /&gt;
|ไม่ควรเกิน 15 วัน&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ระยอง 5 ระยอง 9 และห้วยบง 60&lt;br /&gt;
|ไม่ควรเกิน 30 วัน&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ระยอง 11 ระยอง  72  เกษตรศาสตร์ 50  และห้วยบง 80&lt;br /&gt;
|ไม่ควรเกิน 45 วัน&lt;br /&gt;
|}&lt;br /&gt;
== '''ส่วนของต้นพันธุ์ที่ใช้''' ==&lt;br /&gt;
ส่วนของต้นพันธุ์ที่ใช้ปลูกมักใช้ส่วนกลางค่อนมาทางส่วนโคน ซึ่งจะมีเปอร์เซ็นต์ความงอกสูงกว่าการปลูกโดยใช้ส่วนปลายหรือส่วนยอด ไม่ควรใช้ส่วนของกิ่งมาปลูกเนื่องจากมีความงอกและความอยู่รอดต่ำกว่าส่วนของลำต้น ในการเตรียมท่อนพันธุ์ควรตัดส่วนปลายต้นที่มีตาห่าง ส่วนโคนต้นที่มีตาถี่มาก และส่วนที่มีบาดแผลจากการถูกสารกำจัดวัชพืชในช่วงที่ต้นยังเล็กทิ้ง &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== '''ขนาดและความยาวท่อนพันธุ์''' &amp;lt;ref name=&amp;quot;:0&amp;quot; /&amp;gt; ==&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Image s3.png|thumb|'''ภาพที่ 2''' แสดงขนาดของท่อนพันธุ์ที่เหมาะสำหรับปลูกจะมีเส้นผ่าศูนย์กลางใกล้เคียงกับเหรียญ 5 หรือ 10 บาท|293x293px]]ท่อนพันธุ์ที่สมบูรณ์ แข็งแรง และมีขนาดพอเหมาะสำหรับปลูกควรมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1.5 – 2.5 เซนติเมตร และมีความยาวท่อนพันธุ์ประมาณ 20 – 30  เซนติเมตร มีตาอยู่ประมาณ 5 – 6  ตาต่อ 1 ท่อนพันธุ์ การปลูกมันสำปะหลังในช่วงต้นฤดูฝนควรใช้ท่อนพันธุ์ยาว 20 – 25  เซนติเมตร ส่วนในช่วงปลายฤดูฝนใช้ท่อนพันธุ์ยาว 25 – 30  เซนติเมตร จึงจะให้เปอร์เซ็นต์ความงอกและความอยู่รอดสูง โดยปกติส่วนปลาย ของท่อนพันธุ์จะสูญเสียความชื้นจากสภาพอากาศที่ร้อนและแห้ง ทำให้ท่อนพันธุ์เริ่มแห้งจากส่วนปลายลงมา การใช้ท่อนพันธุ์ยาวในการปลูกมีข้อดี คือ มีจำนวนตาบนท่อนพันธุ์มากกว่าและถึงแม้ท่อนพันธุ์จะมีการแห้งจากยอด แต่ยังมีตาที่เหลือถัดลงมาซึ่งสามารถงอกได้ นอกจากนี้การใช้ท่อนพันธุ์ยาวยังช่วยลดความเสียหายจากการใช้สารกำจัดวัชพืชขณะที่ต้นยังเล็กได้มากกว่าการใช้ท่อนพันธุ์สั้น &lt;br /&gt;
== '''ต้นพันธุ์ที่ปราศจากโรคและแมลง''' &amp;lt;ref name=&amp;quot;:0&amp;quot; /&amp;gt; ==&lt;br /&gt;
ต้นพันธุ์ที่นำมาปลูกควรปลอดจากโรคและแมลง เช่น โรคใบด่าง ซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัส หรือ โรคใบไหม้ ซึ่งเกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในท่อน้ำท่ออาหารภายในลำต้น โดยสามารถสังเกตอาการจากแปลงปลูกเดิมว่ามีต้นมันสำปะหลังที่เป็นโรคดังกล่าวหรือไม่ หากมีไม่ควรนำไปปลูกต่อ ควรนำไปเผาทำลายทิ้งและไม่ควรไถกลบเศษซากต้นลงไปในดินเนื่องจากเชื้อจะสะสมอยู่ในดินต่อไป นอกจากนี้หากบริเวณผิวของลำต้นมีเพลี้ยแป้งหรือเพลี้ยหอยอาศัยอยู่ก็ไม่ควรนำต้นพันธุ์นั้นมาใช้ปลูกเช่นกัน หรือต้นพันธุ์ที่ได้รับความเสียหายจากการใช้สารเคมีกำจัดวัชพืช เช่น สารพาราควอต ซึ่งเมื่อฉีดพ่นโดนบริเวณที่มีสีเขียวของลำต้นในช่วงอายุ 1 – 4 เดือนหลังปลูก พอลำต้นแก่ เปลือกลำต้นจะมีสีดำ แห้ง และปริแตก ไม่ควรนำมาใช้เป็นท่อนพันธุ์เนื่องจากมีเปอร์เซ็นต์ความงอกต่ำ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== '''ความบริสุทธิ์ของต้นพันธุ์''' &amp;lt;ref name=&amp;quot;:0&amp;quot; /&amp;gt; ==&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Image s4.png|thumb|614x614px|'''ภาพที่ 3''' แสดงการตรวจสอบพันธุ์ปนและความสมบูรณ์]]การจัดหาต้นพันธุ์มันสำปะหลังควรซื้อจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ และการจัดซื้อควรมีขั้นตอนการตรวจสอบพันธุ์ปนทุกครั้ง โดยตรวจสอบพันธุ์ปน 2 ครั้ง โดยครั้งที่ 1 เป็นการสุ่มตรวจในแปลงก่อนตัดต้นพันธุ์โดยให้มีพันธุ์ปนไม่เกิน 5 เปอร์เซ็นต์ และตรวจสอบครั้งที่ 2 หลังการตัดต้นพันธุ์ เป็นการสุ่มตรวจในกองต้นพันธุ์ซึ่งควรมีพันธุ์ปนไม่เกิน 2 เปอร์เซ็นต์ ดังนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''วิธีการตรวจสอบพันธุ์ปนในแปลงก่อนตัดต้นพันธุ์'''&lt;br /&gt;
ควรดำเนินการในช่วงที่มันสำปะหลังมีอายุประมาณ 1 – 2 เดือนหลังปลูก เนื่องจากต้นยังเล็กและสามารถจำแนกพันธุ์ได้ง่ายกว่าช่วงอายุอื่น ๆ โดยใช้ลักษณะสียอดอ่อน และสีก้านใบในการจำแนกพันธุ์เป็นหลัก หรืออาจทำพร้อมกับการตรวจสอบความงอก โดยสุ่มตรวจเป็นจุด จุดละ 100 ต้น แปลงขนาด 25 ไร่ ควรสุ่มตรวจอย่างน้อย 5 จุด แล้วหาค่าเฉลี่ยของเปอร์เซ็นต์พันธุ์ปนในแปลงนั้น ๆ การตรวจสอบพันธุ์ปนในช่วงนี้จะเป็นประโยชน์ในการวางแผนจัดการด้านแรงงานที่ต้องใช้ในการคัดพันธุ์ปนทิ้งเพื่อให้ได้แปลงพันธุ์ที่บริสุทธิ์ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
กรณีการตรวจสอบพันธุ์ปนในแปลงขายต้นพันธุ์ ควรดำเนินการในช่วงก่อนการตัดต้นออกจากแปลงโดยใช้ลักษณะทรงต้น สีลำต้น ความนูนของรอยแผลก้านใบในการจำแนกพันธุ์เป็นหลัก วิธีการคือควรสุ่มตรวจอย่างน้อย 5 จุด จุดละ 100 ต้น ถ้าแปลงมีขนาด 25 ไร่ แล้วหาค่าเฉลี่ย โดยให้มีพันธุ์ปนได้ไม่เกิน 5 เปอร์เซ็นต์ หากมีเปอร์เซ็นต์พันธุ์ปนสูงกว่านี้จะทำให้การคัดพันธุ์ปนทั้งหมดทิ้งหลังซื้อทำได้ยาก และต้องสิ้นเปลืองค่าแรงงานในการคัดพันธุ์ปนในแปลงปลูกใหม่ จึงไม่ควรจัดซื้อต้นพันธุ์จากแปลงดังกล่าว&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
* '''วิธีการตรวจสอบพันธุ์ปนในกองต้นพันธุ์หรือหลังการตัดต้นพันธุ์'''&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ในกรณีที่เป็นการซื้อต้นพันธุ์ที่ตัดไว้แล้ว สามารถตรวจสอบพันธุ์ปนในกองต้นพันธุ์ได้โดยใช้ลักษณะสีลำต้น และความนูนของรอยแผลก้านใบในการจำแนกพันธุ์เป็นหลัก โดยสุ่มจากมัดของต้นพันธุ์ที่อยู่ในกองมากองละ 4 มัด โดยปกติ 1 มัดจะมีต้นพันธุ์ 25 ลำ ดังนั้นจะได้ต้นพันธุ์ 100 ลำ แล้วตรวจสอบว่ามีจำนวนต้นพันธุ์ปนเท่าใด เพื่อคำนวณเป็นเปอร์เซ็นต์พันธุ์ปนของกองนั้น ๆ โดยไม่ควรมีพันธุ์ปนเกิน 2 เปอร์เซ็นต์ กรณีที่ซื้อต้นพันธุ์ในปริมาณมากไม่สามารถตรวจสอบทุกกองได้ ควรสุ่มในปริมาณที่มากพอและทั่วถึงเพื่อให้เป็นตัวแทนของต้นพันธุ์ทั้งหมด&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
กรณีพื้นที่ปลูกขนาดใหญ่ ควรสร้างแปลงขยายพันธุ์ดีไว้ใช้เองในพื้นที่ หรือขยายพันธุ์เพื่อแจกจ่ายเกษตรกรลูกไร่ของตน โดยเริ่มต้นจากการจัดซื้อพันธุ์ดีจากแหล่งที่เชื่อถือได้มาปลูก และจัดเจ้าหน้าที่หรือนักวิชาการเกษตรสำหรับคัดพันธุ์ปนทิ้งในช่วงที่มันสำปะหลังอายุประมาณ 1 – 2  เดือนหลังปลูก ซึ่งเป็นช่วงที่สามารถจำแนกพันธุ์ได้ง่ายและทำได้สะดวกรวดเร็วกว่าช่วงที่มันสำปะหลังมีอายุมาก นอกจากการตรวจสอบพันธุ์ปนแล้ว ควรตรวจสอบคุณภาพต้นพันธุ์ไปพร้อมกันด้วย เช่น ขนาดและความยาวของต้นพันธุ์ อายุการเก็บรักษาต้นพันธุ์หลังการตัด ความสมบูรณ์ของตา โรคและแมลงที่ติดมากับท่อนพันธุ์ เป็นต้น &lt;br /&gt;
== อ้างอิง ==&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>บงกฤช จันทรารัตนสกุล</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B8%97%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C&amp;diff=834</id>
		<title>การเตรียมท่อนพันธุ์</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://icassava.eng.ku.ac.th/wiki/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B8%97%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C&amp;diff=834"/>
		<updated>2021-11-23T12:42:39Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;บงกฤช จันทรารัตนสกุล: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;มันสำปะหลังสามารถขยายพันธุ์ได้ทั้งจากเมล็ดและลำต้น แต่การขยายพันธุ์ด้วยเมล็ดไม่เหมาะสมสำหรับเกษตรกรที่ปลูกเพื่อขายผลผลิตสู่โรงงานแปรรูปหรือเพื่อการค้า เนื่องจากเมล็ดมีระยะพักตัวประมาณ 2 เดือน ทำให้ไม่สะดวกในการปลูกเพื่อการค้า และการปลูกโดยใช้เมล็ดในแปลงปลูกโดยตรง ในระยะต้นอ่อนจะมีความอ่อนแอ เจริญเติบโตช้า ไม่สามารถแข่งขึ้นกับวัชพืชได้ มีจำนวนต้นอยู่รอดน้อย ดังนั้นการขยายพันธุ์มันสำปะหลังด้วยท่อนพันธุ์ที่มีคุณภาพดีเยี่ยม มีผลทำให้ผลผลิตดี&amp;lt;ref&amp;gt;จรุงสิทธิ์ ลิ่มศิลา. 2547. เอกสารวิชาการมันสำปะหลัง พันธุ์และการขยายพันธุ์. ศูนย์วิจัยพืชไร่ระยอง สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 6&amp;lt;/ref&amp;gt; ซึ่งการเตรียมท่อนพันธุ์มันสำปะหลังที่มีข้อพิจารณาดังนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== '''การตัดท่อนพันธุ์''' &amp;lt;ref name=&amp;quot;:0&amp;quot;&amp;gt;มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. (2556) เทคโนโลยี 52 สัปดาห์ มันสำปะหลัง. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์:กรุงเทพฯ.&amp;lt;/ref&amp;gt; ==&lt;br /&gt;
ลักษณะการสับท่อนพันธุ์โดยวิธีสับตรงหรือสับเฉียง รวมทั้งการใช้มีดหรือใช้เครื่องตัดหญ้าติดใบมีดตัด ไม่ทำให้ผลผลิตที่ได้แตกต่างกัน ดังนั้นการเลือกวิธีและอุปกรณ์ในการสับท่อนพันธุ์จึงขึ้นอยู่กับความพร้อมของแรงงานและอุปกรณ์ที่มีอยู่ &lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Image s10.png|center|thumb|319x319px|ภาพแสดงการตัดท่อนพันธุ์ด้วยมีด]]&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Image s11.png|center|thumb|323x323px|ภาพแสดงการตัดท่อนพันธุ์ด้วยเครื่องตัดหญ้าติดใบมีด]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== '''อายุต้นพันธุ์ที่เหมาะสม''' ==&lt;br /&gt;
มันสำปะหลังเป็นพืชที่ขยายพันธุ์ด้วยลำต้น โดยอายุของท่อนพันธุ์ที่เหมาะสมจะอยู่ในช่วง 8 – 12 เดือน ซึ่งเมื่อนำไปปลูกจะมีเปอร์เซ็นต์อยู่รอดถึง 90 – 94 เปอร์เซ็นต์&amp;lt;ref&amp;gt;ไกวัล กล้าแข็ง และวิลาวัลย์ วงษ์เกษม. 2548. การปลูกมันสำปะหลัง. กรมส่งเสริมการเกษตร สำนักพัฒนาการถ่ายทอดเทคโนโลยี.&amp;lt;/ref&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== '''ขนาดของท่อนพันธุ์''' ==&lt;br /&gt;
ตัดท่อนพันธุ์ยาวประมาณ 20 เซนติเมตร สำหรับปลูกในฤดูฝน และความยาว 25 เซนติเมตรสำหรับปลูกในช่วงปลายฤดูฝน มีตาไม่น้อยกว่า 5 ตาต่อท่อนพันธุ์ ท่อนพันธุ์จากลำต้นจะเจริญเติบโตดีกว่าท่อนพันธุ์จากกิ่งพันธุ์ ควรเลือกต้นพันธุ์ใหม่ สด ไม่บอบช้ำ ไม่มีโรคและแมลงเข้าทำลาย&amp;lt;ref&amp;gt;วิลาวัลย์ วงษ์เกษม และคณะ. 2552. เอกสารคำแนะนำการผลิตมันสำปะหลัง. กรมส่งเสริมการเกษตร&amp;lt;/ref&amp;gt;                       &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== '''การแช่ท่อนพันธุ์ด้วยธาตุอาหารพืช''' &amp;lt;ref name=&amp;quot;:0&amp;quot; /&amp;gt; ==&lt;br /&gt;
การแช่ท่อนพันธุ์ด้วยสารชีวภาพหรือฮอร์โมนเร่งรากไม่ทำให้ผลผลิตและปริมาณแป้งในหัวแตกต่างกัน จึงไม่จำเป็นต้องเพิ่มต้นทุนในขั้นตอนนี้ แต่หากต้นพันธุ์ที่นำมาใช้ปลูกเป็นต้นเก่า เก็บรักษาไว้นานมากกว่า 1 เดือน แนะนำให้แช่ท่อนพันธุ์ในน้ำเปล่านานประมาณ 2 ชั่วโมงแล้วนำขึ้นมาบ่มไว้นาน 1 คืน จะช่วยให้ความงอกและความอยู่รอดสูงขึ้นแตกต่างจากการไม่แช่น้ำอย่างเด่นชัด โดยไม่จำเป็นต้องแช่ฮอร์โมนหรือปุ๋ยชีวภาพแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม วิธีการดังกล่าวสิ้นเปลืองเวลาและไม่สะดวกในทางปฏิบัติ ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดคือการเลือกใช้ต้นพันธุ์ที่ตัดสดหรือตัดทิ้งไว้ไม่เกิน 15 วันมาปลูก โดยการวางแผนช่วงเวลาตัดต้นพันธุ์ให้สอดคล้องกับแผนการปลูก &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ในกรณีที่พื้นที่ปลูกเป็นดินด่าง (pH &amp;gt; 7.0) หรือต้นพันธุ์ที่จัดหามาปลูกได้มาจากพื้นที่ที่ขาดธาตุสังกะสี (Zn) เมื่อนำต้นพันธุ์จากแหล่งที่ขาดธาตุอาหารดังกล่าวมาปลูก ต้นมันสำปะหลังมักแสดงอาการขาดธาตุสังกะสีตั้งแต่ต้นยังเล็ก วิธีการแก้ไขทำได้โดยการแช่ในสารละลายซิงค์ซัลเฟต (ZnSO&amp;lt;sub&amp;gt;4&amp;lt;/sub&amp;gt;) ที่ความเข้มข้น 2 เปอร์เซ็นต์ โดยผสมซิงค์ซัลเฟตในอัตรา 400 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร แช่ท่อนพันธุ์นานประมาณ 10 นาที ทั้งนี้สามารถแช่ไปพร้อมกับสารเคมีป้องกันกำจัดเพลี้ยแป้งได้ หรือหากไม่สะดวกในการแช่ท่อนพันธุ์สามารถฉีดพ่นธาตุอาหารดังกล่าวทางใบโดยผสมซิงค์ซัลเฟตในอัตรา 800 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่น 2 – 3 ครั้ง ทุก 7 วัน ตั้งแต่มันสำปะหลังเริ่มงอกจนถึง 60 วันหลังปลูก หรือจนกว่ามันสำปะหลังจะไม่แสดงอาการขาดธาตุอาหารดังกล่าว &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== '''การแช่ท่อนพันธุ์เพื่อป้องกันและกำจัดเพลี้ยแป้งมันสำปะหลัง''' ==&lt;br /&gt;
หากใช้ท่อนพันธุ์ที่มาจากแหล่งที่มีการระบาดของเพลี้ยแป้งมันสำปะหลัง หรือในพื้นที่ปลูกโดยรอบพบการระบาดของเพลี้ยแป้งอยู่ก่อนแล้ว ควรแช่ท่อนพันธุ์ด้วยสารเคมีป้องกันกำจัดแมลงก่อนปลูก สารเคมีที่แนะนำและวิธีการใช้ แสดงใน'''ตารางที่ 1'''&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
'''ตารางที่ 1''' สารเคมีป้องกันและกำจัดแมลง อัตราการใช้ และระยะเวลาในการแช่ท่อนพันธุ์&amp;lt;ref name=&amp;quot;:1&amp;quot;&amp;gt;กรมวิชาการเกษตร. 2554. การจัดทำแปลงขยายท่อนพันธุ์มันสำปะหลังสะอาดและเหมาะสมกับพื้นที่. ห้างหุ้นส่วนจำกัด พี พี พีค พริ้นติ้งแอนด์เซอร์วิส&amp;lt;/ref&amp;gt;&lt;br /&gt;
{| class=&amp;quot;wikitable&amp;quot;&lt;br /&gt;
|'''สารเคมี'''&lt;br /&gt;
|'''อัตรา (กรัม/น้ำ 20 ลิตร)'''&lt;br /&gt;
|'''แช่นาน (นาที)'''&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ไทอะมิโทแซม 25% WG&lt;br /&gt;
|4&lt;br /&gt;
|5 – 10&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|อิมิดาโคลพริด 70% WG&lt;br /&gt;
|4&lt;br /&gt;
|5 – 10&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|ไดโนทีฟูแรน 10% WP&lt;br /&gt;
|40&lt;br /&gt;
|5 – 10&lt;br /&gt;
|}&lt;br /&gt;
วิธีการผสมสารเคมีแช่ท่อนพันธุ์ ทำได้โดยการผสมสารเคมีชนิดใดชนิดหนึ่งข้างต้นตามอัตราที่แนะนำ แล้วแช่ท่อนพันธุ์นาน 5 – 10 นาที ไม่ควรแช่นานเกิน 10 นาที เนื่องจากอาจทำให้มันสำปะหลังแสดงอาการเป็นพิษจากฤทธิ์ของสารเคมี และทำให้สิ้นเปลืองเวลาโดยเฉพาะอย่างยิ่งการปลูกในพื้นที่ขนาดใหญ่ เมื่อแช่เสร็จสามารถนำไปปลูกได้ทันทีหรืออาจผึ่งลมไว้ให้แห้งก่อนปลูกก็ได้ โดยปกติการปลูกในพื้นที่ 1 ไร่ ใช้น้ำแช่ท่อนพันธุ์ประมาณ 80 ลิตร เมื่อแช่ท่อนพันธุ์ 3 – 4 ครั้ง น้ำในถังแช่จะลดลง สามารถผสมสารเคมีในอัตราเดิมหรือความเข้มข้นเท่าเดิมเทเพิ่มลงไปในถังแช่ท่อนพันธุ์ได้โดยไม่ทำให้ความเข้มข้นของสารเคมีเปลี่ยนแปลง จะช่วยกำจัดเพลี้ยแป้งที่ติดมากับท่อนพันธุ์ และสารเคมีจะแทรกซึมเข้าไปในท่อนพันธุ์มันสำปะหลัง หลังจากมันสำปะหลังงอกแล้วสารฆ่าแมลงจะมีฤทธิ์ป้องกันการเข้าทำลายของเพลี้ยแป้งได้นานประมาณ 1 เดือน&amp;lt;ref name=&amp;quot;:1&amp;quot; /&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Image s12.png|center|thumb|336x336px|ภาพแสดงการแช่ท่อนพันธุ์ด้วยสารเคมีเพื่อป้องกันและกำจัดเพลี้ยแป้งมันสำปะหลัง]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== '''การเก็บรักษาท่อนพันธุ์''' &amp;lt;ref name=&amp;quot;:0&amp;quot; /&amp;gt; ==&lt;br /&gt;
ภายหลังตัดต้นพันธุ์ออกจากแปลง ต้องใช้เวลาในการขุดเก็บเกี่ยวผลผลิตและเตรียมพื้นที่เพื่อปลูกใหม่ในฤดูถัดไป อาจต้องใช้เวลามากกว่า 15 วัน หรืออาจต้องรอให้ฝนตกจนดินมีความชื้นเพียงพอสำหรับปลูกซึ่งอาจต้องเก็บรักษาต้นพันธุ์ไว้นานมากกว่า 2 เดือน การยืดอายุการเก็บรักษาต้นพันธุ์ให้ยาวนานขึ้น สามารถปฏิบัติตามวิธีการดังนี้ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
# จัดเตรียมแปลงที่จะใช้เก็บรักษาต้นพันธุ์โดยการไถพรวนดินให้ร่วนซุย และอาจให้น้ำเพื่อให้ดินมีความชื้นสม่ำเสมอ&lt;br /&gt;
# จัดเรียงต้นพันธุ์โดยให้ส่วนโคนต้นสม่ำเสมอกัน&lt;br /&gt;
# ตั้งมัดต้นพันธุ์เป็นกองรูปกระโจมประมาณ 20 มัดต่อกอง หรือประมาณ 500 ลำต่อกอง โดยตั้งให้เป็นแถว เว้นช่องว่างหรือทำถนนให้รถบรรทุกสามารถเข้าไปขนต้นพันธุ์ไปปลูกได้โดยสะดวก&lt;br /&gt;
# ใช้ดินกลบส่วนโคนต้นโดยรอบกองต้นพันธุ์&lt;br /&gt;
# หากสามารถให้น้ำได้ ให้รดน้ำบริเวณโดยรอบกองต้นพันธุ์ให้ดินมีความชื้นอยู่เสมอ&lt;br /&gt;
# การกองต้นพันธุ์ควรเลือกกองในสภาพกลางแจ้งจะดีกว่าการกองไว้ในร่ม&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
การปฏิบัติตามวิธีการข้างต้นสามารถเก็บรักษาต้นพันธุ์ได้นานประมาณ 2 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับพันธุ์ อย่างไรก็ตามคุณภาพต้นพันธุ์จะเสื่อมไปตามอายุการเก็บรักษาต้นพันธุ์ ดังนั้นเกษตรกรจึงควรทำแปลงสำรองพันธุ์ไว้ใช้เองในพื้นที่เพื่อลดความเสี่ยงจากการผันแปรของสภาพอากาศ ซึ่งโดยปกติแปลงสำรองพันธุ์ขนาด 1 ไร่ สามารถนำไปปลูกได้ในพื้นที่ประมาณ 5 ไร่ หรืออัตราส่วน 1 ต่อ 5&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Image s13.png|center|thumb|340x340px|ภาพแสดงวิธีการเก็บรักษาต้นพันธุ์ที่ดี]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== อ้างอิง ==&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>บงกฤช จันทรารัตนสกุล</name></author>
	</entry>
</feed>